หลวงพ่อสำเร็จศักดิสิทธิ / ผีโป่ง

ในห้อง 'ประวัติและนิทานธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 12 สิงหาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร
    Posted on February 25, 2022by noraphat

    มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร
    มัฏฐกุณฑลี เป็นเด็กหนุ่มชาวเมืองสาวัตถี เกิดในตระกูลพราหมณ์ พ่อแม่เป็นคนมั่งคั่งมาก แต่ตระหนี่เหนียวแน่น จนคนทั้งหลายให้สมยานามว่า
    อทินนปุพพกะ แปลว่า “ไม่เคยให้อะไรแก่ใคร”
    ถึงกระนั้นก็ยังมีแก่ใจเอาทองตีแผ่ทำเป็นตุ้มหูเกลี้ยงๆ ให้ลูกชาย 1 คู่ คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อเด็กคนนี้ว่า
    มัฏฐกุณฑลี แปลว่า “มีตุ้มหูเกลี้ยง”
    ตุ้มหูนั้นพ่อเป็นคนทำให้เอง ไม่ได้จ้างช่างทอง เพราะเกรงจะเสียค่าจ้าง
    เมื่ออายุ 16 ปี มัฏฐกุณฑลีป่วยหนัก บาลีว่าเป็นโรคผอมเหลือง คือวัณโรคนั่นเอง มารดามองดูบุตรแล้วเกิดความสงสาร จึงขอร้องให้สามีไปหาหมอ
    แต่ฝ่ายพราหมณ์ผู้เป็นสามีกลัวเสียเงินจึงไม่ยอมหาหมอมารักษาลูก เขาเพียงแต่ไปถามหมอว่า คนป่วยอย่างนั้นๆ ท่านให้ยาอย่างไร
    หมอก็บอกว่าให้ยาที่ประกอบด้วยสิ่งนั้นๆ พราหมณ์จึงไปหารากไม้ใบไม้ตามที่หมอบอกมาต้มให้ลูกกิน
    อาการของมัฏฐกุณฑลีไม่ดีขึ้น มีแต่ทรุด จนไม่อาจเยียวยาได้ พราหมณ์จึงไปหาหมอมาคนหนึ่ง หมอมาเห็นอาการของมัฏฐกุณฑลีเข้า
    รู้ได้ทันทีว่า เหลือแรงที่จะรักษาจึงบอกปฏิเสธ ไม่ยอมรักษา บอกให้พราหมณ์ไปหาหมอคนอื่น
    พราหมณ์รู้ว่าลูกของตัวคงตายแน่ เกรงว่าคนมาเยี่ยมจะเห็นทรัพย์สมบัติ จึงช่วยกันหามลูกชาย ออกมานอนที่ระเบียงเรือนนอกห้อง
    วันนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูอุปนิสัยของคนที่พระองค์ควรจะโปรด ทรงเห็นอุปนิสัยของมัฏฐกุณฑลี จึงเสด็จมาโปรด
    ขณะที่พระศาสดาเสด็จมาถึงนั้น มัฏฐกุณฑลีกำลังนอนผินหน้าเข้าหาฝาเรือน พระศาสดาทราบว่า มานพไม่เห็นพระองค์
    จึงทรงเปล่งพระรัศมีไปวาบหนึ่ง
    มานพคิดว่า “นี่แสงอะไรกันหนอ?”
    แล้วผินหน้าออกภายนอก
    ได้เห็นพระศาสดา คิดว่า
    “เพราะบิดาของเราเป็นอันธพาล เราจึงมิได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเห็นปานนี้ มิได้ขวนขวายในกิจที่ชอบ มิได้ถวายทาน หรือฟังธรรมแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเลย บัดนี้ แม้แต่มือของตัวเอง เราก็ยกไม่ไหวเสียอีก จะทำอย่างอื่นได้อย่างไร”
    ดังนี้แล้ว ทำจิตให้เสื่อมใสในพระศาสดา
    พระพุทธองค์ทรงทราบว่า มัฏฐกุณฑลี ทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์แล้วก็เสด็จออกไป พอลับตาเท่านั้น มัฏฐกุณฑลีก็สิ้นชีพเกิดในวิมานทอง เสมือนว่าหลับแล้วตื่นขึ้น
    ฝ่ายพราหมณ์บิดา ทำฌาปนกิจศพลูกชายแล้ว ก็ได้แต่ร้องไห้ ไปยืนร้องไห้ที่ป่าช้าทุกวัน คร่ำครวญว่า ลูกชายคนเดียวของพ่ออยู่ไหน มาหาพ่อเถิด
    เทพบุตรมัฏฐกุณฑลี รู้สึกตัวอย่างสมบูรณ์ในเทวโลกแล้ว พิจารณาถึงทิพยสมบัติของตน ก็รู้เห็นโดยตลอดว่าได้มาเพราะทำจิตให้เลื่อมใสในพระศาสดา ได้มองเห็นพราหมณ์บิดา ยืนร้องไห้อยู่ที่ป่าช้า
    จึงจำแลงเพศ คล้ายมัฏฐกุณฑลีมานพลงมา ยืนกอดแขนร้องไห้อยู่ ณ อีกมุมหนึ่งของป่าช้า เขามีความประสงค์จะเอาหนามมาบ่งหนามในใจของพราหมณ์
    พราหมณ์ได้ยินเสียงคนร้องไห้ เหลียวไปเห็นมานพคล้ายมัฏฐกุณฑลีบุตรของตน จึงเดินเข้าไปหา และถามว่า
    “พ่อหนุ่ม, ท่านแต่งกายคล้ายมัฏฐกุณฑลี บุตรของข้าพเจ้า ท่านมายืนร้องไห้อยู่ที่ป่าช้านี้ เพราะมีทุกข์ประการใดฤา?”
    “ก็ท่านเล่ามีความทุกข์อะไร?” มานพถาม “ข้าพเจ้าเศร้าโศกถึงบุตรคนเดียวของข้าพเจ้าที่ตายไป”
    “ข้าพเจ้ามีรถอยู่คันหนึ่ง” มานพตอบ
    , “ตัวรถเป็นทองคำล้วน ผุดผ่อง สวยงาม แต่ข้าพเจ้าหาล้อรถไม่ได้ ข้าพเจ้าคงจักต้องตรอมใจตายเพราะเหตุนี้เป็นแน่แท้”
    พราหมณ์ตกตะลึง ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า
    “มานพผู้เจริญ! ท่านจะต้องการล้อทอง หรือเงินหรือแก้วมณี หรือโลหะ จงบอกมาเถิด ข้าพเจ้ารับประกันว่าจะจัดหามาให้ท่าน”
    มานพคิดว่า
    “ดู๋ดู พราหมณ์นี้ช่างเป็นไปได้ เมื่อบุตรของตนป่วยหนักนั้นไม่ยอมเสียเงินรักษาแม้เพียงเล็กน้อย บัดนี้เห็นเรามีรถทองจะยอมจ่ายล้อรถให้ไม่ว่าเป็นล้อทองหรือล้อเงิน อา! พราหมณ์นี้เป็นอันธพาลจริงๆ แต่ช่างเถอะ เราจะล้อแกเล่น”
    จึงกล่าวว่า
    “พราหมณ์เอย! สิ่งอื่นใดอันจักควรเป็นล้อรถของข้าพเจ้าหามีไม่ นอกจากดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เท่านั้น หากได้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มาประกอบเป็นล้อ รถของข้าพเจ้าคงจะงามเยี่ยม ไม่มีอะไรเสมอเหมือน”
    พราหมณ์คิดว่า เด็กหนุ่มคนนี้คงเป็นบ้าอย่างแน่นอน จึงกล่าวว่า
    “ท่านต้องการสิ่งที่ไม่อาจให้เป็นไปได้ ท่านโง่เขลาเหลือเกิน ท่านตายแล้วเกิดเล่าอีกสักเท่าใดก็ไม่อาจดึงเอาดวงจันทร์ดวงอาทิตย์มาเป็นล้อรถของท่านได้”
    มานพตอบว่า
    “พราหมณ์! ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ยังปรากฏให้เห็นอยู่ ข้าพเจ้าต้องการสิ่งที่พอมองเห็นได้ ส่วนท่านร้องไห้คร่ำครวญต้องการสิ่งอันใครๆ ก็มองไม่เห็น ในระหว่างเราทั้งสองใครเป็นพาลกว่ากัน ใครโง่กว่าใคร”
    พราหมณ์ได้ฟังดังนั้นกลับได้สติ ยอมรับว่ามานพน้อยพูดถูก ตนเป็นผู้โง่เขลากว่า เพราะต้องการสิ่งอันมองไม่เห็น และไม่เคยมีใครเรียกคืนมาได้
    พราหมณ์ได้กล่าวชมเชยมานพนั้นว่า
    “ข้าพเจ้าเป็นผู้เร่าร้อนหนักหนา ท่านได้รดน้ำคือความเห็นถูกมาให้ข้าพเจ้า กลับกลายเป็นผู้เย็น ประหนึ่งท่านนำน้ำมาดับไฟ ความกระวนกระวายทั้งปวงของข้าพเจ้าดับลงแล้ว
    ความเศร้าโศกถึงบุตรก็บรรเทาลงแล้ว ท่านได้ถอนลูกศรคือความโศกออกจากหทัยของข้าพเจ้าเสียได้
    คำของท่านประเสริฐนัก ช่วยดับความร้อนและความโศกในใจของข้าพเจ้าได้”
    แลแล้วพราหมณ์ได้ถามว่า มานพนั้นคือใคร มานพก็บอกว่า เขาคือมัฏฐกุณฑลี บุตรของพราหมณ์นั่นเอง ได้ทำกุศลกรรมไว้ก่อนตาย จึงได้ไปเกิดเป็นเทพ
    พราหมณ์กล่าวว่า อยู่ด้วยกันมายังไม่เคยเห็นบุตรของตนให้ทาน หรือรักษาศีลแต่ประการใด มานพไปสู่เทวโลกได้ด้วยกรรมอันใด
    มานพเล่าเรื่องที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดให้ฟัง พราหมณ์ฟังแล้วเกิดปีติปราโมทย์เป็นอันมาก กล่าวว่า
    “น่าอัศจรรย์จริงหนอ น่าประหลาดจริงหนอ การทำอัญชลีกรรมแด่พระพุทธเจ้ามีผลถึงปานนี้ ข้าพเจ้าจักทำใจให้เลื่อมใส นับถือพระพุทธเจ้าในวันนี้ทีเดียว”
    พราหมณ์ได้ปฏิญาณกับมานพว่าจักรักษาศีลให้ทานและเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แล้วไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลอาราธนาให้ไปเสวยภัตตาหารที่เรือนของตนในวันรุ่งขึ้น
    พระศาสดาทรงรับ
    เมื่อถึงเวลาก็เสด็จไปบ้านพราหมณ์ ประชาชนมาประชุมกันมาก พวกหนึ่งตั้งใจมาดูพราหมณ์ต้อนรับพระพุทธเจ้าด้วยการถามปัญหา
    พวกหนึ่งต้องการมาดูพุทธวิสัย พุทธลีลา
    เมื่อเสวยภัตตาหารเสร็จแล้ว พราหมณ์ได้ทูลถามพระศาสดาว่า
    “มีหรือพระโคดม-บุคคลไม่ได้ถวายทานแด่พระองค์ ไม่ได้บูชาพระองค์ ไม่ได้รักษาอุโบสถ แต่ได้ไปเกิดในสวรรค์ ด้วยเหตุเพียงการทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์อย่างเดียว”
    พระศาสดาตรัสตอบว่า”พราหมณ์! ท่านถามความข้อนี้กับเราทำไมอีกเล่า ในเมื่อมัฏฐกุณฑลีได้บอกความจริงข้อนี้แก่ท่านแล้ว”
    เมื่อพราหมณ์แกล้งสงสัยและถาม พระศาสดาก็ทรงเล่าเรื่องการพบปะและการสนทนาทั้งปวงระหว่างมัฏฐกุณฑลี
    พระศาสดาทรงทราบว่า มหาชนที่มาประชุมกันยังไม่สิ้นสงสัย จึงทรงอธิษฐานให้มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรลงมา พร้อมทั้งวิมาน พระองค์ทรงสัมภาษณ์เทพบุตรนั้น มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรทูลตอบตามความเป็นจริงทุกประการ
    มหาชนได้ฟังการถามการตอบระหว่างพระพุทธเจ้าและเทพบุตรแล้ว อุทานออกมาด้วยปีติโสมนัสและเลื่อมใสว่า
    “ดูเถิดท่านทั้งหลาย บุตรของพราหมณ์เชื่ออทินน ปุพพกะ ไม่ได้ทำบุญอย่างอื่นเลย เพียงแต่ทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าเท่านั้น ยังได้สมบัติเห็นปานนี้ พระพุทธเจ้าทรงมีพระคุณน่าอัศจรรย์แท้”
    พระศาสดาจึงตรัสว่า

    “สิ่งทั้งหลายทั้งปวงสำคัญที่ใจ ฯลฯ ถ้าใจดี ใจผ่องใส การทำการพูดก็พลอยดีไปด้วย เพราะความดีนั้น ความสุขก็ติดตามมา เหมือนเงาตามตน”

    ...มีทรัพย์..ไม่ใช้ไม่แบ่งปันก็เหมือนไม่มี..
    ..ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

    :- https://thossaporn.com/มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร-2/
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    อิสิทาสี

    MasterDigitals
    Nov 10, 2012
    เรื่องราวของ อิสิทาสี อรหันต์หญิงภิกษุณี เป็นชีวิตที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายเป็นเรื่องราวใช้สอนชีวิตผู้หญิงและผู้ชายทุกท่านในการใช้ชีวิตครองเรือน ให้ได้แง่มุมมองแนวคิดที่เราอาจไม่เคยได้รับรู้เลย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนอกหัก รักไม่สมหวังมาฟังแล้วท่านจะได้พิจารณามองตามความเป็นจริง และรู้จักการทำให้ทุกข์ในใจนั้นหมดไปอย่างแน่นอน จัดทำขึ้นเผยแผ่เป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน เพียงใช้เวลาไม่นานฟังเรื่องราวของอิสิทาสี นี้ แล้วท่านจะได้รับประโยชน์ต่างๆมากมายให้บังเกิดแก่ชีวิตได้มากๆเลย ครับ ขออนุโมทนาบุญทุกส่วนๆนี้ให้กับทุกสรรพสิ่งให้มีความสุขกันทั้วหน้า...^ ^ และเห็นแจ้งตามความเป็นจริงครับ By Dark_Lord

    :- http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8165
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    นางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส l เอตทัคคะ ผู้ถึงพระรัตนตรัยก่อน

    อาจารย์ธนากร ปุสวงศ์
    Dec 9, 2024
    นางสุชาดา เอตทัคคะในฝ่ายผู้ถึงพระรัตนตรัยก่อน แก้บนด้วยข้าวมธุปายาส / ลูกชายหาย / ยสะบรรลุอรหัตผล / อุบาสิกาคนแรก (เอคทัคคะ หมายถึง ผู้ยอดเยี่ยมในทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ)

    นางสุชาดา เป็นธิดาของเสนิยกุฏุมพี (กุฏุมพี = เศรษฐี ผู้มีทรัพย์มาก) ในหมู่บ้านเสนานิคม แห่งตำบลอุรุเวลา เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยสาวนางได้ทำพิธีบวงสรวงต่อเทพยดาที่สิงสถิต ณต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งใกล้บ้านของนาง โดยได้ตั้งปณิธานความปรารถนาไว้ ๒ ประการ คือ:- ๑. ขอให้ข้าพเจ้าได้สามีที่มีบุญ มีทรัพย์สมบัติ และมีชาติสกุลเสมอกัน ๒. ขอให้ข้าพเจ้ามีบุตรคนแรกเป็นชาย ถ้าความปรารถนาของข้าพเจ้าทั้ง ๒ ประการ สำเร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าพเจ้าจะทำพลีกรรมแก่ท่านด้วยของอันมีค่าหนึ่งแสนหกปณะครั้นการต่อมา ความปรารถนาของนางสำเร็จทั้งสองประการ โดยได้สามีเป็นเศรษฐีมีฐานะเสมอกัน และได้บุตรคนแรกเป็นชายนามว่า “ยสะ” นางได้ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนลูกชายแต่งงานแล้ว จึงปรารภที่จะทำพลีกรรมบวงสรวงสังเวยเทพยดาด้วยข้าวมธุปายาส เมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ นางได้ประกอบพิธีหุงข้าวมธุปายาสเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นางทาสีสาวให้ไปปัดกวาดทำความสะอาดบริเวณโคนต้นไทรนั้น
    แก้บนด้วยข้าวมธุปายาส
    ขณะนั้น พระสิทธัตถะบรมโพธิสัตว์ หลังจากเลิกการทรมานร่างกายหันมาเสวยพระกระยาหารหวังจะบำเพ็ญเพียรทางจิต ประทับนั่งพักผ่อนที่ใต้ร่มไทรนั้น ผินพระพักตร์ทอดพระเนตรไปทางทิศปราจีน (ตะวันออก) มีพระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกายเป็นปริมณฑลดูงามยิ่งนัก นางทาสีสาวใช้เห็นแล้วก็ตระหนักแน่ในจิตคิดว่า คงจะเป็นเทพยดาเจ้า มานั่งคอยท่ารับเครื่องพลีกรรม จึงมิได้เข้าไปทำความสะอาดดังที่ตั้งใจมา รีบกลับไปแจ้งแก่นางสุชาดา โดยด่วนฝ่ายนางสุชาดา จึงเรียบแต่งกายด้วยเครื่องอาภรณ์อันงดงามเป็นที่เรียบร้อย แล้วยกถาดข้าว มธุปายาสขึ้นทูนศีรษะ ออกจากบ้านพร้อมด้วยบริวารไปยังต้นไทรนั้น ครั้นได้เห็นพระโพธิสัตว์งดงามเช่นนั้น ก็เกิดโสมนัสยินดีสำคัญว่าเป็นรุขเทวดามานั่งคอยรับเครื่องพลีกรรม จึงน้อมนำเข้าไปถวายพร้อมทั้งถาดทองคำ เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ ทรงรับและเสวยข้าวมธุปายาสแล้ว เสด็จไปประทับที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ทรงบำเพ็ญเพียรทางจิตและได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าในวันนั้น หลังจากได้ประทับเสวยวิมุติสุข คือ สุขอันเกิดจากการตรัสรู้บริเวณใกล้ ๆ นั้นเป็นเวลา ๗ สัปดาห์ รวม ๔๙ วัน แล้วได้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระปัญจวัคคีย์ ณป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ฯ.
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    อาจารย์ยอด : ญาณพระอริยะ (หลวงปู่สุภา, หลวงตาพวง, หลวงปู่เจี๊ยะ) [พระ] new

    อาจารย์ยอด
    Nov 2, 2018


     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    ประวัติพระอชิตะ : ผู้จุดประทีปดวงแรกแห่งแม่น้ำโกทาวารี l #ตนเล่าธรรม

    ตนเล่าธรรม
    Jan 22, 2026

    พระอชิตะ: ผู้จุดประทีปแห่งปัญญา ศิษย์คนแรกใน 16 พราหมณ์ผู้ถามทางพ้นทุกข์ | #ตนเล่าธรรม
    เคยสงสัยไหมครับ? ว่าคำถามแบบไหนที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ในชั่วพริบตา... จากพราหมณ์หนุ่มผู้เดินทางข้ามแผ่นดินนับพันลี้เพื่อค้นหาสัจธรรม สู่การเป็น "ผู้ถามปัญหาคนแรก" แห่งคณะศิษย์พราหมณ์พาวารี อะไรคือความลับแห่งธรรมที่พระพุทธองค์ทรงประทานให้ จนทำให้ท่านบรรลุธรรมทันทีที่ฟังจบ?
    ย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล ณ ริมฝั่งแม่น้ำโกทาวารี เรื่องราวของ "อชิตะมาณพ" หนึ่งใน 16 ศิษย์เอกของพราหมณ์พาวารี ผู้แบกรับความหวังและคำถามสำคัญมุ่งหน้าสู่แคว้นมคธ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแสวงหาครูบาอาจารย์ แต่คือการเดินทางเข้าสู่ภายในจิตใจ เพื่อค้นหาวิธี "ตัดกระแสกิเลส" ที่เชี่ยวกรากยิ่งกว่าสายน้ำใดๆ ในโลก เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เชิญรับฟังไปพร้อมๆ กันครับ
    ในคลิปนี้คุณจะได้ฟัง:
    ✅ ปฐมบท: ใครคืออชิตะมาณพ? และภารกิจสำคัญจากอาจารย์พาวารี
    ✅ จุดเปลี่ยน: การเดินทางไกลแสวงหา "มหาบุรุษ" ตามคำทำนาย
    ✅ ปริศนาธรรม: คำถามหยุดโลก "อะไรคือสิ่งที่ห่อหุ้มโลกไว้" และคำตอบจากพระพุทธองค์
    ✅ ข้อคิด: สติและปัญญา เครื่องมือนำพาชีวิตให้พ้นจากกระแสแห่งความทุกข์ เรื่องราวของพระอชิตะไม่ได้เป็นเพียงตำนาน แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นว่า "แสงสว่างแห่งปัญญา" นั้นเกิดขึ้นได้เสมอ หากเรากล้าที่จะตั้งคำถามและมีสติอยู่กับปัจจุบันครับ
    :-
    https://th.wikipedia.org/wiki/พระอชิตเถระ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 พฤษภาคม 2026 at 22:23
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    ประวัติพระนทีกัสสปะ ตำนานการปราบทิฐิที่ดุเดือดที่สุดในพุทธกาล l เรื่องเล่าพุทธกาล

    ตนเล่าธรรม
    Jan 9, 2026
    เมื่อมหาฤาษีผู้บูชาไฟ ต้องยอมสยบให้กับผู้รู้แจ้ง | #เรื่องเล่าพุทธกาล

    คุณเคยสงสัยไหมว่า... อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการเปลี่ยนแปลงใจคน? ใช่ "ปาฏิหาริย์" หรือ "ปัญญา"? และเมื่อนักบวชผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ที่มีลูกศิษย์บริวารนับร้อย ต้องมาเผชิญหน้ากับพระพุทธองค์ การดวลพลังจิตและการปะทะคารมทางธรรมครั้งประวัติศาสตร์จึงบังเกิด เรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกลับใจครั้งนี้ มีความลับอะไรซ่อนอยู่?
    ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา "พระนทีกัสสปะ" คือหนึ่งในสามพี่น้องชฎิลผู้ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนต่างกราบไหว้บูชาไฟ แต่เมื่อกระแสน้ำพัดพาเครื่องบริขารของพี่ชายใหญ่ลอยลงมา สัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่ตำนานปราบพยศธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนของการทำลายกำแพง "อัตตา" ที่สูงเสียดฟ้า ด้วยพุทธานุภาพและกุศโลบายที่เหนือจินตนาการ
    ในคลิปนี้คุณจะได้ฟัง:
    ✅ จุดเริ่มต้น: เปิดตำนาน "ชฎิล 3 พี่น้อง" และลัทธิบูชาไฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น
    ✅ จุดเปลี่ยน: เมื่อบริขารลอยตามน้ำ... สัญญาณร้าย หรือ กุศโลบายอันแยบยลของพุทธองค์?
    ✅ เกร็ดความรู้: "อาทิตตปริยายสูตร" พระสูตรสำคัญที่เปลี่ยนไฟร้อนแห่งกิเลส ให้กลายเป็นความเย็นสงบ
    ✅ ข้อคิด: ศิลปะการเอาชนะ "ทิฐิมานะ" และการเปิดใจรับความจริงอันประเสริฐ
    เรื่องนี้สอนให้เราได้รู้ว่า ไม่มีกำแพงทิฐิใดที่สูงเกินกว่าปัญญาจะข้ามพ้น หวังว่าท่านผู้ฟังจะได้แง่คิดดีๆ กลับไปใช้ดับ "ไฟ" ในใจตนเองนะครับ

     
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    องคุลีมาล โจรโหดวิ่งไล่พระพุทธเจ้าแต่วิ่งตามไม่ทัน! l #พุทธประวัติ

    ตนเล่าธรรม
    Feb 18, 2026

    จะเกิดอะไรขึ้น... เมื่อมหาโจรผู้เหี้ยมโหดที่สังหารคนมาแล้วถึง 999 ศพ ต้องมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ไม่มีแม้แต่อาวุธในมือ? ทำไมจอมขมังเวทย์ที่วิ่งเร็วปานลมพายุ ถึงไม่สามารถวิ่งตามพระพุทธองค์ที่ทรงพระดำเนินด้วยก้าวปกติได้ทัน? เบื้องหลังการไล่ล่าแห่งประวัติศาสตร์นี้ มีความลับระดับสัจธรรมอะไรซ่อนอยู่กันแน่!
    นี่ไม่ใช่แค่ตำนานการปราบโจรธรรมดา แต่คือการปะทะกันระหว่าง "ไฟแห่งความหลงผิด" กับ "น้ำอมฤตแห่งความเมตตา" เรื่องราวของ 'อหิงสกกุมาร' ชายหนุ่มอนาคตไกลที่ตกเป็นเหยื่อของคำลวงและความริษยา จนต้องกลายร่างเป็น 'องคุลีมาล' ฆาตกรกระหายเลือดที่ผู้คนทั่วแคว้นต่างหวาดผวา วินาทีที่เขาง้างดาบหมายจะปลิดชีพพระพุทธเจ้า กลับกลายเป็นวินาทีที่พระธรรมได้กรีดลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ พลิกจิตวิญญาณจากความมืดมิดสู่แสงสว่างได้อย่างปาฏิหาริย์
    ในคลิปนี้คุณจะได้ฟัง:
    ✅ แผนลวงโลกที่เปลี่ยนศิษย์เอกอัจฉริยะ ให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร ✅ วินาทีระทึกขวัญ! การไล่ล่ากลางป่าลึก และการหยุดยั้งด้วยประโยคสั้นๆ สะเทือนใจ
    ✅ ปริศนาพุทธานุภาพ "เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด" ซ่อนความนัยอะไรไว้?
    ✅ พลังแห่งการให้อภัย และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนตัวเองได้ หากใจตื่นรู้
    มาร่วมย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญนี้ และค้นหาคำตอบไปพร้อมกันว่า อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก อาจไม่ใช่ดาบที่คมกริบ แต่คือ "สติและความเมตตา" ที่ไม่มีประมาณครับ
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944
    ประวัติวัดเชตวันมหาวิหาร วัดที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุด (19 พรรษา) l #ตนเล่าธรรม

    ตนเล่าธรรม
    Jan 2, 2026

    เชื่อหรือไม่? วัดที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษานานที่สุดถึง 19 พรรษา มีจุดเริ่มต้นจาก "คำท้าทาย" ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้!
    ย้อนรอยตำนาน "อนาถบิณฑิกเศรษฐี" มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ แห่งเมืองสาวัตถี ที่ยอมทุ่มหมดหน้าตัก ขนเหรียญทองคำมหาศาลมาปูเรียงจนเต็มผืนดินใน "สวนเจ้าเชต" เพื่อแลกที่ดินมาสร้างวัดถวายพระพุทธองค์ ทำไมท่านถึงศรัทธาแรงกล้าขนาดนั้น? และ "เจ้าชายเชต" เจ้าของที่ดิน ยอมขายที่ดินผืนงามนี้ได้อย่างไร? เรื่องราวเบื้องหลังวัดสำคัญในพุทธประวัติแห่งนี้ เต็มไปด้วยแง่คิดและแรงบันดาลใจที่ชาวพุทธไม่ควรพลาด
    ในคลิปนี้คุณจะได้ฟัง:
    ✅ จุดเริ่มต้นการพบกันของอนาถบิณฑิกเศรษฐีและพระพุทธเจ้า
    ✅ การเจรจาซื้อที่ดินที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ (ใช้ทองคำปู!)
    ✅ สาเหตุที่พระพุทธเจ้าประทับที่นี่นานที่สุดในพุทธกิจ 45 พรรษา
    ✅ เกร็ดธรรมะจากเรื่องราวของศรัทธาและการเสียสละ
    มาร่วมฟังเรื่องเล่าธรรมะฟังสบาย ได้สาระ และข้อคิดเตือนใจไปพร้อมกันครับ

     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,598
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +36,944

แชร์หน้านี้

Loading...