เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 8 กุมภาพันธ์ 2026 at 20:01.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,852
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,020
    ค่าพลัง:
    +26,852
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,852
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,020
    ค่าพลัง:
    +26,852
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อคืนกระผม/อาตมภาพเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ ๓ ทุ่มครึ่ง แต่กว่าจะรอกระเป๋ามาถึงก็เล่นเอา ๕ ทุ่มกว่า ไม่ทราบว่าเกิดไปล่าช้าตรงไหน ?

    โดยเฉพาะตนเองมีแค่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องใบเดียว แต่ว่า "มาดามชวง" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) มีกระเป๋าที่โหลดเข้าใต้ท้องเครื่องด้วย จากการสันนิษฐานคาดว่า ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรเร็ว โหลดกระเป๋าก่อนก็เลยออกมาทีหลัง ก็คือของคนอื่นที่ช้ากว่าก็จะเข้าไปซ้อน ๆ ๆ กันอยู่ แล้วพอถึงเวลาที่เขาโหลดออกมาให้เรา ก็ต้องเอาจากข้างนอกเข้าไป ดังนั้น..กว่าจะเข้าถึงที่พักวัดอุทยาน ก็เที่ยงคืนกว่า เลยเวลานอนไปแล้ว จึงนั่งทำงานโน่นนี่นั่นไปเรื่อย

    โดยเฉพาะงานเอกสารต่าง ๆ ที่ค้างคามาหลายวัน แล้วตี ๕ ครึ่งก็เดินทางไปวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อร่วมทำวัตรเช้ากับบรรดาผู้เข้าอบรมบาลีก่อนสอบปี ๒๕๖๙ ที่นั่น

    พวกท่านทั้งหลายบางทีก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงต้องทรมานตัวเองขนาดนั้น ? ก็คือมีโอกาสควรที่จะพักก่อน แต่ถ้าทุกท่านรู้ว่าถ้าคนที่เข้ารับการอบรม เจอหน้าพระผู้ใหญ่ที่ตนเองคุ้นเคย ก็จะมีกำลังใจว่าไม่ถูกทอดทิ้ง เนื่องเพราะว่าบางวัดไปส่ง แล้ว ๑๐ วันให้หลังค่อยไปรับ บางวัดหนักกว่านั้นอีก ส่งชื่อสมัครให้ แล้วปล่อยให้ตะเกียกตะกายไปกลับเอง มีคนคอยไปไต่ถามสารทุกข์สุกดิบก็จะรู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจในการอบรมมากขึ้น..!

    เมื่อทำวัตรและฉันเช้าร่วมกับทุกรูปแล้ว กระผม/อาตมภาพก็วิ่งต่อมาที่วัดพระแท่นดงรัง วรวิหาร ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องเพราะว่ามีการฝึกซ้อมอบรมผู้จะเข้าสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ปี ๒๕๖๙ ของคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งปีนี้มีผู้เข้ารับการฝึกซ้อมอบรมอยู่ทั้งหมด ๑๐ รูปด้วยกัน กระผม/อาตมภาพไปบรรยายถวายความรู้ ให้ท่านทราบว่าข้อสอบจะออกอะไรบ้าง ปรากฏว่าบรรยายเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่เตรียมข้อสอบให้มาซ้อมทำ ออกตรงทั้ง ๑๐ ข้อเลย..! จบกันแค่นั้น

    สำหรับการเดินทางไปดูงานที่ประเทศจีนของคณะพระอุปัชฌาย์รุ่นที่ ๕๑ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ที่กระผม/อาตมภาพเป็นประธานรุ่นอยู่นั้น สิ่งที่ทุกคนบอกว่าได้มากที่สุดคือ เรื่องความสะอาดของสถานที่ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศจีนกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนั้น โดยเฉพาะกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ตระเวนอยู่ ๕ วัน ไม่เจอเศษขยะแม้แต่ชิ้นเดียว..! หลายท่านถึงกับปรารภว่า บ้านเขาใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมถึงรักษาความสะอาดได้จนกระทั่งหาใบไม้สักใบที่ตกอยู่ก็ยังไม่มี ?
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,852
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,020
    ค่าพลัง:
    +26,852
    อีกส่วนหนึ่งก็คือ "การปกครองคนหมู่มาก ต้องมีระบบที่ดีและมีความเด็ดขาดด้วย" ดังนั้น..ประเทศจีนจึงใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการตรงนี้ เก็บอัตลักษณ์ของประชาชนทุกคน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าไปประเทศของเขา โดยเฉพาะการจดจำด้วยการสแกนใบหน้า รัฐบาลจีนลงทุนด้วยการติดกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุม ถ้ามีคนทะเลาะกัน หรือมีการก่ออาชญากรรม ไม่เกิน ๕ นาทีตำรวจจะไปถึง เนื่องเพราะว่าใช้ AI ในการคุมระบบ ภาพผิดปกติเมื่อไรจะรายงานทันที แล้วกฎหมายของเขาก็ลงโทษแรงมาก..!

    ดังนั้น..ช่วงหลัง ๆ กระผม/อาตมภาพบางทีก็วางข้าวของทิ้งส่งเดช เพื่อที่จะไปถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ของเขา แล้วขากลับจึงเดินมาหยิบคืน โดยเฉพาะกระบอกน้ำลิตรครึ่ง ซึ่งถ้าถือไปนาน ๆ ก็หนักน่าดู แต่ก็เป็นการวางแบบเล็งแล้วว่า ตรงบริเวณนั้นอยู่ภายใต้การครอบคลุมของโทรทัศน์วงจรปิด พูดง่าย ๆ ก็คือต่อให้วางล่อตาเอาไว้ ก็ไม่มีใครกล้าคิดขโมย เนื่องเพราะว่าถ้าโดนจับได้ก็หมดอนาคตเลย..!

    อีกส่วนหนึ่งก็คือ "ความสะดวกคล่องตัวของระบบการจ่ายเงิน" แม้กระทั่งการทำบุญในวัดวาอาราม หรือบูชาวัตถุมงคลก็ใช้การสแกนจ่ายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น WeChat Pay หรือ Ali pay ต้องบอกว่าเขาสามารถอยู่ได้โดยเป็นสังคมไร้เงินสด พวกเราที่ถือเงินสดไปมักจะสร้างความลำบากให้กับเขา เพียงแต่ว่าการบริหารตรงจุดนี้ บ้านเรายังทำได้แค่บังคับให้ทุกวัดทำการรับบริจาคออนไลน์ ซึ่งหลายวัดก็ไม่เห็นประโยชน์ ไม่คิดจะทำ เพราะว่าทำไปแล้วก็หาคนบริจาคไม่ได้..!

    แต่ว่าในส่วนที่เพื่อนพระอุปัชฌาย์ปรารภก็คือ "ได้ดูท่านประธานทำอะไรแล้ว เก็บความรู้ไปได้มากที่สุด" สรุปว่า "มึงจะไปถึงเมืองจีนทำไมวะ ?" เพราะว่า
    "การตรงต่อเวลา" ก็ดี "ความเคร่งครัดต่อวัตรปฏิบัติของตน" ก็ตาม เป็นสิ่งที่ทุกคนบอกว่า ถ้าสามารถทำได้แบบนี้ ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมประธานรุ่นถึงมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เพราะว่า "ต่อหน้าหรือลับหลังก็ทำเหมือนกัน ไม่มีนอกไม่มีในกับใครทั้งนั้น" เพื่อนฝูงทำผิดทำพลาด ก็อาศัยความเป็นประธานรุ่นด่าไปเลย..!

    จนกระทั่ง "ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมรุ่นเรียนปริญญาเอกมาด้วยกัน และเป็นเพื่อนพระอุปัชฌาย์ด้วยกัน ถึงขนาดพูดในลักษณะตัดบทก่อนว่า "เรื่องนี้เจ้านายอย่าเพิ่งด่าผม ถ้าจะด่าให้ส่งเข้าไลน์ส่วนตัว" พูดง่าย ๆ ว่าทำผิดแล้วยังอุตส่าห์รักษาหน้าตัวเองอีก..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,852
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,020
    ค่าพลัง:
    +26,852
    ดังนั้น..หลายท่านที่เรียนหนังสือร่วมรุ่นกับกระผมมาตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท จนจบปริญญาเอก ถึงขนาดเปลี่ยนแนวความคิด เปลี่ยนการปฏิบัติของตนเอง มาทำตามกระผม/อาตมภาพไปโดยปริยาย ครูบาอาจารย์บางท่านก็บอกว่ากระผม/อาตมภาพไม่ควรที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยสงฆ์ แต่ให้ออกไปเรียนมหาวิทยาลัยข้างนอก โดยที่บอกว่า "ไม่เกิน ๓ เดือน ท่านสามารถเอาเขาเป็นลูกศิษย์ได้หมดทั้งมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน" กระผม/อาตมภาพที่ไม่มีเป้าหมายตรงนี้ จึงไม่ได้คิดจะทำตามที่ท่านอาจารย์บอกมา..!

    ดังนั้น..ท่านทั้งหลายต้องตระหนักว่า การที่จะทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่นได้นั้น เราต้องเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ว่าจะมีกิจการงานอะไรก็ตาม ต้องไม่ทิ้งหน้าที่ของตนเอง คือการภาวนา โดยเฉพาะตอนขากลับ เครื่องต้องใช้เวลาบินถึง ๔ ชั่วโมงครึ่ง พอขึ้นเครื่องได้ ท่านเจ้าคุณกล้าก็ส่งหูฟังมาให้ บอกว่า "ลูกพี่จะได้ดูหนังที่ตัวเองชอบ..!"

    กระผม/อาตมภาพส่งคืน บอกว่า "เวลานี้เป็นเวลาปฏิบัติธรรมของกู..!" ว่าแล้วก็เข้าสมาธิตั้งแต่เครื่องออก ผ่านไป ๔ ชั่วโมง ลืมตาขึ้นมาตอนเครื่องกำลังลดระดับลง พูดง่าย ๆ ว่าลากยาวทีเดียว ๔ ชั่วโมง เพราะว่าถ้านั่งเฉย ๆ อย่างเดียวโดยที่ไม่มีกิจกรรมอื่นทำแบบคนอื่นเขา บางท่านอาจจะถึงขนาดคลุ้มคลั่งไปแล้ว..! แต่ถ้าท่านเข้าสมาธิอยู่ จะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนิดเดียวเท่านั้น เป็นเรื่องที่ทุกท่านเริ่มเข้าใจแล้วว่า
    กว่าที่กระผม/อาตมภาพมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้นั้น ต้องผ่านความลำบากมาแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเดินสบาย ๆ แล้วมาถึงตรงนี้ได้..!

    การปฏิบัติในศีล ในสมาธิ ในปัญญาทุกอย่าง เราต้องอดทน ต้องพากเพียร โดยเฉพาะต้องทนแรงกระทบจากรอบข้าง โดยเฉพาะไอ้พวกที่ "มือไม่พายแต่เอาตีนราน้ำ" คอยจะ "บูลลี่" ให้พวกเราหมดกำลังใจอยู่เสมอ ซึ่งกระผม/อาตมภาพโดนมาตั้งแต่เด็กจึงเฉย ๆ แล้วท้ายที่สุดบางท่านก็บอกว่า "ถ้ารู้อย่างนี้ ผมทำตามตั้งแต่แรกก็สบายไปแล้ว" ซึ่งเรื่องพวกนี้
    ส่วนใหญ่แล้วตอนเห็นก็มักจะไม่คิดจะทำตาม แต่พอคนอื่นประสบความสำเร็จ ก็อยากประสบความสำเร็จด้วย..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,852
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,020
    ค่าพลัง:
    +26,852
    จึงกลายเป็นว่าการไปดูงาน แทนที่จะได้ความรู้จากบ้านเขาเมืองเขา กลับได้สิ่งที่กระผม/อาตมภาพประพฤติปฏิบัติไปแทน หลายท่านถึงขนาดบอกว่า "ถ้ามีโอกาสขอเดินทางร่วมกับท่านประธานอีก" แต่กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้รับปาก เนื่องเพราะว่าครั้งนี้ก็ไม่ได้คิดจะไป ด้วยเหตุที่ว่าอีกไม่กี่วัน มีโปรแกรมที่ญาติโยมนิมนต์ไปญี่ปุน แต่เพื่อนพระอุปัชฌาย์บอกว่า "ถ้าประธานรุ่นไม่ไป เดี๋ยวงานกร่อย" จึงช่วยกันออกค่าทัวร์ ออกค่าห้องพักพิเศษให้ แต่กลายเป็นว่าต่อให้ไปก็งานกร่อย เพราะว่าไม่ค่อยจะคล้อยตามเขา อะไรที่ออกนอกลู่นอกทาง ก็ว่ากันตรง ๆ โดยอาศัยสิทธิ์ที่เป็นประธานรุ่น..!

    แล้วในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาเห็นว่า
    เรื่องความสามารถพิเศษนั้นเป็นเรื่องปกติ ใครที่ทำได้ถึงตรงนี้ ก็มีความสามารถพิเศษ ซึ่งเป็นของแถมจากการปฏิบัติของทุกคนอยู่แล้ว พวกเขาก็สงสัยว่า ในเมื่อหนังสือเดินทางก็อยู่กับมัคคุเทศก์ ตั๋วกลุ่มที่จะสแกนเข้าสถานที่ก็อยู่ในมือถือของมัคคุเทศก์ ทำไมพระอาจารย์ผ่านได้ทุกด่าน ? อยากจะบอกเขาเหมือนกันว่า "ถ้าคุณทำได้ขนาดผม ก็ผ่านได้เหมือนกันแหละ" เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่จำเป็นแล้วอย่าไปใช้ กระผม/อาตมภาพใช้คำว่า "ถ้าถึงเรื่องสำคัญแล้ว "โควต้า" หมด จะเดือดร้อนกว่าที่คิด..!

    ดังนั้น..ในเรื่องของการไปดูงานนั้น ส่วนหนึ่งเท่ากับว่าพาญาติโยมที่อุปถัมภ์อุปัฏฐากตนเองไปเที่ยว แต่ที่กระผม/อาตมภาพไปก็คือไปสร้างบุญสร้างกุศล อะไรที่เป็นบุญ พยายามทำให้มากที่สุด อะไรที่ผิดไปจากศีลจากธรรมก็หลีกเลี่ยงให้มากที่สุด จึงเป็นแนวทางที่ท่านทั้งหลาย ถ้าหากว่าต้องเดินทางไปต่างประเทศ โปรดพยายามยึดถือและปฏิบัติตามด้วย ครูบาอาจารย์ เจ้าที่เจ้าทางต่าง ๆ เขาจะช่วยเหลือก็ต่อเมื่อท่านมี "ต้นทุน" ที่เพียงพอ คำว่า "ต้นทุน" ในที่นี้ ก็คือความเคร่งครัดใน ศีล สมาธิ ปัญญา ที่พอจะให้เขาเกรงใจและช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าทำอะไรมั่วไปหมด ผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ไปหวังความช่วยเหลือ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอชาติหน้าบ่าย ๆ โน่น..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...