พระปิดตานะกอดกัน

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1779644460466.jpg

    เหรียญพระพุทธชนะมารหลังพระนเรศวร ชนะศึก ที่ระลึกสร้างโบสถ์ ปี ๒๕๑๖ วัดตลาด ต.หันลังอ.บางปะหัน จ.อยุธยา หลวงปู่หน่ายวัดบ้านแจ้งปลุกเสก

    ...........

    ตำนานเล่าขานยอดพระเกจิอาจารย์อภิญญาจิตทรงเวทย์เรืองพุทธาคมอันแก่กล้าในอดีต
    หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง" เก่งไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะ"จิ้งจก" สุดยอดแห่งมหาเมตตา
    หลวงพ่อหน่าย อินทสีโล วัดบ้านแจ้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    เมืองกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งธรรมที่มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั้งเก่าและใหม่จำนวนมาก สืบสานพุทธาคมจากรุ่นสู่รุ่น
    "หลวงพ่อหน่าย อินทสีโล" เจ้าอาวาสวัดบ้านแจ้ง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธามาอย่างยาวนาน
    นอกจากนี้ ยังมีชื่อเสียงในด้านการสักยันต์อีกด้วย ชาวเมืองอยุธยาที่มีการสักยันต์ในยุคนั้น จะต้องมีรอยสักของท่านเกือบทุกคน โดยเฉพาะยันต์จิ้งจก ที่โดดเด่นในด้านเมตตามหานิยม
    ประวัติหลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง มีนามเดิม หน่าย มีความดี วัน-เดือนที่เกิดไม่ระบุชัด ปีพ.ศ.2446 ที่ ต.หันสังข์ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา บิดา-มารดา ชื่อ นายหลาบ และนางพลอย มีความดี จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัด ในสมัยนั้นการศึกษายังไม่ค่อยเจริญ พออ่านออกเขียนได้ เมื่อจบการศึกษาแล้ว ช่วยพ่อแม่ทำงานอยู่กับบ้าน
    อายุ 12 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านแจ้ง มีพระครูพัด เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาธรรมวินัยและวิทยาคมบ้างเล็กน้อย ด้วยอายุยังน้อย
    กระทั่งอายุครบ 22 ปี เข้าอุปสมบทที่วัดบ้านแจ้ง มีพระครูพัด เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า อินทสีโล
    หลังอุปสมบท พรรษาแรก ท่านเริ่มออกเดินธุดงค์ไปในป่าเขาตามภาคต่างๆ ซึ่งมีสัตว์ดุร้ายที่ชุกชุม แต่ก็ไม่มีความเกรงกลัวกับสัตว์ร้ายเหล่านั้น
    เมื่อท่านเดินธุดงค์อยู่ในป่าจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้กลับมายังวัดแจ้ง อยู่ได้ 3 เดือน จึงเดินทางไปศึกษาวิทยาคมกับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าขณะที่เรียนอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้พบกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และศึกษาวิชากับท่านบ้าง แต่ส่วนมากจะได้วิชาจาก หลวงปู่ศุข แต่ยังไม่ทันที่จะได้วิชาแขนงสุดท้าย หลวงปู่ศุขก็มรณภาพไปเสียก่อน
    แม้จะเป็นระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งปี แต่หลวงพ่อหน่ายได้ฝึกฝนทบทวนสรรพวิชาต่างๆ อย่างเข้มข้น ถือว่าเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ศุขอย่างแท้จริง
    หลังจากนั้นท่านได้ไปศึกษาวิชาเครื่องรางของขลังและวิทยาคมกับอาจารย์ย่ามแดง ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ หลวงปู่ศุข หลังจากเรียนวิชาจากอาจารย์ย่ามแดง จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านแจ้ง ซึ่งในขณะนั้นมี พระครูอนุวัติสังฆกิจ (เคลือบ) เป็นเจ้าอาวาสท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ในป่าช้านานถึง 20 ปี โดยบอกว่าในป่าช้าเงียบและสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน
    หลวงพ่อหน่าย ช่วยพระครูสังฆกิจ (เคลือบ) พัฒนาวัดบ้านแจ้ง ด้วยการสร้างอุโบสถ กุฏิ ศาลาการเปรียญ เมื่อพระครูสังฆกิจมรณภาพ ญาติโยมจึงนิมนต์หลวงพ่อหน่ายขึ้นเป็นเจ้าอาวาสสืบแทนตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 ขณะที่มีอายุได้ 71 ปี โดยที่ท่านไม่ยอมรับสมณศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น
    หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง ปกครองดูแลพระภิกษุสามเณร รวมทั้งเกื้อกูลต่ออุบาสก-อุบาสิกามายาวนาน เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กุลบุตรทั้งหลายได้บรรพชาอุปสมบท เป็นสามเณรและพระภิกษุเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
    จากวัตรปฏิบัติและเมตตาธรรมที่หลวงพ่อหน่ายได้ให้แก่ลูกศิษย์และญาติโยมทั้งหลายมายาวนาน ทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือ ประกอบกับเมื่อท่านได้สร้างวัตถุมงคลและมีผู้นำไปบูชาแล้วเกิดผลเป็นสุข ความเจริญ หรือแคล้วคลาดจากภัยพิบัติต่างๆ จึงทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อหน่ายอยู่ในทำเนียบของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของเมืองไทย
    ทั้งนี้ หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง ได้สร้าง พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง และ วัตถุมงคล ไว้หลายอย่าง อาทิ ตะกรุดโทน, ตะกรุดมหาอุด, พระโมคคัลลาน์พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก, พระพุทธโคดมพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก รวมถึงเหรียญรุ่นต่างๆ อีกหลายรุ่น
    ตลอดชีวิตของหลวงพ่อหน่าย ท่านได้นำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยเหลือชาวบ้านและลูกศิษย์อย่างต่อเนื่อง ท่านเป็นสงฆ์ที่รักสันโดษ ครองบรรพชิตอย่างเรียบง่าย และไม่เคยโอ้อวดตน
    ต่อมาละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 10 พ.ค. 2531 รวมอายุ 86 ปี พรรษา 74

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาทุกๆที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260525_004316.jpg IMG_20260525_004356.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง นครปฐม.jpg

    เหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง พิมพ์ ๒ หู จ.นครปฐม หลังพระอาจารย์ฮวด (ลูกศิษย์หลวงพ่อแช่ม) สร้างปี พ.ศ. ๒๕๒๖

    อาจารย์ฮวด วัดกลาง ดาวคนอง กรุงเทพฯ (ฝั่งธนบุรี) ท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเเช่ม วัดตาก้อง ได้ร่ำเรียนวิชาต่างๆเช่นวิชาโปร่งฟ้า วิชาองค์การมหาทมึนเเละวิชาที่ขาดไม่ได้ที่ทำให้อาจารย์ฮวดมีชื่อเสียงโด่งดังก็คือวิชาทำ"น้ำมันพรหมประสิทธิ์” ที่เป็นหนึ่งในวิชาพรหมของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง น้ำมันพรหมประสิทธิ์นี้บางคนเอาไปป้ายตาแล้วสามารถมองทะลุวัตถุที่กางกั้น จนเห็นภาพวัตถุที่อยู่ภายในได้ พวกนักพนันมักเรียกน้ำมันนี้ว่า น้ำมันโป เพราะเอาไปป้ายเปลือกตาไว้ดูจำนวนเม็ดถั่วเม็ดโปเวลาเล่นพนัน หรือดูแต้มลูกเต๋าในถ้วยตอนแทงไฮโล บางทีก็ป้ายตาเอาไว้ดูไพ่ของแต่ละคนในวง ส่วนพวกเจ้าชู้ก็มักนำไปป้ายตาไว้ดูสาวๆและเอาไปกระทำในทางเสน่ห์ ส่วนคนธรรมดาทั่วไป ก็ไว้ใช้ในทางเมตตาค้าขาย เข้าเจ้า เข้านาย ให้เมตตาเอ็นดูค้ำชูอุปถัมภ์ จนประสบการณ์ความขลังในน้ำมันโปของหลวงพ่อแช่มนั้นโด่งดังไปทั่วจนถึงยุคอาจารย์ฮวด เเละหลังจากหลวงพ่อเเช่มมรณะภาพ พ.ศ.๒๔๙๐ อาจารย์ฮวดได้ลาสิกขาบท เเละได้ใช้วิชา"น้ำมันพรหมประสิทธิ์"ในการทำมาหากิน ค้าขาย จนมีฐานะร่ำรวย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญสวยสภาพเดิมๆผิวขึ้นรุ้งวิบวับๆ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260525_154910.jpg IMG_20260525_154942.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    หลวงพ่อทองสุข-วัดสะพานสูง-0.jpg

    เหรียญหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง นนทบุรี รุ่นลาภมากมี ปี ๒๕๒๐ เนื้อทองแดง หลังพระปิดตา พิมพ์เล็ก นิยม พุทธคุณดีเยี่ยม หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง ท่านเป็นศิษย์ผู้สืบสายพุทธาคม ต่อ นอกจากหลวงปู่กลิ่น จันทรังสี พระเกจิที่โด่งดังแล้ว ยังปรากฏนาม “หลวงพ่อ ทองสุข อินทสาโร” ด้วย หลวงพ่อทองสุขสร้างความเจริญให้วัดและเป็นปูชนียสงฆ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวนนทบุรี ลูกศิษย์คอยปรนนิบัติรับใช้ท่าน หลวงปู่กลิ่นท่านก็เมตตาถ่ายทอดวิชาอาคมตลอดจนการฝึกกรรมฐาน และยังได้รับวิชาจัดสร้างพระปิดตา ตามตำราของหลวงปู่เอี่ยม ซึ่งได้รับถ่ายทอดมาจากหลวงปู่กลิ่น พระปิดตาของหลวงปู่ มีพุทธคุณสูงส่ง ทั้งทางด้าน เมตตามหานิยม และ ด้าน มหาอุตม์ เช่นเดียวกับพระปิดตาของหลวงปู่เอี่ยม

    ประวัติหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง
    ประวัติ หลวงพ่อทองสุข อินทสาโร (พระครูนนทกิจโสภณ) วัดสะพานสูข นนทบุรี
    หลวงพ่อทองสุขท่านเกิดมื้อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๖ ตรงกับวันแรม ๑๐ ค่ำเดือน ๔ ปีเถาะ ที่บ้านหนองไผ่เหลือง ต.หนองนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรนายคง นางแพ มีพี่น้องทั้งหมด ๕ คนท่านเป็นคนสุดท้อง เมื่ออายุ ๑๑ ได้เข้าไปเรียนหนังสือที่วัดอยู่กับอาจารย์จ้อย อาจารย์สาย และอาจารย์นิ่ม วัดหนองหว้า เพชรบุรี จนอายุ ๑๓ ออกจากวัดไปอยู่ราชบุรีกับอาของท่าน แล้วกลับมาอยู่กับโยมพ่อ โยมแม่ ช่วยท่านทำนาหาเลี้ยงชีพที่บ้านเกิด
    จนอายุครบ ๒๐ ปีจึงถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร กรมทหารราบที่เพชรบุรี ปลดแล้วสมัครเป็นตำรวจภูธรได้ยศสิบตำรวจตรี ประจำอยู่เพชรบุรี ๒ ปีแล้วถูกย้ายไปจังหวัดต่างๆ ทั้งพัทลุง,ชุมพร,ด่านสะเดา สงขลา,จนได้ยศ สิบตำรวจโทก็ถูกย้ายไปนราธิวาส,สตูล,อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี,อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ,จ.สุรินทร์
    จนครั้งหลังสุดย้ายกลับมาอยู่ที่ จ.เพชรบุรี บ้านเกิด อยู่ได้เพียงหนึ่งปีก็เกิดเบื่อหน่ายทางโลก จึงลาออกจากอาชีพตำรวจ บวชเมือปี พ.ศ.๒๔๗๐ ที่วัดนาพรม เพชรบุรี มีพระครูพิษ เจ้าอาวาสเป็นพระอุปัชณาย์ พระอาจารย์ผ่องเป็นกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์อุปเป็นอนุสาวนาจารย์ แต่ไม่ได้จำพรรษาที่วัดนาพรม ไปจำพรรษาที่วัดหนองหว้า แต่ก็อยู้ได้เพียงพรรษาเดียว เพราะมีอาจารย์เพ็ง จากวัดสะพานสูงได้ธุดงค์มาพบกันจนท่านทั้งสองรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอันดี ท่านอาจารย์เพ็งจึงชักชวนกันเดินทางมาจำพรรษา ณ วัดท่าเกวียน ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จำพรรษาอยู่วัดนี้ ๓ พรรษา จึงพากันย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ เพื่อมาศึกษาพระปริยัติธรรม มีพระครูโสภณศาสนกิจ (หลวงปู่กลิ่น) เป็นเจ้าอาวาส และอาจารย์เพ็งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม จนปีพ.ศ. ๒๔๗๕ สอบนักธรรมได้พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้นักธรรมโท พอดีวัดสะพานสูงขาดครูสอนพระปริยัติธรรม หลวงปู่กลิ่นจึงมอบหมายหน้าที่สอนพระปริยัติธรรมให้พระภิกษุสามเณรช่วยกัน หลวงพ่อทองสุขได้เรียนตำราเวทย์ และพระคาถรสำคัญๆต่างๆของวัดสะพานสูง เช่น การลงตะกรุด การทำผง พระปิดตา ทำน้ำมนต์ จากหลวงปู่กลิ่นจนหมดสิ้น จนเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับตำแหน่งเป็นกรรมวาจาจารย์ ปีพ.ศ. ๒๔๘๙ หลวงปู่กลิ่นมรณะภาพลง ท่านจึงขึ้นรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่หนึ่งปี ปี ๒๔๙๑ ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสจากความห็นชอบของคณะสงฆ์ และอุบาสก อุบาสิกาวัดสะพานสูง ๙ พฤษภาคมพ.ศ.๒๕๐๘ จึงได้รับแต่งตั่งเป็นพระอุปัชณาย์ ปกครองวัดด้วยคุณธรรมอบรมสั่งสอนภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัย จนวัดมีความเจริญรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ บั่นปลายของชีวิตท่านต้องรับภาระอย่างหนัก ทั้งประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือจากท่านต่างๆนาๆ ภาระกิจของคณะสงฆ์ และกิจการงานต่างๆของวัดสะพานสูง จน ๒๐ มีนาคมพ.ศ. ๒๕๒๕ ท่านอาพาธด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ลูกศิษย์ได้นำท่านส่งโรงพยาบาลเพชรเวช จน ๗ เมษายนพ.ศ. ๒๕๒๕ เวลา ๐๘.๐๐ น.ท่านได้มรณะภาพลงด้วยอาการอันสงบ ศิริอายุได้ ๗๙ ปี ๑๙ วัน
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อทองสุขนั้นท่านสร้างไว้มากมายหลายอย่างอาทิเช่นพระปิดตารุ่นต่าง ๆ เหรียญปั๊มและเครื่องรางของขลังประเภทตะกรุด ส่วนวัตถุมงคลที่เรียกว่าได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็คือรูปหล่อโบราณหลวงปู่เอี่ยม,หลวงปู่กลิ่นรุ่นแรกปีพ.ศ. ๒๕๐๐ เหรียญเสมาบล็อคเอื่อมเหรียญหลวงปู่กลิ่นและเหรียญข้าวหลามตัดรุ่นแรกปีพ.ศ. ๒๕๐๗ อีกทั้งเหรียญข้ามหลามตัดและเหรียญเสมาบล็อกต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมทั้งมีประสบการณ์และมีราคาเช่าหากันตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายแสนบาทนั้นล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อทองสุขทั้งสิ้น
    ส่วนพระปิดตาของท่านนั้นถือว่าเป็นพระที่น่าใช้มาก ๆ ท่านสร้างขึ้นตามตำหรับหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูงทุกประการเรียกว่าใช้แทนปิดตาหลวงปู่เอี่ยมและหลวงปู่กลิ่นได้เลย โดยพระปิดตาของท่านจะผสมกับผงเก่าของวัดที่ตกทอดมาตั้งแต่ครั้งหลวงปู่เอี่ยมและหลวงปู่กลิ่น ว่ากันว่าหลวงพ่อทองสุขท่านเริ่มสร้างพระตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ.๒๔๙๐ กว่า ๆ เรื่อยมาจนถึงปีพ.ศ.๒๕๒๐ กว่า ๆ โดยพระปิดตาที่ท่านสร้างขึ้นนั้นต่างได้รับความนิยมด้วยกันทั้งหมด ยิ่งโดยเฉพาะพิมพ์สะดื่อจุน,พิมพ์ ๒ สะดื่อและพิมพ์ตะพาบ ปิดตายุคแรกปีพ.ศ. ๒๔๙๕ นั้นจัดว่าเป็นพิมพ์นิยมและได้รับความนิยมมากที่สุดซึ่งสนนราคากันที่ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้วแต่สภาพ พระพิมพ์อื่น ๆ นั้นราคาเช่าหาก็ลดหลั่นกันลงมาตามลำดับมีตั้งแต่พันปลาย ๆ ไปจนถึงพันกว่าบาทสองพันก็มีครับ แต่พระปิดตาพิมพ์สะดื่อจุ่นนั้นไม่ได้มีการสร้างแค่วาระปี ๙๕ แค่ครั้งเดียวแต่ท่านยังใช้บล็อกเดิมสร้างมาเรื่อย ๆ จนกระทั้งปีพ.ศ. ๒๕๑ กว่า ๆ ถึงปีพ.ศ.๒๕๒๐ ต้น ๆ แต่ก็ยังถือว่ายังเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของหลวงพ่อทองสุข ยิ่งถ้าเนื้อหาจัด ๆ หรือที่เค้าเรียกว่าเนื้อยุคต้นนั้นจะมีราคาแพงกว่าปกติทั่วไปครับ พุทธคุณของพระปิดตาหลวพ่อทองสุขผมถือว่าครบครันน่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านโภคทรัพย์,เมตตามหานิยม,แคล้วคาดปลอดภัยและคงกระพันชาตรีครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพและเรื่อง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาทุกๆที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงพ่อทองสุขหลังพระปิดตา ลาภมากมี สภาพไม่สวย แต่ แท้ ทันท่านเสก

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260525_161619.jpg IMG_20260525_161645.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 พฤษภาคม 2026 at 22:24
  4. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,662
    ค่าพลัง:
    +7,916
    ขอจองครับ
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1779722187463.jpg FB_IMG_1779722108719.jpg FB_IMG_1779722155256.jpg

    พระผงชุดวิญญาณสมเด็จขาว ปี ๒๕๑๓ เจ้าคุณนรฯ
    วัดศีลขันธาราม อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

    เจ้าคุณนรฯ ภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ

    -ทำไมจึงเรียกพระเครื่องชุดนี้ว่าชุดวิญญาณ แต่พระเครื่องชุดนี้ก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นของดีน่าใช้มากที่สุดอีกชุดหนึ่งของหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก เพราะว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังในการสร้างให้คนหวั่นไหวเล่นๆ เจตนาในการสร้างบริสุทธิ์สะอาดอย่างแท้จริง ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์มาแปดเปื้อน สร้างแล้วแจกฟรี ไม่มีการจำหน่ายแม้แต่องค์เดียว ของปลอมก็ยังไม่มีออกมารังควาน เพราะว่าผู้สร้างแจกแหลกจนมือผียังผงะ คิดไม่ออกว่าจะปลอมมาขายได้ไง ในเมื่อของแท้ยังแจกสะบั้นยังงั้น จะทำปลอมออกมาแจกแข่งก็บ้ากันไปเท่านั้น
    นั่นเป็นความจริงของ 20 ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่าของปลอมมีออกมาหรือยัง แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นของปลอมเลยแม้สักหนเดียว จึงพอจะวางใจได้ว่า พระชุดวิญญาณของวัดศีลขันธารามนี้ยังเป็นของบริสุทธิ์น่าใช้อยู่อย่างเก่า
    -ผู้สร้างพระเครื่องชุดวิญญาณนี้คือท่านเจ้าคุณศีลขันธโศภณ เป็นผู้มีความเคารพเลื่อมใสหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก อย่างยิ่งอีกผู้หนึ่ง ต่อมาได้ถูกส่งตัวไปเป็นเจ้าอาวาสวัดศีลขันธาราม แทนเจ้าอาวาสองค์เดิมที่มรณภาพไป เมื่อไปอยู่ที่วัดศีลขันธารามแล้วก็มิได้เหินห่างวัดเทพศิรินทราวาสแต่อย่างใด ยังคงไปมาหาสู่เป็นปกติ และยังคงสร้างพระเครื่องมาถวายหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก อธิษฐานจิตปลุกเสกให้แล้วนำกลับไปแจกที่วัดศีลขันธารามตลอดเวลา และทำอย่างนี้มากมายหลายรุ่น แม้แต่พระนับร้อยก็ยังเอามาถวายให้ท่านเสกแล้วนำไปแจก ซึ่งพระนับร้อยก็คงจะเว้นไว้ไม่กล่าวถึง ไม่รู้จะกล่าวถึงได้ยังไง
    สำหรับพระเครื่องชุดวิญญาณนี้ ท่านเจ้าคุณศีลขันธโสภณ ได้จัดสร้างขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อนำเข้าร่วมในพิธีปลุกเสกในวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2513 ซึ่งเป็นพิธีปลุกเสกครั้งสุดท้ายของหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก โดยมีพิมพ์ต่างๆดังนี้
    1.สมเด็จ 3 ชั้น หูบายศรี หลังเรียบไม่มียันต์ดูเหมือนจะมีเพียงเนื้อเดียว คือ สีดำ
    2.สมเด็จ 3 ชั้น หรือสมเด็จดำ และสมเด็จขาว ด้านหลังมียันต์ภควัมนูนออกมาและมีคำว่า “ธมฺมวิตกฺโกนิรมิต” มี 2 เนื้อ คือ สีดำและสีขาว
    3.สมเด็จประทานพร มี 2 เนื้อ คือ ดำกับขาว
    4.สมเด็จพระพุทธกวัก ดูเหมือนจะมีเนื้อเดียวคือ สีดำ
    5.พระปิดตา หลังยันต์นูน
    6.พระสมเด็จปางมารวิชัย
    ทุกพิมพ์ทุกเนื้อ สร้างประมาณอย่างละ 2,500 องค์
    นอกจากจะมี 2 เนื้อ คือ ดำและขาว ในบางพิมพ์แล้ว เนื้อสีเทาก็มีนะครับ ถ้าพบเนื้อสีเทาอย่าไปตีขลุมว่าเป็นของเก๊ หรือของไม่ทันพิธีบาปกรรมเปล่าๆ
    มวลสารของพระผงชุดวิญญาณค่อนข้างจะพิถีพิถันในการแสวงหามาผสม ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจจริงจะให้พระเครื่องชุดนี้เป็นของดีมีมงคล ซึ่งส่วนผสมในเนื้อพระผงชุดวิญญาณมีดังนี้
    1.แร่ธาตุจากวัดโคกหอม อ.ไชโย จ.อ่างทอง 2.ผงพระหักจากกรุวัดโคกหอม
    3.ดินโป่งจากโป่ง 7 แห่ง
    4.ดินจอมปลวกจาก 7 จอม
    5.ดินจากทางสามแพร่ง 7 แห่ง
    6.ดิน 7 ทุ่ง
    7.ดิน 7 สระ
    8.ว่าน 108
    9.ใบโพธิ์ 7 วัด
    10.คราบไคลเสมาและเจดีย์เก่า
    11.ผงสูตรของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ)
    12.ผงอิทธิเจ จากวัดต่างๆ
    ***ที่สำคัญคือมีเส้นเกศาของหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก ผสมอยู่ด้วย***
    -ในบางองค์จะเห็นเส้นเกศาแทงออกมานอกเนื้อชัดเจน ส่วนผสมนี้อยู่ในเนื้อดำและขาวเหมือนกัน
    สีดำเกิดจากการผสมผงเถ้าใบลานเท่านั้นเอง พอผสมลงไปก็เกิดสีดำขึ้นมา
    ทั้งดำและขาวดีเหมือนกันแหละครับ
    เกี่ยวกับพระผงชุดวิญญาณนี้ มีเรื่องเล่าว่า ใครก็ไม่ทราบอยู่ในจังหวัดไหนก็ไม่ทราบอีกเหมือนกัน (ที่ไม่ทราบก็เป็นเพราะผมจำไม่ได้ และไม่มีเวลาค้นตำรามาดู) แกเกิดฝันเห็นหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก มาบอกว่าให้ไปรับแจกพระสมเด็จดำกับสมเด็จขาวที่วัดศีลขันธาราม และไม่รู้เรื่องพระสมเด็จดำกับสมเด็จขาวแต่อย่างใด
    พอดั้นด้นสืบสืบไปจนถึงวัดศีลขันธาราม ก็ได้รับแจกสมเด็จดำกับสมเด็จขาวอย่างละองค์จริงๆ
    ได้รับแจกโดยไม่ได้เอ่ยปากขอด้วยนะครับ
    แปลกประหลาดดีเหมือนกัน
    พระเครื่องของหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโกที่ผสมเกศาของหลวงปู่ เท่าที่ทราบแน่ชัดก็มีของยุวพุทธิกสมาคม จังหวัดชลบุรี ที่เรียกว่า “ชุดไตรภาคี” และก็ของวัดศีลขันธาราม “ชุดวิญญาณ” นี่แหละครับ
    ของแพงไม่ได้แปลว่าศักดิ์สิทธิ์กว่า คือเป็นของสร้างจำนวนน้อย หามาสะสมได้ยากกว่า ถ้าอยากจะได้ก็ทุ่มเงินออกไป เลยเป็นเหตุให้ของนั้นแพงขึ้นทันที
    ของแพงนี่อันตรายนะครับ เพราะว่ายิ่งแพงเท่าไรมือผียิ่งชอบ สนุกปลอม สนุกหลอกไปเลย ยิ่งแพงมากยิ่งปลอมแนบเนียนมาก ระวังเอาไว้เถอะ
    พระเครื่องชุดวิญญาณนี้เท่าที่สังเกตดูและได้เห็นว่าดูเหมือนสมเด็จดำ กับสมเด็จขาวที่เรียก “ธมฺมวิตกฺโกนิรมิต” นั้นจะปรากฏหมุนเวียนอยู่ในสนามพระเครื่องมากกว่าพิมพ์อื่น นั่นคงเป็นเพราะว่าสมเด็จดำกับสมเด็จขาวเป็นที่รู้จักกันมาก และได้รับความนิยมมากกว่าพิมพ์อื่นๆในชุดเดียวกัน
    รองๆลงไปก็ได้แก่พิมพ์สมเด็จประทานพร เห็นบ่อยเหมือนกัน แต่ไม่ถี่เท่าสมเด็จดำกับสมเด็จขาว ส่วนสมเด็จหูบายศรีแทบจะไม่ปรากฏเลย รวมทั้งพระปิดตากับพระสมเด็จพุทธกวัก
    มีข้อสังเกตที่พอจะบอกได้อีกประการหนึ่งคือเรื่องของขนาดพระเครื่องแต่ละพิมพ์นั้น บางตำราจะระบุขนาดแน่ชัดไว้เลยว่า กว้างเท่าไหร่ สูงเท่าไหร่ ซึ่งผมเห็นว่าผู้อ่านจะยึดเอาเป็นบรรทัดฐานในการพิสูจน์พระแท้ พระปลอม สำหรับชุดวิญญาณนี้ไม่ได้ เนื่องจากว่าการตัดขอบพระแต่ละองค์ไม่แน่นอนจนไม่อาจเกิดเป็นมาตรฐานได้ บางองค์ก็ตัดขอบได้สวยงามพอเหมาะพอดี บางองค์ก็ดูไม่จืดเหมือนกัน ถึงขนาดตัดเอาซุ้มพระหายไปก็มี ถ้าจะวัดความกว้างและความสูงของพระชุดนี้ คงทำได้เพียงประมาณเอาเท่านั้น
    พระเครื่องของหลวงปู่ธมฺมวิตกฺโก หรือเจ้าคุณนรฯนี้ถ้าใครมีอยู่แล้วรักษาไว้ให้ดีเถิดคับ ถ้ายังไม่มีก็น่าจะหาไว้สักองค์ เงินน้อยก็เลือกชุดวิญญาณองค์ไหน พิมพ์ไหนก็ได้

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260525_222508.jpg IMG_20260525_222532.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2026 at 11:44
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    IMG_9782.JPG

    พระสมเด็จเยี่ยวชะนี นะจินดามณีรุ่นแรก(พิมพ์คะแนน) สุดยอดมหาเสน่ห์ อาจารย์ทิน วัดชายนาเนื้อสีเขียว

    ศิษย์หลวงพ่อตัด

    พระสมเด็จเยี่ยวชะนีนะจินดามณี รุ่นแรกปลุกเสกไตรมาสผ่านพิธีเพ็ญ ๒๕๕๗ และพิธีใหญ่ๆ อีกหลายพิธีด้วยกัน สมเด็จรุ่นนี้ดำริจัดสร้างโดยพระอาจารย์ทิน เจ้าอาวาสวัดชายนาองค์ปัจจุบัน โดยท่านลงมือ ร่างออกแบบพิมพ์เอง
    พระสมเด็จเยี่ยวชะนีนะจินดามณีรุ่นแรกจัดสร้างตามรายการดังนี้
    1.เนื้อมวลสารจำนวน 628 องค์
    2.เนื้อก้นครก 939 องค์
    3.เนื้อชมพูตะกรุดเงิน 5,000 องค์
    4.เนื้อเหลืองโรยแร่ 3,000 องค์
    5.เนื้อเขียว 13,000 องค์

    มวลสารสร้างสมเด็จเยี่ยวชะนีนะจินดามณี
    1. ผงผูกจิตผงมัดใจ ญาท่าเขียว
    2. ผงกระบือชนเสือ อ.หรีด
    3. ผงเสกหลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญ
    4. ผงว่าน 108
    5. ผงรัตนมาลา
    6. ผงวิเศษหลวงพ่ออุ้น
    7. ดินสอพองหลวงพ่อตัดเสก 4 ปี
    8. ผงจินดามณี พระอาจารย์ทิน
    9. ผงเยี่ยวชะนี หลวงพ่อตัด วัดชายนา
    10. ผงว่านสบู่เลือด
    11. ผงขมิ้นเสก วัดชายนา
    12. ดินสอพองเสกพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร วัดหรงบน นครศรีธรรมราช
    13. ทรายเสกครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง
    14. ผงตะไบก้านพระกริ่งปรโรเนื้อเงิน หลวงพ่อตัด
    15. เกศาหลวงหลวงพ่อตัด วัดชายนา
    16. เกศาพระอาจารย์ทิน วัดชายนา
    17. เกศาหลวงพ่อแถม
    18. เกศาครูบากฤษณะ
    19. เกศาหลวงพ่อทอง วัดเกาะ
    20. พระพิมพ์นางพญา รุ่นผสมผงเก่า จ.พิษณุโลก
    21. ลูกอมผสมผงพราย เจดีย์ทอง
    22. สมเด็จนางพญา วัดใหญ่ชัยมงคล
    23. ขุนแผนหลวงพ่อดีวัดพระรูป
    24. พระผงเจดีย์ 9 ยอดรุ่นเงินล้าน
    25. พระผงกิมจ๊อ หลวงพ่อตัด
    26. สมเด็จสะทานเพชร มวลสารจิตรลดา โรยตะไบทองคำ วัดบวรฯ
    27. นางกวัก หลวงพ่อกวย
    28. หลวงพ่อกังวาน วัดจำปา
    29. พระผงหลวงพ่อแย้ม วัดตะเคียน
    30. พระผงหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ปี 39 2 องค์
    31. ภมรจำแลง ครูบากฤษณะ
    32. พระสมเด็จ หลวงพ่อแพ 3 องค์
    33. สีผึ้งกรรมฐาน ปี 55 ครูบากฤษณะ
    34. พระผงหลวงพ่อทองใบ วัดอดทม
    35. พระผงหลวงพ่อสืบ วัดสิงห์
    36. พระผงจักรพรรดิ หลวงตาม้า 6 องค์
    37. พระผงหลวงปู่ทวด วัดตะเคียนเตี้ย
    38. สมเด็จพระศาสดา วัดบวรฯ
    39. สมเด็จวัดระฆัง ปี 39 รุ่นกาญจนาภิเษก
    40. พระผงหลวงปูบุญตา จ.ลพบุรี 2 องค์
    41. พระสังขจาย หลวงปู่ทิมวัดพระขาว
    42. พระนางพญา วัดพนัญเชิง
    43. สมเด็จหลวงพ่อทวน ปี 46 2 องค์
    44. เจ้าแม่กวนอิ้มเนื้อผลู ครูบาคำเป็ง
    45. พระผงพิมพ์พระพุทธชินราช วัดราชผาฯ
    46. พระผงหลวงพ่อเมียน วัดบ้านจะเนียง
    47. พระขุนแผนรุ่น 2 เนื้อดินเผา หลวงพ่อตัด 2 องค์
    48. สมเด็จเยี่ยวชะนี หลวงพ่อตัด 2 องค์
    49. พระผงขาโต๊ะ หลวงพ่อตัด 2 องค์
    50. นางกวัก เนื้อดินเผา หลวงพ่อตัด
    51. พระผงหลวงพ่อทองสุข วัดนิคม
    52. ชานหมากหลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน
    53. ชานหมาก หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
    54. พระปิดตา หลวงพ่ออ่อง ถาวโร วัดถ้ำเขาวงกต
    55. สมเด็จ 100 ปี วัดระฆัง
    56. พระผงหลวงพ่อคล้าย
    57. เม็ดยาจินดามณี หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว
    58. พระบัวเข็ม กรุ วัดชนะสงคราม
    59. กาฝาก+ไม้มงคล
    60. สมเด็จกรุวัดพระแก้ว
    61. พระรอดหลวงพ่อผล วัดหนองแขม
    62. พระผง อ.ย. หลวงพ่อเกษม
    63. พระเปิดโลก เตาทุเรียน
    64. หลวงพ่อเปิ่น รุ่นเสาร์ 5 ปี 37 วัดบางพระ
    65. พระผงหลวงพ่อห้วย วัดห้วยทรายใต้
    66. พลวงพ่อทอง รุ่นบูรณะวิหาร วัดทองบางพรม
    67. หลวงปู่ดูหาสวรรค์ วัดนาขวาง จ.สมุทรสาคร
    68. พระไพรีพินาศ วัดบวร ปี 43
    69. พระอนุสรณ์รำลึก 100 ปี หลวงพ่อแพ
    70. พระปิดตาหลังเสือ วัดอ้อมน้อย
    71. หลวงพ่อพระไชยเชษฐา วัดทุ่งกวนอิน จ.หนองคาย
    72. พระพุทธโสธร รุ่นสร้างพระอุโบสถ ปี 44
    73. สมเด็จเสาร์ห้า วัดระฆังฯ ปี 36
    74. พระพุทธธรรม จักรทิพย์ ญาณไตรโลก
    75. เทพภมรจำแลง พิมพ์เล็ก ใหญ่ ครูบากฤษณะ
    76. สมเด็จพิมพ์ไกเซอร์ วัดราชผาฯ
    77. ขุนแผน วัดบางละมุง
    78. หลวงปู่ทวด วัดจันทราวาส จ.เพชรบุรี
    79. หลวงปูทวด วัดเก่าเจริญธรรม
    80. สมเด็จหลังรูปเหมือนรุ่นสรงน้ำ 37 หลวงพ่อยิด
    81. พระสิวลี ปี 53 หลวงพ่อผอง วัดพรหมยาม
    82. ปิดตาขี่ครุฑ หลวงพ่อจ้อย วัดน้ำเขียว
    83. สมเด็จพระพุทธมชาจารย์ เจริญ ออกวัดช่องลม
    84. พระผง วัดไผ่วาส
    85. พระปิดตาแช่น้ำมนต์ ฝังตะกรุดทองคำ วัดบวรฯ
    86. เจ้าสัวผงจินดามณี หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว
    87. พระพุทธชินราช ภปร ผสมผงจิตรลดา พระเบญจภาคี
    88. พระผงไพรีพินาศ ปี 36
    89. พระวัดบางพลีใหญ่
    90. พระปิดตา วัดยางเอน
    91. สายสิญจน์ พิธีหล่อพระสมเด็จองค์ปฐม สำนักพุทธศรีทรา ฯลฯ

    พระครูสารธรรมนิเทศ หรือพระอาจารย์ทิน ลูกศิษย์เอกของหลวงพ่อตัดและเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดชายนา
    พระครูสารธรรมนิเทศ หรือรู้จักกันในนามของพระอาจารย์ทิน
    ท่านเป็นศิษย์เอกที่ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมจากหลวงพ่อตัดโดยตรง
    พระอาจารย์ทินท่านเป็นพระที่สนใจใฝ่รู้ ชอบศึกษา ชอบทดลอง
    ในสมัยที่หลวงพ่อตัดยังอยู่ นอกจากศึกษาวิชาจากหลวงพ่อตัดแล้ว ท่านยังเดินทางไปศึกษาวิชาจากอาจารย์ท่านอื่นเพิ่มเติม ทั้งที่เป็นพระและฆราวาส
    แต่สุดท้ายก็มาเรียนจนแตกฉานหมดสิ้นที่หลวงพ่อตัดนี่เอง
    ท่านได้รับความไว้วางใจให้ช่วยจารอักขระต่างๆ ลงในวัตถุมงคลของหลวงพ่อตัดเกือบทั้งหมด เรียกว่าให้เป็นตัวแทนก็ว่าได้
    จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่า ท่านพระครูสารธรรมนิเทศ พระอาจารย์ทิน วรจิตฺโต ท่านได้สืบทอดวิชาของหลวงพ่อตัด วัดชายนามาอย่างเต็มภาคภูมิครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    องค์นี้เห็นเกศาชัดเจนในองค์พระ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260525_223726.jpg IMG_20260525_223748.jpg
    IMG_20260525_223939.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2026 at 16:55
  7. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,662
    ค่าพลัง:
    +7,916
    ขอจองครับ
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    1779799455545.jpg 1779799333199.jpg 1779799349953.jpg

    สายเหนียวเมืองกาญจ์

    พระพุทธชินราช เนื้อผงพุทธคุณ หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว จ.กาญจนบุรี

    พระเกจิที่มีชื่เสียงโด่งดังในพื้นที่เมืองกาญจน์ วิทยาคมไม่เป็นสองรองใครในยุคนั้น
    เป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อน้อย คันธโชโต วัดศรีษะทอง จ.นครปฐม เจ้าตำรับราหูอมจันทร์และวัวธนูที่โด่งดัง..
    ในสมัยนั้นหลวงพ่อน้อย มีลูกศิษย์ก้นกุฏิอยู่ 2 รุป คือ พระสมและพระกริ่ง จึงส่งพระสมให้ไปเรียนที่วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และหลวงพ่อน้อยหวังจะให้รับช่วงเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อจากท่าน.
    ขณะเดียวกันก็รู้ว่า พระกริ่งสนใจด้านวิทยาคม จึงได้เสกหมากเสกพลูให้พระกริ่งเคี้ยวทุกวัน ก่อนสอนวิชาวัวธนูและวิชาราหู
    เป็นศิษย์ก้นกุฏิเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หลวงพ่อน้อยครอบครูราหูให้ และช่วยหลวงพ่อน้อย จารกะลามาโดยตลอด เนื่องจากจารเองเพียงรูปเดียวไม่ทันเวลาในฤกษ์นั่นเอง
    ครั้นเมื่อท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจนเสร็จสิ้น จึงได้กลับมาจำพรรษา ที่วัดหัวพงษ์ ในขณะนั้นมีเจ้าอาวาสรูปแรก นามว่า หลวงตาปั้น
    ต่อมาหลวงตาปั้นออกธุดงค์แสวงหาความวิเวก และไม่ได้กลับมาที่วัดหัวพงษ์อีกเลย
    ในปี พ.ศ.2487 ชาวบ้านจึงไปนิมนต์หลวงพ่อกริ่ง จากวัดศรีษะทองมาจำพรรษา
    ต่อมาขณะนั้นอยู่ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นตั้งค่ายอยู่ตรงหน้าวัดโพธิ์เลี้ยว
    มีเรื่องเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่ง เดินผ่านค่ายทหารญี่ปุ่นในยามวิกาล ทหารญี่ปุ่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไส้ศึก ชักเอาดาbซามูไรฟัnไปที่หลังจนจีวรขาด แต่ดาbซามูไรไม่ละคายผิวแม้แต่น้อย ทำให้ทหารญี่ปุ่นพากันนับถือยำเกรงเป็นอย่างมาก ขนาดขับรถจี๊ปให้นั่งไปกลับวัดศรีษะทองทุกครั้ง
    เมื่อสงครามสงบลง ทหารญี่ปุ่นได้ถวายรถยนต์ เครื่องปั่นไฟ ให้ทั้งหมด วัดโพธิ์เลี้ยวจึงเป็นวัดแรกๆ ของ จ.กาญจนบุรี ที่มีรถยนต์และเครื่องปั่นไฟใช้ก่อนใครสมัยนั้น...

    ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว(วัดโพธิ์ศรีสุขาราม) กาญจนบุรี ศิษย์เอกหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
    หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์เลี้ยว หรือ พระครูวิธานกาญจนกิจ วัดโพธิ์ศรีสุขาราม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ท่านมีนามเดิมชื่อ กริ่ง จินดากูล เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็ง ณ พื้นที่บ้านทวน ตำบลบ้านทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี มีโยมบิดาชื่อ นายนาค จินดากูล โยมมารดาชื่อ นางเทียบ จินดากูล

    เมื่อหลวงพ่อมีอายุครบบวช โยมบิดาและโยมมารดา จึงได้ทำการอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ณ พัทธสีมาวัดท่าเรือ ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี

    พระครูวรวัตตวิบูลย์ เจ้าอาวาสวัดแสนตอ เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระอธิการวุ้น พุทธสโร เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    พระใจ วัดแสนตอ เป็นอนุสาวนาจารย์

    ซึ่งอยู่สังกัดของวัดวังศาลา ตำบลวังศาลา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากอุปสมบทได้ไม่นานหลวงพ่อกริ่ง ก็ได้ย้ายไปสังกัด วัดศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อศึกษาธรรม และวิทยาคม จากหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ เจ้าอาวาสวัดศรีษะทอง เกจิชื่อดังของจังหวัดนครปฐม เจ้าตำหรับราหูอมจันทร์และวัวธนู

    และเมื่อท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจากพระอาจารย์จนเสร็จสิ้น จึงได้กลับมาจำพรรษา ณ.สำนักสงฆ์บ้านหัวพงษ์ วัดหัวพงษ์ ในขณะนั้นมีเจ้าอาวาสองค์แรก นามว่า หลวงตาปั้น ต่อมาหลวงตาปั้น ได้ไปธุดงตามภาษาพระที่แสวงหาวิชาความรู้ และท่านก็ไม่ได้กลับมาที่วัดหัวพงษ์อีกเลย

    ในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ชาวบ้านจึงไปนิมนต์ หลวงพ่อกริ่ง มาจากวัดศรีษะทอง เพื่อมาบูรณะวัดหัวพงษ์ จนเจริญรุ่งเรือง และได้เปลี่ยนชื่อจากวัดหัวพงษ์ มาเป็นวัดโพธิ์ศรีสุขาราม(โพธิ์เลี้ยว) ในปัจจุบัน

    ในปี พ.ศ.๒๕๑๙ หลวงพ่อกริ่ง ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็น "พระครูวิธานกาญจนกิจ"

    หลวงพ่อกริ่งท่านเป็นพระที่รักสันโดษและอดทนมั่นคง โดยในฤดูร้อนเกือบทุกปีขณะที่พระลาสิกขาเกือบหมดจะมีท่านอยู่เฝ้าวัดเพียงองค์เดียว ตลอดชีวิตท่านกระทำกิจของสงฆ์จนวาระสุดท้ายและสร้างถาวรวัตถุไว้อย่างมากมาย

    หลวงพ่อท่านส่งเสริมการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค ช่วยสร้างอาคารเรียนวัดโพธิ์ศรีสุขาราม จนได้รับอุบัติเหตุตกหลังคาอาคารเรียนจนขาเสียและเจ็บหลัง จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

    หลวงพ่อกริ่ง ท่านถึงการมรณะภาพ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เวลา ๑๖.๓๐ น สิริอายุได้ ๗๕ ปี ๕๒ พรรษา.
    https://www.pra-maeklong.com/2020/09/watpholeaw.html

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาทุกๆที่มาอย่างสูงครับ

    เนื้อหามวลสารส่องมันส์ดูง่ายสบายตา สภาพอาจจะไม่สวย สมบูรณ์ แต่ เนื้อ หามวลสารพระรุ่นเก่า 40-50ปี ก็จะแบบนี้


    ให้บูชา 450 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ



    IMG_20260526_193241.jpg IMG_20260526_193304.jpg
     
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    1779803546436.jpg

    พระปิดตา ฐิตวฑฺฒโน (ปิดตา นะกอดกัน)
    จัดสร้างจากมวลสารมากมายที่ท่านรวบรวมไว้ และจากลูกศิษย์ลูกหาที่นำมาถวาย อาทิเช่น
    - ผงว่านพญารากดำ (อาจารย์ก้าน)
    - ดอกไม้และทองคำเปลวจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมายหลายวัด
    - ผงกาฝากมะขาม กาฝากกะท้อน
    - ยอดสวาท ยอดกาหลง ดอกรักซ้อน ดอกดาวเรือง
    - ผงยอดมะขาม ยอดมะตูม ยอดชัยพฤกษ์
    - แผ่นทองปิดองค์หลวงปู่แสง
    - ลูกอมผงพรายหลวงปู่ทิม ละหารไร่
    - พระคง (กรุเก่า)
    - พระเลี่ยง (พระกรุทางเหนือ)
    - พระผงหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
    - พระผงเจ้าคุณนรฯ
    - ผงชุนดูฮวาน
    - ผงพระธาตุฉิมพลี
    - ผงยันต์เกาะเพชร
    - ผงอิทธิเจ มหามงคลต่างๆ ที่ท่านได้เขียนและเสกไว้
    ปลุกเสกเดี่ยว ๑ เดือน เต็มๆ
    นอกจากนั้นยังนำไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ๆ อีกหลายครั้ง
    และครั้งสุดท้าย ณ พระอุโบสถวัดยานนาวา
    วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ (เสาร์ห้า)
    โดยอาจารย์ติ๋วได้ปลุกเสกเดี่ยว อีกครั้ง
    นับเป็นพระปิดตารุ่นแรก ที่ด้านหลังองค์พระจะบันทึกฉายาของอาจารย์ติ๋วไว้
    "ฐิตวฑฺฒโน" เหนือฉายาของท่านได้ลงอักขระไว้หนึ่งตัวคือ ยันต์นะกอดกัน (ความหมายของยันต์ บอกไว้อยู่แล้ว )**
    พระอาจารย์ท่านได้ตั้งใจ ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ จัดสร้างอย่างพิถีพิถันอีกรุ่น ที่มั่นใจได้

    พระครูวิมลญาณอุดม วิ.
    หลวงพ่อติ๋ว (ธรรมนูญ ฐิตวฑฺฒโน)
    วัดมณีชลขัณฑ์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

    พระอาจารย์ธรรมนูญ ฐิตวฑฺมโน ท่านเป็นชาวตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2502 โยมบิดาชื่อบุญนาค โยมมารดาชื่อประไพ นามสกุลเกิดภู่ มีพี่น้องรวม ๘ คน จบการศึกษาในระดับมัธยมต้น ที่โรงเรียนค่ายนารายณ์ ขณะที่ท่านเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม ๗ นั้น ท่านได้ยินได้ฟังผู้ใหญ่เขาพูดถึงเรื่องพุทธาคม เวทย์มนต์คาถา ได้เกิดความกระตือรือร้นอยากจะเรียนทางด้านเวทย์มนต์คาถา ระหว่างนั้นท่านได้ไปเรียนวิชาต่าง ๆ จากกำนันยอด เหมือนพันธุ์ ฆราวาสขมังเวทย์ท่านหนึ่งของเมืองลพบุรี วิชาที่ท่านได้เรียนนั้นคือ มูลกัจจายน์ ศึกษาอักขระเลขยันต์ การลงตะกรุด วิชาลบผงอิทธเจ ผงไตรสรณาคม ผงนะกอดกัน ผงนะรำพึง นอกจากนั้นท่านกำนัน ยังเมตตาฝากให้ท่านพระอาจารย์ธรรมนูญไปเรียนวิชาต่อจาก หมอเหม็ง ด้านวิชาถอนคุณไสย วิชาทำน้ำมันมนต์ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๖

    ต่อจากนั้นอีกสองปีท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเทพกุญชรวราราม มี พระครูมงคลภาณี (หลวงพ่อมัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ในระหว่างที่เป็นสามเณรท่านก็ยังสนใจในเรื่องเวทย์มนต์คาถา ท่านได้ไป หลวงพ่อพระสมุห์ดำ สุคโต วัดเสาธงทอง ศิษย์เอกของหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู โดยไปหาท่านทุกวันไปช่วยลงตะกรุด ช่วยจารอักขระขอม หลวงพ่อดำท่านเห็นในความพยายามท่านจึงได้แนะนำแนวทางศึกษาให้ หลวงพ่อดำกล่าวว่า การเรียนวิชาคาถาอาคมเพียงอย่างเดียวไม่ก่อให้เกิดอำนาจได้อย่างจริงจัง ต้องหนุนพลังด้วยกรรมฐาน จึงได้แนะนำให้อาจารย์ธรรมนูญ ไปหาหลวงปู่ดู่ วัดสะแก พระอาจารย์จึงเดินทางไปหาหลวงปู่ดู่ ด้วยความเมตาของหลวงปู่ท่านได้ให้สอนการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ให้กับอาจารย์ธรรมนูญจนมีความชำนาญ

    ณ วัดสะแก นี้เองที่พระอาจารย์ได้รู้จักกับ หลวงปู่สี สุดยอดปรมจารย์แห่งการสร้างพระพรหม ผู้เป็นสหธรรมมิกกับพระอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายท่านอาจารย์ธรรมนูญต้องใช้ความเพียรพยายามนับสิบ ๆ ครั้ง จึงได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมต่าง ๆ จากหลวงปู่สี ต่อจากนั้นท่านยังไปฝากตัวเรียนวิชาถอนพิษงูจากหลวงพ่อเปีย ทำให้ท่านได้ทราบว่าวิชานี้เป็นของท่านอาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง แต่อาจารย์ก็มิทันได้ไปเรียนเพราะอาจารย์ฟ้อน ได้เสียไปแล้วจึงเดินทางไปหาหลวงพ่อหนู วัดบึงพระอาจารย์ ร่ำเรียนสรรพวิชาต่าง ๆ มากมาย

    นอกจากนั้นยังได้รับการแนะนำให้ไปเรียนกับ หมอประยูร จิตโสภี และครูเอื้อ บุษปะเกษ หงสกุล เมื่ออายุ ๒๐ ปี ท่านจึงได้อุปสมบทต่อเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดมณีชลขัณฑ์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี มีพระครูมงคลภาณี (หลวงพ่อมัง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินิยาภิรัต (หลวงพ่อถมยา) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูพรหมจริยาทร (หลวงพ่อพรหมา) วัดมณีชลขัณฑ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ฐิตวฑฺฒโน เมื่อบวชเสร็จแล้วท่านก็ได้มาจำพรรษาที่วัดมณีชลขัณฑ์แห่งนี้เลย แต่ท่านยังได้กลับไปวัดเทพกุญชรวรามรามเป็นระยะ ทั้งนี้เพื่อไปอยู่ปรนนิบัตรท่านพระอุปัชฌาย์ของท่านจนกระทั่งหลวงพ่อมังท่านได้มรณภาพลง ช่วงที่จำพรรษาอยู่ที่วัดมณีชลขัณฑ์นั้นท่านได้ศึกษาจนจบนักธรรมเอก แต่ยังสนใจในวิชาคาถาอาคมอยู่บังเอิญได้รู้จักกับ นายก้าน บำรุงกิจ น้องชายแท้ ๆ ของหลวงปู่สี และได้ร่ำเรียนวิชาการสร้างพรหม แหวนปลอกมีด และผ้ายันต์ต่าง ๆ

    นายก้าน หรืออาจารย์ก้านท่านนี้ไม่ธรรมดาเพราะท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจากท่านอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ เท่านั้นไม่พอยังได้ศึกษาตำรับตำราของหลวงปู่สีผู้เป็นพระพี่ชายอีกด้วย

    พ.ศ.๒๕๒๗ อาจารย์ติ๋วได้เดินทางไปกราบเรียนวิชาจาก หลวงพ่อมหาโพธิ์ แห่งวัดคลองมอญ ซึ่งเป็นหลานหลวงพ่อบุญยัง วัดหนองน้อย ท่านเป็นลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ต่อจากนั้นได้เดินทางไปเรียนเพิ่มเติมกับอาจารย์ทัน รุจิเรข และอาจารย์พิศาล ชวนะ ด้านคงกระพันชาตรี นอกจากนี้อาจารย์ธรรมนูญยังได้ไปฝากตัวเรียนวิชากับ อาจารย์แดง (พิทยา ปะทีปะเสน) ผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อยู่ เรือลอย ลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า นอกจากนี้อาจารย์แดงยังเป็นหลานของหลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม ทั้งหมดทั้งปวงที่อาจารย์ธรรมนูญไปเล่าเรียนมานั้น ถูกชี้แนะในข้อติดขัดต่าง ๆ จนทะลุปุโปร่งโดย อาจารย์เทพ สาริกบุตร ผู้ชี้ทางสว่าง และยังได้แนะนำวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ อีกมากมายให้กับท่านอาจารย์ธรรมนูญจนท่านยอมรับว่าอาจารย์เทพ สาริกบุตร เป็นผู้มีพระคุณต่อท่านมากท่านหนึ่ง ต่อจากนั้นอาจารย์ธรรมนูญ (อ.ติ๋ว) ก็มิได้ขวนขวายไปร่ำเรียนวิชากับพระอาจารย์ท่านใดอย่างจริงจัง ท่านมุ่งหน้าปฏิบัติธรรมภาวนา และการนั่งวิปัสสนากรรมฐานเป็นหลัก

    ต่อมาท่านได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสให้ดูแลบริหารงานปกครอง และได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็น พระกรรมวาจารย์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐

    พ.ศ.๒๕๔๓ ได้รับพระบัญชาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ให้ขึ้นเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระอารามหลวง

    พ.ศ.๒๕๔๔ ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็น พระครูวินัยธร ฐานานุกรมของ พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร

    หลังจากนั้นก็ได้รับพระราชทานให้เลื่อนสมณศักดิ์ ขึ้นเป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง มีราชทินรามที่ พระครูวิมลญาณอุดม วิ. (วิปัสสนา)

    พ.ศ.๒๕๕๓ ได้รับพระราชทานให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม ที่ พระครูวิมลญาณอุดม วิ. ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดมณีชลขัณฑ์ พระอารามหลวง

    พ.ศ.๒๕๖๓ มหาเถระสมาคม มีมติแต่งตั้งให้ พระครูวิมลญาณอุดม วิ. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมณีชลขัณฑ์ พระอารามหลวง ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดมณีชลขัณฑ์ พระอารามหลวง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระปิดตารุ่นนี้นิยมในสายศิษย์ของท่านก่อนนั้นราคาพุ่งไปเกือบพันบาท ไทยตอนนี้ ยุค..รวยไม่ไหว แล้ว ขอ

    ให้บูชา 450 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260526_204552.jpg IMG_20260526_204625.jpg IMG_20260526_204650.jpg IMG_20260526_204715.jpg
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1779891412570.jpg FB_IMG_1779891449821.jpg

    เก่งจนหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลียอมรับ

    ......พระของท่านนั้นดังมากในช่วงสงครามอินโดจีน จากประสพการณ์เล่าขานของทหารผ่านศึกที่รอดตายกลับมาเป็นที่น่าเชื่อถือ ว่ากันว่าพระของท่านจะมีมวลสารจากสมเด็จบางขุนพรหมที่แตกหักอยู่ด้วย

    หลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง เกจิดังเมืองกรุง

    พระเครื่องเข้มขลังดีทาง "อยู่ยงคงกะพัน" "เมตตามหานิยม" อย่างโดดเด่น
    “หลวงปู่ธูป” หรือ “พระราชธรรมวิจารณ์” เป็นพระยุคเก่าที่สมถะ มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายให้การอนุเคราะห์สาธุชนโดยเลือกชั้นวรรณะ เปี่ยมล้นด้วยพรหมวิหาร ให้การต้อนรับขับสู้แขกผู้มาเยือนอย่างมีไมตรีจิต เป็นที่เคารพนับถือของบรรพชิต และคฤหัสถ์โดยทั่วไป

    นับตั้งแต่สงครามอินโดจีนเรื่อยมา วัดสุนทรธรรมทาน หรือ วัดแคนางเลิ้ง หรือ วัดสนามกระบือ ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ถือเป็นสถานที่ต้อนรับพระเกจิอาจารย์ที่อยู่ต่างจังหวัดมากมาย หลวงปู่ธูปจึงมีความสนิทคุ้นเคยและมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ทางพุทธาคมคาถา กับพระผู้ทรงวิทยาคมในสมัยนั้นหลายรูปหลายนามยิ่งกว่านั้น ยังได้รับตำรับตำราจากพระคณาจารย์บางองค์เป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิชา “อยู่ยง” นั้นเป็นที่เล่าลือมาก

    ต่อมาในระยะหลังๆ พระเกจิอาจารย์มาเยือนวัดแคนางเลิ้งเพียงไม่กี่รูป เพราะชราภาพไม่สะดวกในการเดินทาง คงมีแต่หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง นครปฐม หลวงพ่อนอ วัดกลางและหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันคงเหลือแต่เพียงเรื่องราวของท่าน ที่ถูกนำมาถ่ายทอดเล่าขานสืบต่อกันมา
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของโปรดของข้อมูลครับ

    "หลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง"เกจิดังเมืองกรุง
    พระเครื่องเข้มขลังดีทาง"เมตตามหานิยม"


    “หลวงปู่ธูป” หรือ “พระราชธรรมวิจารณ์” เป็นพระยุคเก่าที่สมถะ มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายให้การอนุเคราะห์สาธุชนโดยเลือกชั้นวรรณะ เปี่ยมล้นด้วยพรหมวิหาร ให้การต้อนรับขับสู้แขกผู้มาเยือนอย่างมีไมตรีจิต เป็นที่เคารพนับถือของบรรพชิต และคฤหัสถ์โดยทั่วไป

    นับตั้งแต่สงครามอินโดจีนเรื่อยมา วัดสุนทรธรรมทาน หรือวัดแคนางเลิ้ง หรือวัดสนามกระบือ ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ถือเป็นสถานที่ต้อนรับพระเกจิอาจารย์ที่อยู่ต่างจังหวัดมากมาย หลวงปู่ธูปจึงมีความสนิทคุ้นเคยและมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ทางพุทธาคมคาถา กับพระผู้ทรงวิทยาคมในสมัยนั้นหลายรูปหลายนามยิ่งกว่านั้น ยังได้รับตำรับตำราจากพระคณาจารย์บางองค์เป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิชา “อยู่ยง”นั้นเป็นที่เล่าลือมาก

    ต่อมาในระยะหลังๆพระเกจิอาจารย์มาเยือนวัดแคนางเลิ้งเพียงไม่กี่รูป เพราะชราภาพไม่สะดวกในการเดินทาง คงมีแต่หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง นครปฐม หลวงพ่อนอ วัดกลางและหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันคงเหลือแต่เพียงเรื่องราวของท่าน ที่ถูกนำมาถ่ายทอดเล่าขานสืบต่อกันมา

    หลวงปู่ธูปเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 9 ของวัดแคนางเลิ้งที่มีความเข้มขลังทางพุทธาอาคม เป็นเกจิร่วมยุคกับหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่เส่ง วัดกัลยาณมิตร หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม โดยเฉพาะหลวงปู่โต๊ะจะสนิทสนมกันมาก เมื่อวัดแคมีการปลุกเสกพระจะต้องนิมนต์หลวงปู่โต๊ะไปร่วมนั่งปรกทุกครั้ง สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านไม่ยอมเปิดเผยวิทยาคุณด้านนี้ให้เป็นที่แพร่หลายมากนัก ผู้คนทั่วไปจึงไม่ค่อยมีโอกาสรับรู้ นอกจากผู้อยู่ใกล้ชิดและติดตาม

    ท่านเกิดในสกุล “วิชาเดช” เกิดวันจันทร์ที่ 11 เม.ย. 2441 ณ บ้านต.บางหลวงเอียง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา บิดาชื่อ “เดช” มารดาชื่อ “ผ่อง”มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ท่านเป็นคนสุดท้อง อายุได้ 8 ปี ญาติผู้ใหญ่นำไปฝากให้เรียนอักษรสมัยที่วัดตะกู โดยมีพระอาจารย์เอม เจ้าอาวาสขณะนั้น เป็นครูสอนเรียนหนังสือไทยเบื้องต้น มีประถมก.กา มูลบทบรรพกิจ หนังสือพระมาลัยและขอม เป็นพื้นฐานเบื้องต้น จากนั้นได้ย้ายมาศึกษาวิชามูลกัจจายน์ และเรียนหนังสือบาลีที่วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา

    หลังจากเล่าเรียนจนแตกฉานแล้ว พี่ชายของท่านซึ่งอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่กรุงเทพฯคือ พล.ต.อ.เจ้าพระยาราชศุภนิมิตร และท่านผู้หญิงแปลก ได้มารับท่านไปอยู่ที่กรุงเทพฯด้วย และได้ให้ความเมตตาและอุปการะเป็นอย่างดี โดยให้เข้าเรียนหนังสือต่อที่ ร.ร.วัดส้มเกลี้ยง(วัดราชผาติการาม) จนจบชั้นประถม 4 ในขณะที่เล่าเรียนได้มีโอกาสติดตาม พล.ต.อ.เจ้าพระยาราชศุภนิมิตรเข้าเฝ้า และติดตามเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีต่างๆ และการเสด็จแปรพระราชฐานในต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง

    เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหารได้สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารรักษาวังอยู่ 2 ปี หลังปลดประจำการท่านเจ้าพระยาและท่านผู้หญิง ได้อุปถัมภ์ให้เข้ารับการอุปสมบท ณ วัดสุนทรธรรมทาน เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2463 สมเด็จพระวันรัต (จ่าย) เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอริยมุนี (หว่าง) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูพุทธบาล (เนตร) เจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “เขมสิริ”

    ได้อยู่จำพรรษาที่วัดแคนางเลิ้ง ศึกษาพระธรรมวินัยกับพระครูพุทธบาลมาโดยลำดับ และยังได้ศึกษานักธรรมชั้นตรีในสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตร เมื่อถึงกำหนดสอบธรรมสนามหลวง เกิดอาพาธกะทันหันจึงล้มเลิกการศึกษาทางด้านคันถธุระตั้งแต่นับนั้นและหันมาเอาดีทางสมถกรรมฐานและพุทธาคมคาถา

    ประมาณพรรษาที่ 3 ได้เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชากรรมฐานชั้นสูงกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จนบรรลุฌานชั้นสูง สามารถแสดงอิทธิคุณต่างๆได้ ยิ่งกว่านั้น ยังได้ศึกษาเวทมนต์คาถา ซึ่งเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่พระเถระยุคเก่าต้องใฝ่หาเรียนรู้ไว้เพื่อประโยชน์ในงานพระศาสนาต่างๆ อาทิ การปลุกเสกวัตถุมงคลในรูปแบบต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยพระผู้ทรงวิทยาคุณเป็นผู้ภาวนาปลุกเสก โดยได้รับการประสิทธิ์ประสาทจากหลวงพ่อปานมาเต็มเปี่ยม จากนั้นจึงไปเรียนวิชากับหลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ ได้วิชาทำเชือกคาดเอวที่มีประสบการณ์ดัง"ไม่ไหม้ไฟ"

    หลวงปู่ธูปใช้เวลาศึกษาอยู่กับหลวงพ่อปานประมาณหนึ่งพรรษา จึงกลับคืนวัดสุนทรธรรมทาน และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รั้งตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบแทนพระครูพุทธบาล ที่ขอลาสิกขาบทในปีพ.ศ.2470 และผ่านการลงคะแนนเลือกตั้งจนได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ.2471 ขณะมีอายุได้ 30 ปี พรรษา 8 นับเป็นพระหนุ่มที่มีพรรษาน้อยสุดที่ได้เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดในเขตจ.พระนครสมัยนั้น

    หลังจากรับตำแหน่งท่านก็ริเริ่มปฏิสังขรณ์และพัฒนาก่อสร้างอาคาร เสนาสนะต่างๆเรื่อยมา โดยเริ่มลงมือตั้งแต่ปีพ.ศ.2472-2500 ซึ่งเป็นปีที่ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ กระทั่งวันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 2533 เวลา 02.26 น. ท่านก็มรณภาพลงที่โรงพยาบาลพญาไท รวมสิริอายุ 92 ปี 3 เดือน 28 วัน พรรษา 70

    ด้านวัตถุมงคล ตลอดเวลาที่ท่านครองเพศพรหมจรรย์ ได้สร้างวัตถุมงคลในรูปแบบต่างๆมากมายหลายรุ่น จากการบันทึกของหนังสือวัดทราบว่าสร้างครั้งแรกในปีพ.ศ.2482 และจัดสร้างติดต่อกันมาจนถึงพ.ศ.2529 วัตถุมงคลที่ท่านสร้างเมื่อปีพ.ศ.2482 ได้สร้างร่วมกับหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง เป็นพระสมเด็จฐานสามชั้น พระรอด พระนางพญา และพิมพ์นางกวัก พระที่สร้างครั้งนี้เป็นพระเนื้อผง ผสมกับดินปูชนียสถาน และผงใบลาน ลงรักฉาบเนื้อ เนื้อในสีดอกเทา ด้านหลังจะเป็นรอยจารลึกลงไปในเนื้อทุกองค์

    เมื่อสร้างเสร็จท่านก็แจกจ่ายแก่ลูกศิษย์และผู้มาแสดงมุทิตาจิต ที่เหลือนอกนั้นนำไปบรรจุที่ใต้ฐานพระประธาน พระชุดนี้ปัจจุบันหาดูได้ยากสักหน่อย นอกจากนี้ท่านได้สร้างตะกรุด เชือกคาดเอว พระเนื้อผงรุ่นปีพ.ศ.2504 เหรียญปีพ.ศ.2513 และอื่นๆ อีกพอสมควร

    วัตถุมงคลวงปู่ธูปทุกชนิดมีพุทธคุณในด้าน “เมตตามหานิยมและความรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน” เป็นหลัก เรื่องคุ้มครองแคล้วคลาดก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    ยกชุด ๒ องค์


    ๑.เหรียญหลวงปู่ธูปวัดแคนางเลิ้งที่ระลึกฉลองอายุครบ ๘๖ ปี สภาพสวยเดิมผิวรุ้ง ปี ๒๕๒๗
    ๒. พระผงรูปเหมือนหลวงปู่ธูปผสมเกศาปี ๒๕๓๔

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ
    IMG_20260527_214700.jpg IMG_20260527_214747.jpg IMG_20260527_214819.jpg
    IMG_20260527_214843.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 พฤษภาคม 2026 at 02:59
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    ....มีเพื่อนสมาชิกถามมาว่าใช้คาถาอะไรกำกับวัตถุมงคลของ ล.ปู่เหรียญ วรลาโภ....ตามประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัส...คิดว่า...ล.ปู่ ท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับคาถาอาคมอะไร เอารูป เอาพระอะไรไปให้ท่านเมตตาจารให้ ท่านก็จะเขียนเป็นภาษาไทย นะ โม พุท ธา ยะ....หรือบางทีเราบอก ล.ปู่ครับ ผมขอค้าขายครับ...จะเอาไปติดบูชาที่ร้าน..ท่านก็จะเขียน ..นะ ชา ลิ ติ...ให้ ส่วนพระท่านก็แจกให้เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ให้ทำความดี ไม่ไปทำชั่ว ผิดศิลธรรม ล.ปู่เหรียญ ท่านจะเน้นสอนธรรมะขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ให้นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ให้คนหลุดพ้นจากความเชื่อถือ หลง งมงาย ที่จะเป็นหนทางให้คนอื่นเขาหลอกเอาได้ ตอนผมทำบุญกับ ล.ปู่ทีไร ก็จะเอาปัจจัยขึ้นจบอธิฐานขอหลายอย่างเลย ขอให้ลูกร่ำรวย ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่เจ็บไม่ไข้ แล้วก็ใส่ปัจจัย ๑๐๐บ. ใส่ในกล่องที่วางอยู่ข้างหน้า ล.ปู่แล้วก็ขอกับท่านอีก...ล.ปู่ครับ ขอให้ลูกร่ำรวยเงินทองเป็นเศรษฐี ที เถิด...กะว่าให้ท่านพูดว่า...เออ..คำเดียวก็พอ แต่ท่านก็ยิ้มด้วยเมตตาไม่ว่าอะไร จนเราอยากได้พรจากท่านจริงๆ ก็พูดกับ ล.ปู่อีก...ล.ปู่ครับ..ขอพรให้ผมบ้างครับ. กะว่าท่านจะให้พรเหมือนที่คนอื่นเขาให้กันว่า..อือ..ขอให้เจริญรุ่งเรือง ไม่เจ็บไม่จน อะไรอย่างนั้น ล.ปู่ท่านก็ยิ้มเมตตา...อ้าว..ตั้งใจกันรับพรนะ...ว่าแล้วท่านก็ว่า...ยะถา..สัพพี ติโย...เราก็พนมมือไหว้รับพรจาก ล.ปู่ นึกขำในใจว่า...พระก็ต้องให้พรแบบนี้นะ ก็เป็นปลื้ม ปิติสุขใจเลยครับ...ส่วนเรื่องบูชาพระของ ล.ปู่ ใครมีบทสวดมนต์หรือคาถาอะไรประจำตัวก็สวดว่าของตัวให้เสร็จก่อน แล้วก็ตั้งใจอธิฐานบอกกับ ล.ปู่ว่า...ล.ปู่เหรียญ วรลาโภๆๆ ขอให้ลูกค้าขายร่ำรวย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แคล้วคราดจากอุบัติภัยทั้งปวง ขอให้ได้ของดีมีกำไร ขอให้ได้เงินทองเยอะๆ ด้วยเถิด...(ที่ผมขอให้ได้ของดีมีกำไร เพราะผมต้องหาพระ บางทีโดนเก๊บ่อยๆก็แย่ครับ) ก็ใช้ได้ผลมาตลอด เวลาจะเปิดร้านก็ไหว้บอกท่านแบบนี้ ถวายมาลัยมะลิ ๑พวง บางทีสวดเสร็จวางพวงมาลัย ลูกค้าก็มายืนหน้าร้านแล้ว ยังไม่ทันจัดของในร้านเลย...ส่วนกลางคืนก็ถวายน้ำผลไม้กล่อง โดยมากเป็นน้ำแอ๊ปเปิ้ลมาลี...ล.ปู่ ถวายน้ำ เน้อ...มีอะไร ทำอะไร ก็จะบอกกล่าวกับรูปบูชาท่าน เหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ในบ้านเลยครับ...ที่เล่าให้ท่านที่ศรัทธา ล.ปู่เหรียญ วรลาโภ ฟังเป็นเกร็ดความรู้ ฟังกันเพลินๆครับ ประสบการณ ์ท่านมากมาย อธิฐานบอกกล่าวขอท่านได้เวลาจำเป็นครับ ช่วงนี้ก็ขยันพิมพ์เผยแผ่เกียรติคุณของ หลวงปู่ อีก ๒วัน ก็จะตรงกับวันเกิดของล.ปู่เหรียญ วรลาโภ ท่านเกิดวันที่ ๘ มกราคม ๒๔๕๕ ขออำนาจบารมีของล.ปู่เหรียญ วรลาโภ ปกป้องคุ้มครองเพื่อนสมาชิกให้ปลอดภัย มีความสุขทุก ๆท่าน ขอขอบคุณทุกเม้นต์ ทุกไลค์เป็นแรงใจ ครับ...

    ข้อมูลจาก น้าอ๊อดพระเครื่อง

    ๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ๏
    วันนี้วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย รำลึก ๒๐ ปี อาจาริยบูชาคุณองค์ท่านเป็นพระอริยเจ้าศิษย์ของหลวงปู่ใหญ่มั่น ภูริทตฺตเถร ได้ฉายานามที่นักปฏิบัติธรรมต่างยกย่องว่า"สาแหรกธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น" คือท่านเป็นผุ้มีความสามารถทำกายและจิตให้มั่นคงดั่งสาแหรก สำหรับรองรับอรรถ และธรรมที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่นสั่งสอน และสามารถถอนตนจากหล่มลึกคือกองทุกข์เสียได้ ท่านเป็นผู้ปฏิบัติดี เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีชีวิตและความเป็นอยู่เรียบง่าย มีปฏิปทาอันแกร่งกร้าน่าอัศจรรย์กรำศึกในธุดงค์ธรรม หาผู้เปรียบได้ยากและเป็นทายาทธรรม ที่สำคัญรูปหนึ่งของท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺตเถร

    หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ มรนามเดิมว่า เหรียญ นามสกุล ใจขาน เกิดเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๔๕๕ ตรงกับวันพุทธ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด ณ บ้านหนองหม้อ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย บิดาชื่อ ผา มารดาชื่อ พิมพา

    เมื่อท่านมีอายุได้ ๒๐ ปี ก็มีความปรารถนาจะออกบวช โดยพิจารณาเห็นว่าชีวิตนี้เกิดมาแล้ว ทำงานไม่รู้จักจบจักสิ้น ตายแล้วก็ไม่ได้อะไรติดตัวไป โลกนี้มีทั้งสุขและทุกข์ แต่ความสุขที่ว่านี้เป็นความสุขชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน มันเป็นเพียงเหยื่อล่อ ให้คนเราติดอยู่ในทุกข์เท่านั้น คนเราเกิดมาแล้วที่สุดก็ต้องตายด้วยกันทุกคน ร่างกายนี้เมื่อจิตละไปแล้ว ก็ต้องแตกสลายออกจากกัน ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย เมื่อพิจารณาดังนี้แล้ว ท่านจึงไปขออนุญาตบิดา และมารดาเพื่อขอลาบวช ณ อุโบสถวัดบ้านหงษ์ทอง มีท่านพระครูวาปีดิฐวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอาจารย์พรหม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อเดือนมกราคม ปี ๒๔๗๕

    ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ ได้พบกับท่านพระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโต ท่านอาจารย์บุญมา ได้พาท่านไปบวชเป็นพระธรรมยุติที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี ในพรรษาแรก ก็ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสาระวารี จ.อุดรธานี เมื่อออกพรรษาแล้วจึงธุดงค์ขึ้นไปพักวิเวก ที่ถ้ำผาปู่ และถ้ำผาบิ้ง จ.เลย

    ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๗๗ จึงได้กลับลงมาจำพรรษาที่วัดอรัญวาสี จ.หนองคาย ในพรรษานี้องค์ท่านก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ด้วยการไม่นอนกลางวัน เมื่อค่ำลงจะทำความเพียร จนถึง ๔ ทุ่มจึงจำวัด พอถึงตี ๒ จึงลุกขึ้นทำความเพียรต่อ จนถึงสว่าง พอออกพรรษา ท่านจึงธุดงค์ไปอยู่ที่ถ้ำผาบิ้งอีกครั้ง พอถึงเดือนหกก็ได้กลับมาที่วัดป่าบ้านค้อ ในวันออกพรรษาปีนั้นเอง

    ท่านได้ปฏิบัติธรรมด้วยการภาวนา ก็ทำให้จิตสงบลงเรื่อย ๆ จนสงบดีแล้ว แต่พอมีเรื่องต่าง ๆ เข้ามากระทบ เช่น ทางตา ก็ทำจิตใจหวั่นไหว แก้อย่างไรก็ไม่ตก ท่านจึงได้คิดถึงท่านอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักเลย เพียงแต่เคยได้ยินมาว่าท่านเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

    จากนั้นก็ชวนเพื่อนภิกษุรูปหนึ่ง เดินทางมาหาท่านอาจารย์มั่นด้วยกันที่ จ.เชียงราย ในคืนวันหนึ่งที่ยังเดินไปไม่ถึงหมู่บ้าน จึงนอนอยู่ในป่าข้างทาง คืนนั้นได้นิมิตเห็นท่านอาจารย์มั่น พอถึงรุ่งเช้าก็ได้ทราบว่าเพื่อนภิกษุก็ได้นิมิตเห็นท่านอาจารย์มั่นเช่นกัน พอสอบถามถึงลักษณะที่ปรากฏก็ทราบว่าเป็นเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดี ทำให้องค์ท่านแน่ใจว่า จะต้องได้พบท่านอาจารย์มั่นอย่างแน่นอน

    หลวงปู่เหรียญ ได้อยู่ศึกษาข้อวัตรปฏิปทาร่วมกับพ่อแม่ครูอาจารย์เช่น หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม ,หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ,หลวงปู่ขาว อนาลโย ,หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ,หลวงปู่กู่ ธมฺมทินโน เป็นต้น จากนั้นจึงได้ออกติดตามหลวงปู่มั่น ขึ้นไปจ.เชียงใหม่ ครั้นเมื่อเดินทางไปถึง จ.เชียงใหม่ ไปที่วัดเจดีย์หลวง ได้พบกับหลวงตาเกต ซึ่งได้พาท่านไปพบท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่ป่าละเมาะใกล้ๆ โรงเรียนแม่โจ้ ในวันนั้นท่านพระอาจารย์มั่นได้ให้โอวาทว่า...

    "ธรรมดาเขาทำนาทำสวน เขาไม่ได้ทำใส่บนอากาศเลย เขาทำใส่พื้นดินนี้แหละจึงได้รับผล ฉันใด โยคาวจรผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลาย ควรพิจารณาร่างกายนี้แหละเป็นอารมณ์ จนเกิดนิพพิทาความเบื่อหน่ายในนามในรูปนี้ ด้วยอำนาจแห่งปัญญานั้นแหละ จึงจะเป็นทางหลุดพ้นได้ ไม่ควรติดในความสงบโดยส่วนเดียว "

    นับตั้งแต่องค์ท่านได้พบกับหลวงปู่ใหญ่มั่น ตั้งแต่ปี ๒๔๘๑ เป็นต้นมา ท่านก็ยิ่งเลื่อมใสต่อท่านพระอาจารย์มั่น มากขึ้นตามลำดับ ท่านจึงตัดสินใจธุดงค์อยู่ทางภาคเหนือต่อ ได้รับข้ออรรถข้อธรรมจากหลวงปู่ใหญ่มั่นอยู่หลายที่เช่น วัดบ้านปง หรือวัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง วัดห้วยน้ำริน อ.แม่ริม จำพรรษาที่เชียงใหม่รวมทั้งสิ้น ๑๐ ปี และ อ.เถิน จ.ลำปาง อีก ๓ ปี ซึ่งในครั้งนั้นมีพระอาจารย์ที่ร่วมธุดงค์ด้วยทางภาคเหนือ ได้แก่ ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านพระอาจารย์กู่ หลวงปู่สิม หลวงปู่ชอบ และหลวงปู่ขาว เป็นต้น ได้ติดตามหลวงปู่มั่นกลับมาภาคอีสาน หลังจากหลวงปู่ใหญ่มั่น นิพพานแล้ว องค์ท่านก็ได้ติดตามหลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ลงไปเผยแผ่ธรรม ทางภาคใต้

    และได้ขึ้นมาอยู่จำพรรษาโปรดลูกศิษย์เผยแผ่ธรรมที่วัดป่าอรัญญบรรพต วัดบ้านเกิดท่านตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๐๒ เรื่อยมาจนถึงปีพ.ศ.๒๕๔๘ และเมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมีพระราชศรัทธาทรงอาราธนานิมนต์ให้ท่านพักที่เสนาสนะป่าในพระราชวังสวนจิตรลดา กรุงเทพฯ เป็นประจำ

    หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ มรณภาพลงด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๘ เวลา ๑๑.๕๐ น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ สิริรวมอายุ ๙๓ ปี ๔ เดือน พรรษา ๗๒

    "...พุทโธ พุทโธ เป็นยอดกรรมฐาน การภาวนาพุทโธ ๆ ในใจบ่อย ทำให้ใจเย็นสบาย เพ่งจนพุทโธไม่ถอย เพ่งลงไปจนหายใจเกิดเป็นความสงบ รวมกันเป็นหนึ่งลงไป พุทโธก็คือ เป็นผู้ที่ตื่นแล้ว เป็นผู้เบิกบานแล้ว ภาวนาพุทโธไปแล้วจิตใจก็เบิกบานผ่องใส ตื่นที่อาตมาว่านี้ ก็คือการตื่นจากความหลง ไม่หลงใหลไม่เชื่ออะไรที่งมงาย พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้เชื่ออะไรงมงาย และเราเกิดมาในชาตินี้เป็นบุญลาภอันประเสริฐ ที่ได้มาพบพระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐในโลก สมควรที่จะลงมือปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ โดยความไม่ประมาท กิเลสบาปกรรม จะได้น้อยเบาบางจากดวงจิตของตน การที่คนเราจะพ้นทุกข์ไปไม่ได้ก็เพราะไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง

    ทุกวันนี้คนที่เขามีปัญญา ไม่หลงเพลิดเพลินในความสุขที่ไม่ยั่งยืน เขาก็ตั้งชมรมแสวงบุญกัน ขึ้นเขาก็นัดแนะกัน วันนั้นวันนี้ ร่วมกันไปบำเพ็ญบุญกุศลที่โน้นที่นี้ เขาไปกันแล้วเขาก็ได้ไหว้พระ สวดมนต์ได้ฟังธรรม ได้กราบ ได้ไหว้ ได้สมาคมกับพระสงฆ์องค์เจ้าผู้มีศีลมีธรรม ก็ทำให้จิตใจเบิกบานใจผ่องใส เรียกว่าเป็นผู้รื่นเริงอยู่ด้วยบุญด้วยกุศล ไม่ได้รื่นเริงอยู่ด้วยกิเลสตัณหา ความรื่นเริงอยู่ด้วยบุญกุศลแบบนี้ นับว่าผู้มีปัญญาทั้งหลาย ได้กระทำบำเพ็ญมาทุกยุคทุกสมัย และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่อุบัติบังเกิดมาในโลก ก็ทรงสั่งสอนให้คนทั้งหลายนั้น รื่นเริงบันเทิงอยู่ด้วยกุศลคุณงามความดีที่ตนกระทำบำเพ็ญมา อย่าปล่อยใจให้เพลินไปในอำนาจของกิเลสตัณหาบาปอธรรมต่าง ๆ...” โอวาทธรรมคำสอนหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

    กราบ กราบ กราบ

    _/\_ _/\_ _/\_

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญ หลวงปู่เหรียญวรลาโภ ฉลองอายุ ๘๔ปี รุ่นมหาลาภ ปี ๒๕๓๙ สภาพสวยกล่องเดิม เก็บจนเก่าเก่าก็เก็บ เหรียญรุ่นนี้ผ่านกาลเวลา ๓๐ ปีแล้วครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260527_225954.jpg IMG_20260527_230030.jpg IMG_20260527_230057.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,437
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1779901409117.jpg

    กฎแห่งกรรม
    ครั้งหนึ่งพระอาจารย์เปลี่ยนได้รับนิมิตว่า มีผู้หญิงอายุมากแล้วคนหนึ่งใส่บาตรท่านเพียงครั้งเดียว ได้เคยคิดจะถักหมวกถวายท่านเพื่อสวมในหน้าหนาว ท่านเห็นในนิมิตว่า เขาไปหาท่านและพูดว่า

    “จะขอลาแล้ว”

    พระอาจารย์เปลี่ยนจึงส่งจิตไปดูที่บ้าน พบว่ากำลังใกล้จะตาย ลมหายใจสั้นลง และสิ้นในที่สุด พอตายแล้วมีผู้หญิงสองคนมาจับแขนผู้หญิงที่ตาย แล้วเอาแส้เฆี่ยนตีด้วย รุ่งขึ้นเช้า พระอาจารย์เปลี่ยนออกบิณฑบาตได้พบลูกเขยของผู้หญิงคนนั้น

    จึงถามว่าแม่เสียแล้วใช่ไหม ลูกเขยแปลกใจที่ท่านทราบ พระอาจารย์เปลี่ยนจึงบอกว่าเขาไปลาท่านที่วัด เขาไปไม่มีสุข เขามีทุกข์ ทำบุญอุทิศให้เขาบ้าง และใส่เสื้อให้เขาด้วย

    ปกติผู้หญิงคนนี้ชอบทำแต่ปาณาติบาต แต่ลูกเขยและลูกสาวชอบทำบุญอยู่เสมอ นิมิตในเรื่องนี้จึงเป็นทุคตินิมิต
    ส่วนสุคตินิมิตนั้นพระอาจารย์เปลี่ยนได้พบในเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งชอบถวายดอกไม้ ธูปเทียน ทุกครั้งที่ไปวัดหรือไปหาพระอาจารย์เปลี่ยน เมื่อตายแล้วปรากฏว่ามีดออกไม้เคารพศพเป็นจำนวนมาก หญิงผู้นี้ได้ไปสู่สุคติ

    นอกจากนั้นชาวบ้านหลายคนที่เคยถวายปัจจัยค่ารถ ค่ายานพาหนะแก่พระ เมื่อเวลาจะละสังขารไป บางคนมียานลอยลงมารับ บางคนมีรถมารับ เพื่อพาไปยังสถานที่ที่เป็นทิพย์ ซึ่งเขาได้สร้างสมบุญไว้

    วันหนึ่งท่านไปบิณฑบาต สังเกตเห็นสุนัขตัวเมียตัวหนึ่งอยู่กับเจ้าของบ้านที่เป็นผู้หญิง เมื่อท่านไปบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านนี้ สุนัขจะวิ่งไปเตือนให้เจ้าของบ้านได้รู้ แล้วรีบนำอาหารออกมาใส่บาตร สุนัขทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ

    พระอาจารย์เปลี่ยนจึงตั้งจิตดูสุนัข จึงรู้ว่า เมื่อก่อนสุนัขเคยเกิดเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้าน แต่ผิดศีลข้อสามเพราะคบชู้ เมื่อสามีรู้ก็ไม่ยอมรับ พร้อมกับสาบานว่าถ้ามีชู้จริงขอให้เกิดเป็นสุนัขด้วย ผลของกรรมนี้เมื่อตายไปจึงเกิดเป็นสุนัขอาศัยอยู่กับหญิงเจ้าของบ้านนั้นเอง ท่านจึงบอกเจ้าของบ้านให้รู้และดูแลสุนัขให้ดี

    ส่วนนิมิตรูปสัตว์ต่างๆ เช่น วัว ควาย สุนัข แมว มีผ่านเข้ามาให้ท่านเห็นประจำ เป็นเพราะจิตผู้นั้นยังต่ำหรือเคยเป็นสัตว์นั้นมาก่อน แต่ยังไม่หมดวิบากกรรม จึงพาให้เห็นในรูปเดิม เช่น คราวที่อยู่วัดป่าสะลวง มีพระจากผาแด่นมาพักที่วัด

    ท่านได้รับนิมิตว่ามีพระมา 2 องค์ มีลักษณะเป็นควายมานอนอยู่ที่ศาลา รุ่งขึ้นเช้าเตรียมตัวออกบิณฑบาตได้พบพระ 2 องค์นั้นจริง แต่ยังนอนหลับอยู่บนศาลา ได้ทราบภายหลังว่า พระทั้ง 2 องค์บวชได้ 10 พรรษาแล้ว แต่การภาวนายังไม่ก้าวหน้า

    เมื่อมีโอกาสเรียนถามหลวงปู่ตื้อ ท่านอธิบายว่าเป็นเพราะจิตไม่ถึงไหน ยังเป็นสัตว์อยู่ จึงเห็นนิมิตอย่างนั้น
    ครั้งหนึ่งขณะนั่งภาวนา เห็นนิมิตผู้หญิงคนหนึ่งเดินยิ้มมาพอเข้ามาใกล้ก็เป็นสุนัข จากสุนัขเป็นแมว ก่อนจะถึงท่านก็กลับเป็นอีกคน เมื่อได้พบหญิงนี้จริง ท่านเห็นเป็นการไม่สมควรเพราะไม่มีผู้ชายอยู่จึงไล่ให้กลับก่อน

    เรื่องนี้ท่านให้คำอธิบายว่า ผู้หญิงคนนี้เคยเกิดเป็นสุนัข แล้วจึงเกิดเป็นแมว ต่อจากนั้นจึงเกิดเป็นคน แต่จิตยังไม่มีความแรงทางด้านกามารมณ์อยู่ จึงมีนิมิตออกมาให้เห็น

    การได้นิมิตมานี้ บางครั้งก็มาตักเตือนให้ระวังอันตรายจากการโดนทำร้ายร่างกายบ้าง จากการรบกวนจากเพศตรงกันข้ามบ้าง ท่านจึงต้องคอยตรวจสอบตลอดเวลา และทำให้พระอาจารย์เปลี่ยนมีความรู้ และเข้าใจในคำเทศน์ของหลวงปู่ตื้อที่ว่า พระหมา พระแมว ฯลฯ โดยไม่มีข้อสงสัยอีกเลย

    ท่านก็ได้เล่าอานิสงส์ของการถวายทานต่างๆ ที่ชาวบ้านได้ร่วมถวาย ตามที่ท่านได้พบในนิมิต เช่น ผู้สร้างโรงฉันถวาย ขณะนี้มีปราสาทเกิดอยู่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นปราสาท 6 ชั้น

    ผู้ร่วมสร้างบางรายได้เสียชีวิตแล้วก็ได้ขึ้นไปอยู่ในปราสาทด้วย แม้เป็นผู้ร่วมสร้างก็ยังได้อยู่ในปราสาทนั้น โรงฉันซึ่งสร้างด้วยไม้ แม้ไม้บางชิ้นจะเป็นรูทะลุได้ แต่เมื่อเป็นทิพยปราสาทก็ดูสวยงาม เพราะผู้ถวายทานได้ถวายด้วยความบริสุทธิ์ใจ ใช้ไม้เท่าที่หาได้และมีอยู่ไปก่อสร้าง

    ท่านได้พูดถึงผู้ที่เข้ามาช่วยงานวัด แต่มีความไม่บริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง คือมีชาวบ้านคนหนึ่งมาทำหน้าที่หิ้วปิ่นโตให้พระเณรออกบิณฑบาต แล้วชาวบ้านถวายกับข้าวใส่ปิ่นโตให้
    คนผู้นั้นจะแอบเอากับข้าวดีๆ ในปิ่นโตเก็บกลับบ้าน ก่อนจะมาถึงวัด พระอาจารย์เปลี่ยนได้เห็นคนผู้นั้น เป็นเปรตตั้งแต่ก่อนตายมาหาท่านในนิมิต มีท้องใหญ่โตมาก มีปากเท่ารูเข็ม มีลูกอัณฑะใหญ่ยาว
    ชายผู้นั้นก็ยอมรับว่า ขโมยของวัดจริง

    หลวงปู่ตื้อเคยพูดถึงเรื่องพระหมา พระแมว พระควาย ฯลฯ ว่าเป็นเพราะจิตใจตกต่ำเหมือนสัตว์อย่างนั้น จึงแสดงออกมาให้เห็นสัตว์ต่างๆ พระอาจารย์เปลี่ยนได้ขอให้หลวงปู่อธิบายถึงนิมิตแปลกๆ เช่น เห็นคนเดินมาแล้วเปลี่ยนเป็นสุนัข จากสุนัขเป็นแมว เมื่อเข้ามาใกล้ก็กลับกลายเป็นคนเช่นเดิมนั้น เป็นเพราะจิตมีหลายระดับ แทรกกันเข้ามาตามลำดับ และได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมอีกคือ

    - นิมิตเห็นคนธรรมดา นุ่งห่มด้วยสีเหลือง แสดงว่าจิตของผู้นั้นเป็นผู้มีสมาธิ มีใจเป็นพระ
    - คนนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าขาว แสดงว่าจิตของผู้นั้นเป็นผู้ที่มีศีลห้าเป็นปกติ มีใจเป็นเทพ
    - คนนุ่งห่มด้วยชุดดำ แสดงว่าเป็นผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์
    - ถ้าชุดดำและเป็นเครื่องนุ่งห่มที่ขาด แสดงว่าจิตต่ำลงไปกว่าความเป็นคน
    นิมิตที่แสดงว่าต่ำไปเรื่อยๆ ก็คือมาในรูปของควาย สุนัข ถ้าเป็นงูแสดงว่าต่ำหยาบช้าที่สุด มีนิมิตของผู้เป็นพระในลักษณะต่างๆ ที่ท่านพบมาดังนี้
    - นุ่งสบง คลุมจีวร พาดสังฆาฏิ แสดงว่ามีศีลสมาธิและปัญญาดี เรียกว่าเป็นพระที่สมบูรณ์
    - คลุมแต่จีวรมา แสดงว่ามีสมาธิดี นุ่งสบงใส่อังสะ แสดงว่ามีศีลบริสุทธิ์
    - คลุมด้วยจีวรขาด แสดงว่าสมาธิที่เคยมีเสื่อมถอย
    - ใส่กางเกง แสดงว่ามีศีลขาด ศีลทะลุ ศีลด่างพร้อย

    ขณะที่พระอาจารย์เปลี่ยนอยู่วัดอรัญญวิเวก บ้านปง หากได้รับนิมิตพระดังกล่าวแล้ว ท่านมีเวลาว่างจะไปพบพระผู้นั้นเพื่อตักเตือนให้ประพฤติปฏิบัติดีขึ้น แม้จะอยู่คนละวัดก็ตาม

    ประวัติปฎิปทาธรรม : พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญญวิเวก บ้านปง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    พระผงรูปเหมือนพิมพ์หยดน้ำ พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จัดสร้างปี ๒๕๔๑รุ่นพิเศษ ศิษย์วัดป่าเหวไฮสร้างถวายเนื้อผงสีเขียวผสมเกศาเห็นชัดเจนในองค์พระ ทั้ง ๒ องค์

    ยกชุด ๒ องค์

    ให้บูชา 320 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260528_002214.jpg IMG_20260528_002242.jpg IMG_20260528_002313.jpg IMG_20260528_002351.jpg IMG_20260528_002417.jpg IMG_20260528_002440.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...