ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แผนเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซพังยับ! อิหร่านส่งสัญญาณเตือนถึงชาติอ่าวอาหรับ ชี้พิกัดโจมตีล่าสุดคือสารตั้งต้นที่ดับฝันยุทธศาสตร์ส่งออกน้ำมันนอกน่านน้ำควบคุม

    ระเบิดศึกพลังงานโลกจับตาปฏิบัติการลับลวงพรางเหลว หลังเรือขนส่งน้ำมันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกถล่มยับคาช่องแคบปิดตาย

    มีรายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงถึงขีดสุด หลังกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกมายืนยันว่าเรือขนส่งน้ำมันแบบ Shuttle Tanker จำนวน 2 ลำ ได้แก่ Mombasa และ Al Bahiyah ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) ในช่องทางเดินเรือตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ภายในน่านน้ำอาณาเขตของโอมาน ส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump เดินหน้าเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ภายใต้ผู้นำสูงสุด Mojtaba Khamenei อ้างความรับผิดชอบและประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการเพื่อตอบโต้พันธมิตรตะวันตก

    การเลือกเป้าหมายโจมตีเรือขนส่งประเภทนี้สะท้อนเจตนาของเตหะรานอย่างชัดเจน เนื่องจากเรือ Shuttle Tanker ดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ UAE ใช้ในการลำเลียงน้ำมันอ้อมจุดยุทธศาสตร์ที่คับขันด้วยวิธีเดินเรือแบบ "ปิดระบบระบุตัวตน (Sailing Dark)" เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ การโจมตีกลางน่านน้ำโอมานครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนจากอิหร่านว่า "ยุทธศาสตร์การบายพาสหรือหลบเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป" ดับความหวังของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่เชื่อว่า ท่อส่งน้ำมันแนวตะวันตก-ตะวันออก คลังน้ำมันฟูไจราห์ หรือการขนส่ง overland ไปยังท่าเรือแห่งใหม่ในทะเลอาหรับ จะช่วยให้การส่งออกพลังงานรอดพ้นจากเงื้อมมือของกองทัพอิหร่านไปได้

    สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อ IRGC อ้างว่าประสบความสำเร็จในการโจมตีทำลายระบบเรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศระยะไกลและระบบตรวจจับทางทะเลของสหรัฐฯ ในโอมาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเฝ้าระวังภัยทางทะเลในน่านน้ำดังกล่าวโดยตรง ประกอบกับการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ก่อเหตุยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติอับฮา (Abha Airport) ในทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์มองว่า นี่คือการยกระดับการปิดล้อมทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ หากอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตรสามารถคุกคามทั้งการขนส่งในฮอร์มุซ ระบบเรดาร์เฝ้าตรวจ และลามไปถึงช่องแคบด็อบเอลมันเดบในทะเลแดง ชาติพันธมิตรอาหรับและตะวันตกจะไม่มีเส้นทางทางออกที่ปลอดภัยสำหรับพลังงานโลกอีกต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เรือขนส่งน้ำมันของ UAE จำนวน 2 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธในช่องแคบฮอร์มุซจริง และมีการยิงโจมตีสนามบินอับฮาในซาอุดีอาระเบีย
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การทำลายระบบเรดาร์ตรวจจับทางทะเลของสหรัฐฯ ในโอมานโดยกองทัพอิหร่าน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การปิดตายเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลแดงและช่องแคบด็อบเอลมันเดบอย่างสมบูรณ์โดยกลุ่มฮูตี

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – ได้รับการยืนยันตรงกันจากกระทรวงกลาโหม UAE, กองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) และรายงานข่าวของสำนักข่าว Tier 1 อย่าง Reuters และ AP

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: Reuters, AP
    https://www.facebook.com/share/18rQA9jtCk/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตึงเครียดหนัก! ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านเปิดฉากยิงสกัดเหนือน่านฟ้ากรุงเตหะราน หลังมีรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้กับพาร์ชิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยทางทหารและฐานการผลิตขีปนาวุธที่สำคัญที่สุดของประเทศ

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเตหะราน โดยเฉพาะในเขตพาร์ชิน (Parchin) และพักดัชต์ (Pakdasht) ซึ่งเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ทางทหารของอิหร่าน ส่งผลให้กองทัพอิหร่านต้องเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นวัตถุต้องสงสัยเหนือน่านฟ้าเมืองหลวง การเปิดฉากยิงสกัดในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    มีรายงานว่าเสียงระเบิดยังดังสนั่นลามไปถึงเมืองเซมนาน (Semnan) และโครรามาบัด (Khorramabad) ซึ่งทั้งสองเมืองเป็นพื้นที่ที่ตั้งของโรงงานประกอบชิ้นส่วนและคลังเก็บขีปนาวุธนำวิถี ขณะเดียวกันกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด มอจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) อ้างว่าสามารถยิงโดรนสอดแนมรุ่น MQ-9 ของกองทัพสหรัฐฯ ตกในพื้นที่เมืองอันดีเมชก์ (Andimeshk) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

    ขณะที่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ตั้งแต่ท่าเรือบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) เกาะเกชม์ (Qeshm) ซิริก (Sirik) และโคนารัก (Konarak) ต่างเผชิญกับการโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ ส่งผลให้ระบบเรดาร์ชายฝั่งและฐานทัพเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นการขยายวงปฏิบัติการทางทหารที่มุ่งเป้าทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: มีการเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศเหนือน่านฟ้ากรุงเตหะราน และเกิดระเบิดในพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ เช่น บันดาร์อับบาส รวมถึงบริเวณพาร์ชินและพักดัชต์จริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ข้อมูลความเสียหายเชิงลึกภายในศูนย์วิจัยทางทหารพาร์ชิน และรายงานการยิงตกของโดรน MQ-9 ในเมืองอันดีเมชก์
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ตัวเลขผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหารในโรงงานขีปนาวุธเซมนานและโครรามาบัด

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อหลักระดับโลกทั้ง Al Jazeera และ CNN รายงานตรงกันพร้อมหลักฐานการเปิดใช้งานระบบต้านภัยทางอากาศในพื้นที่

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Al Jazeera, CNN

    https://www.facebook.com/share/p/1cXDhTxLey/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คลังเข้ม! ปี’69 คัด ‘จนจริง’ เหลือ 9.5 ล้านคน ไม่ผ่านเกือบ 50% ชง ครม.โยกใช้สิทธิ์ 60/40 แทน
    .
    | เกาะกระแส | คลังกรองเข้ม! บัตรคนจนปี’69 คัด ‘จนจริง’ เหลือ 9.5 ล้านคน ไม่ผ่านเกือบ 50% ชง ครม.โยกใช้สิทธิ์ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ แทน เดินหน้าประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ 6 โมงเช้า
    .
    ‘ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ’ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ที่ประขุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) ครั้งที่ 9/2569 ได้มีการพิจารณาผลการลงทะเบียน และการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 และวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการฯ ปี 2569
    .
    เห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 มีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย โดยแบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) รายเดิม 12.70 ล้านราย กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีบัตรฯ ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย (มท.) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO – LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 0.74 ล้านราย และกลุ่มที่ 3 ผู้ไม่มีบัตรฯ ที่ มท. ได้สำรวจพบเพิ่มเติมในช่วงการลงทะเบียน 5.38 ล้านราย
    .
    เห็นชอบปรับปรุงกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ในส่วนของการประกาศผลรอบทบทวนสิทธิ เป็นในวันที่ 21 กันยายน 2569 เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติเป็นไปด้วยความรอบคอบ และให้ผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในรอบทบทวนสิทธิดังกล่าวสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ทันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
    .
    ดังนั้น จึงจะมีการประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
    .
    อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
    .
    #บัตรคนจน #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #ไทยช่วยไทยพลัส #สศค #กระทรวงการคลัง #รัฐบาลอนุทิน #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/19CSb7stXZ/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ไตรมาส 1 ต่ำสุดรอบ 6 ปี SCB EIC ชี้ “กู้ยากขึ้น” ไม่ใช่ “ฐานะดีขึ้น”
    FB_IMG_1784199269979.jpg
    | Research Reports | สัดส่วนหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1/2026 ลดลงมาอยู่ที่ 85.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี แม้ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไตรมาส 1 นี้จะขยายตัวเร่งขึ้นอยู่ที่ 16.41 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.5%YOY กลับมาขยายตัวได้ 2 ไตรมาสติดต่อกัน แต่ยังเป็นการขยายตัวในระดับต่ำตามภาวะการเงินที่ตึงตัว การเข้าถึงสินเชื่อรายย่อยที่ยังทำได้ยาก และความระมัดระวังการใช้จ่ายและการก่อหนี้ของครัวเรือน สะท้อนว่าครัวเรือนไทยยังอยู่ในภาวะ Debt deleveraging ขณะที่ GDP ขยายตัวสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ปรับลดลงค่อนข้างเร็วในไตรมาสนี้
    .
    SCB EIC พบว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ลดลงค่อนข้างเร็วในไตรมาสนี้เกิดจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
    .
    1) ครัวเรือนเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินหลักได้ยาก: ตัวเลขสินเชื่อที่ขยายตัวต่ำ สอดคล้องภาพรวมหนี้ครัวเรือนแยกตามแหล่งผู้ให้กู้ที่พบว่า สินเชื่อจากสถาบันการเงินเอกชนยังหดตัวต่อเนื่อง สะท้อนความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์และบริษัทบัตรเครดิต ลิสซิ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันกว่า 50% ของหนี้ครัวเรือนรวม
    .
    2) ครัวเรือนบางส่วนหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงง่ายและมีเงื่อนไขยืดหยุ่นมากขึ้น: หนี้ครัวเรือนยังขยายตัวได้จากแหล่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจและสถาบันการเงินของรัฐ ขยายตัว 1.6%YOY ส่วนหนึ่งจากมาตรการช่วยเหลือภาครัฐที่มีส่วนช่วยพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่สินเชื่อผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ยังขยายตัวสูงต่อเนื่องที่ 5%YOY และสินเชื่อผ่านโรงรับจำนำเร่งตัวขึ้นมากเป็น 18.3%YOY จาก 12.4%YOY ในไตรมาสก่อน
    .
    3) GDP ขยายตัวดีในไตรมาส 1/2026
    เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงตามการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่ขยายตัวดี: ส่งผลให้ Nominal GDP ขยายตัว 2.9%YOY ซึ่งเร็วกว่ายอดหนี้ครัวเรือนที่ขยายตัวเพียง 0.5%YOY เมื่อ Nominal GDP ซึ่งเป็นตัวหารของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ขยายตัวเร็วกว่ายอดหนี้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จึงลดลงเร็ว แม้มูลค่าหนี้ครัวเรือนยังเพิ่มขึ้น และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนยังไม่ได้ปรับดีขึ้นอย่างชัดเจน
    .
    SCB EIC ประเมินหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP จะมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่ไม่สะท้อนว่าฐานะการเงินครัวเรือนฟื้นตัวดีขึ้น โดยในระยะข้างหน้า SCB EIC มองสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP จะยังมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ราว 83.5-84.5% ณ สิ้นปี 2026
    .
    การลดลงนี้มีลักษณะ “Deleveraging จากข้อจำกัด” มากกว่าฐานะการเงินครัวเรือนฟื้นตัวด้วย 3 ปัจจัยหลัก

    1) ภาวะสินเชื่อที่ยังตึงตัวจำกัดการขยายตัวของหนี้ครัวเรือน

    2) รายได้ที่ฟื้นตัวช้าทำให้ครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายและการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น

    3) Nominal GDP มีแนวโน้มขยายตัวเร็วกว่าหนี้ครัวเรือนจากแรงกดดันเงินเฟ้อ
    .
    อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]

    หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ไตรมาส 1 ต่ำสุดรอบ 6 ปี SCB EIC ชี้ “กู้ยากขึ้น” ไม่ใช่ “ฐานะดีขึ้น”

    คลิก https://thaipublica.org/2026/07/scb-eic-on-household-debt-q1-2026/

    #หนี้ครัวเรือน #สินเชื่ออุปโภคบริโภค #ทิศทางเศรษฐกิจไทย #SCBEIC #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    #หนี้ครัวเรือน #สินเชื่ออุปโภคบริโภค #ทิศทางเศรษฐกิจไทย #SCBEIC #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/p/1BgTWESHCS/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ACT ชง “8 ข้อเสนอ” ป้องปรามจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พบเหตุโกงอื้อร้อยละ 97.8 จัดซื้อฯ แบบเฉพาะเจาะจง
    FB_IMG_1784199379279.jpg
    | เกาะกระแส | องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดทำ “8 ข้อเสนอเพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ต่อสาธารณะ หวังป้องปรามการโกงที่จะเกิดขึ้นกับ “งบลงทุน” เพราะพบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทยใช้วิธีการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง สูงถึงร้อยละ 97.8 สัดส่วนมูลค่ารวมคิดเป็นร้อยละ 40.92 ของงบประมาณทั้งหมด
    .
    ‘นายมานะ นิมิตรมงคล’ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจัดซื้อฯ ภาครัฐอาจเกิดคอร์รัปชันขึ้นได้เสมอ ไม่ว่ารัฐจะจัดซื้อด้วยวิธีแบบใด แม้กฎหมายและระบบจัดซื้อจัดจ้างได้พัฒนาไปมาก แต่กระบวนการต่างๆ ยังถูกบิดเบือนได้ง่ายโดยผู้มีอำนาจและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ เอกชนและนักการเมือง รวมถึงวิถีปฏิบัติในระบบราชการที่ขาดการพัฒนามายาวนาน
    .
    8 ข้อเสนอเพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ปลอดคอร์รัปชันและรัฐได้ประโยชน์มากขึ้น ประกอบด้วย

    1 - ส่งเสริมการแข่งขันมากขึ้นในทุกการประมูล โปร่งใส วัดประสิทธิภาพได้จริง

    2 - เสริมสร้างกลไกป้องกันให้เข้มแข็ง เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน

    3 - กำจัดกำไรส่วนเกินที่จะถูกใช้เป็นเงินใต้โต๊ะและลดความสูญเสียของรัฐ

    4 - ใช้เทคโนโลยีที่เชื่อถือได้สนับสนุนการทำงาน เช่น เวบไซต์ ACTAi

    5 - ทบทวนการขึ้นบัญชีผู้รับเหมา เพื่อเปิดพื้นที่การแข่งขันให้มากขึ้น

    6 - การสอบทานธุรกิจ (Due diligence) เพื่อประเมินสถานะอย่างละเอียดของเอกชน

    7 - การจัดทำบัญชีเฝ้าระวัง (Watch list) การขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน

    8 - ผู้ซื้อ/ผู้ขาย ต้องมีมาตรการป้องกันคอร์รัปชัน
    .
    “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต้องยกเครื่องตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำโครงการ การเสนอขอและอนุมัติงบประมาณ ไปจนจบขั้นตอนตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ กล่าว
    .
    อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]

    ACT ชง “8 ข้อเสนอ” ป้องปรามจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พบเหตุโกงอื้อร้อยละ 97.8 จัดซื้อฯ แบบเฉพาะเจาะจง

    คลิก https://thaipublica.org/2026/07/act-8-measures-public-procurement-corruption/

    #จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ #จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง #ACT #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    #จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ #จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง #ACT #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/p/1AcrDLvcWf/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: ปกรณ์เผย นายกฯ สั่งศึกษาโมเดลกำลังคนภาครัฐ ใช้ AI ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ

    วันนี้ (16 กรกฎาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เร่งศึกษาแนวทางปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐและงบประมาณรายจ่ายด้านบุคลากรในภาพรวม หลังจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พบว่า งบประมาณรายจ่ายบุคลากรมีสัดส่วนค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ปกรณ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเห็นว่า แม้ภาครัฐจะมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องใช้งบประมาณ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของภาครัฐ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ใช้ทรัพยากรน้อยลง และให้บริการประชาชนได้รวดเร็วมากขึ้น

    นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ปกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ กำกับและเร่งรัดการศึกษาการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

    ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

    การศึกษาจะครอบคลุมการวางแผนกำลังคน การบริหารกรอบอัตรากำลัง การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาสนับสนุนการปฏิบัติราชการ รวมถึงการทบทวนรูปแบบการจ้างงาน ระบบค่าตอบแทน และสวัสดิการของภาครัฐ ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และรองรับภารกิจของภาครัฐในระยะยาว

    ปกรณ์กล่าวว่า กระบวนการศึกษาจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรกลางบริหารงานบุคคล ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ข้อเสนอเชิงนโยบายมีความครบถ้วน รอบด้าน และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ก่อนที่สำนักงาน ก.พ. จะรวบรวมผลการศึกษาและข้อเสนอ เสนอต่อคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐพิจารณา แล้วจึงเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

    #TheStandardNews

    https://www.facebook.com/share/14Ub4Vv3zWg/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรนำไปเคลมต่อสหประชาชาติ

    ⚡ ต่อไปคงบอกไทยยอมรับข้อตกลง

    1.ให้หยุดสร้างรั้วและวางลวดหนามสักทีอย่าละเมิด
    2.ให้ ++++ความรู้กำลังพล++++ แนวหน้า เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจยั่วยุ อย่ายิv อย่าปาระเบิx
    3.สำคัญของการจัดการกับ ข่าวปลอม (Fake News)
    FB_IMG_1784276359134.jpg
    แชร์ไปให้เขาอ่านหน่อย.จะได้ตาสว่างการประชุม #ไม่ต้องมาฟ้องร้องเราหรอกไปเคลียกันเอาเอง

    ttps://www.facebook.com/share/p/1ENCs2UpuT/

    ttps://www.facebook.com/share/1aghc82K7w/

    https://www.facebook.com/share/p/1ENCs2UpuT/

    https://www.facebook.com/share/1aghc82K7w/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ธรรมดาเลยคนนี้ " Try Pheap" ที่สุดแต่ไม่เคยเป็นข่าว.

    FB_IMG_1784276526731.jpg

    ✅ อยู่เบื้องหลังเกือบทุกคน
    ✅ จัดหานายทุนสัมปทานทุกอย่าง
    ✅ ที่ติดชายแดนไทย ค้าทุกอย่างที่ได้เงิน
    ✅ เป็นคนกัมพูชา เก่งภาษามาก ไทย , ลาว , อังกฤษ , เขมร , เวียดนาม
    ✅ สนิตกับนักการเมืองหลายประเทศ
    ✅ กลุ่มทุนสนับสนุนนักการเมืองหลายประเทศ

    #เตรียมเปิดกำลังรอข้อมูลสมาชิกแจ้งส่งมา

    https://www.facebook.com/share/p/1BtroVy1N4/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปการประชุมของเขมร-ไทย ที่ได้มีการจัดประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 15.07.69 ที่ผ่านมา โดยคำแถลงการณ์จากทางด้านกัมพูชาอยากให้คนไทยได้ฟัง
    การแถลงอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรตรงกับฝั่งไทยไหม?
    .
    สรุปสาระสำคัญของแถลงการณ์ฝ่ายกัมพูชา มีประเด็นหลักดังนี้
    * การลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน
    * การเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมบางอย่างที่กัมพูชามองว่าเป็นปัญหา
    * การผลักดันให้ใช้กลไก **JBC** และ **GBC** ในการแก้ไขปัญหา
    * การแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีและตามกฎหมายระหว่างประเทศ

    แปลและซัพ โดย Beemnews สำรอง Beemnews
    ตรงๆทุกตัวอักษร ลองฟัง ดูของไทยก็ในคอมเม้นนะเผื่อใครยังไม่เห็น

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/v/1EqDjDQJ2b/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • m.mp4
      ขนาดไฟล์:
      5 MB
      เปิดดู:
      85
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดหลักฐานช่องจอม . ก่อนหน้านี้มีเขมรบางกลุ่มบอกว่าไม่เคยมาขอความช่วยเหลือไทยบริเวรดังกล่าว คลิปนี้ถ่ายโดย Dimon Film ได้รับบาดเจ็บหนัก ร้องโอดครวญมาตลอดทางวอนให้ไทยเปิดด่านเพื่อข้ามไปรักษา
    .
    แปลไทยตรงตัว ตามคำบรรยายในคลิป

    (26 สิงหาคม 1997) เสียงบรรยากาศจริง

    รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคนที่สองของกัมพูชา ฮุน เซน ปฏิเสธคำเรียกร้องให้มีการหยุดยิง เพื่อให้ตรงกับการเสด็จกลับประเทศที่กำลังมีความไม่สงบของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

    คำเรียกร้องดังกล่าวถูกเสนอโดยเจ้าชายนโรดม รณฤทธิ์ พระราชโอรสของพระนโรดม สีหนุ ซึ่งถูกฮุน เซน ปลดออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วม หลังการรัฐประหารที่ใช้ความรุนแรงเมื่อเดือนที่แล้ว

    การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในวันอังคารระหว่างทั้งสองฝ่าย ขณะที่กองกำลังที่ภักดีต่อรณฤทธิ์ยังคงป้องกันพื้นที่อย่างเหนียวแน่นจากกองกำลังของฮุน เซน ซึ่งมีกำลังมากกว่าและมีอาวุธดีกว่า ใกล้ชายแดนไทยที่หมู่บ้านโอ'สมัชของกัมพูชา

    การสู้รบยังดำเนินต่อไปในวันอังคารระหว่างกองกำลังคู่ขัดแย้งในกัมพูชา แม้ว่าจะมีรายงานว่าฐานที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายต่อต้านได้ตกอยู่ในมือกองกำลังรัฐบาลแล้วก็ตาม

    สามารถได้ยินเสียงการยิงปืนใหญ่และเสียงระเบิดจากด่านชายแดนช่องจอมในประเทศไทย

    นักรบฝ่ายต่อต้านที่ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยเพื่อรับการรักษาพยาบาล

    ทหารคนหนึ่งที่ถูกนำข้ามชายแดนมาเสียชีวิตแล้ว

    เจ้าหน้าที่ไทยประเมินว่ามีนักรบประมาณ 700 คน ที่ภักดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่ง เจ้าชายนโรดม รณฤทธิ์ และพรรคฟุนซินเปกของพระองค์ ยังคงอยู่ในพื้นที่รอบโอ'สมัช ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่มั่นสำคัญแห่งสุดท้ายของพวกเขา
    เชื่อกันว่านักรบอีกหลายร้อยคนได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันออกสู่ทาทัมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อเตรียมทำสงครามกองโจร หากโอ'สมัชตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลอย่างสมบูรณ์
    การสู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนที่สอง ฮุน เซน กับกองกำลังของรณฤทธิ์ ปะทุขึ้นหลังจากฮุน เซน ยึดอำนาจจากเจ้าชายเมื่อวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคม
    รัฐบาลของฮุน เซน อ้างมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วว่า ฐานที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายต่อต้านได้ถูกยึดแล้ว
    อย่างไรก็ตาม รายงานอิสระจากบริเวณชายแดนยืนยันว่า กองกำลังของรณฤทธิ์ยังคงอยู่ที่โอ'สมัช
    ช่างภาพวิดีโอของสถานีโทรทัศน์ต่างชาติคนหนึ่งที่อยู่บริเวณชายแดน ถูกกระสุนเฉี่ยวในวันอังคาร
    ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ยิง
    เจ้าชาย ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศไทย ได้เสนอให้มีการหยุดยิงโดยทันทีในกัมพูชา เพื่อเป็นการต้อนรับการเสด็จกลับของพระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

    รัฐบาลของฮุน เซน ตอบว่า มีเพียงวิธีเดียวที่จะยุติการสู้รบได้ คือ การยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขของรณฤทธิ์
    พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระชนมายุ 74 พรรษา มีแผนเสด็จกลับจากกรุงปักกิ่ง ซึ่งพระองค์ทรงเข้ารับการรักษาพยาบาลมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อทรงสวดภาวนาเพื่อสันติภาพที่เมืองเสียมราฐ.

    #beemnews
    #Scambodia

    ⚡ ขอขอบคุณสมาชิกที่ช่วยเหลือส่งคำร้องแย้งไปยังเฟสให้กลับมาใช้งานได้หลังจากโดน รายงาน
    ขอบคุณ Dimon Film , Json D ที่ช่วยค้นหาคลิปจาก ทีมงาน ส่งมาให้

    https://www.facebook.com/share/v/1U33XpXRRX/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • a (2).mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.9 MB
      เปิดดู:
      72
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตัวอย่างหนัง Blood Border ในเหตุการณ์ที่พนมคม็อจ (ภูผี) ที่เขมรใส่ร้ายไทย.
    .
    มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว...

    ✅ ใช้โล้โก้ UNHCR
    ✅ บิดเบื่อประวัติศาสตร์และหน่วยงาน
    ✅ ในการแสดง.
    ✅ สื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมการใส่ร้ายและยุยงปลุกปั่น
    ✅ เขมร พวกเนรคุณ
    .
    ✅ #รมต บอกน้ำไหลไฟ สว่างทางดี

    #UNHCR
    #beemnews
    #Scambodia
    #สหประชาชาติ
    #usa
    https://www.facebook.com/share/v/18wuTKH4ir/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • t.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.7 MB
      เปิดดู:
      34
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารเขมรวางอาวุธหนีเข้ามายังชายแดนไทย อ้างว่าไม่อยากสู้รx แล้วเกลียด.หนีมาพึงพาไทยหวังให้ไทยช่วยเพราะ
    ✅ อาวุx
    ✅ อาหารหมด
    มุมล่างซ้ายในคลิป วันที่
    .
    คำบรรยาย จากเหตุการที่บันทึกโดย นักข่าวชาวต่างประเทศ

    นาย กง สกุล (Gong Sakul) ทหารพรรคฟุนซินเปก
    ตลอดคืนวันศุกร์ ทหารจาก กองพลที่ 12 ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยหลักของฝ่ายนิยมราชวงศ์ ถูกโจมตีอย่างหนักด้วยปืนครกและจรวด

    กระทั่งวันเสาร์ ผู้บัญชาการกองพล พลเอก เลย์ วิรัก (Lay Virak) ได้สั่งให้กำลังพลถอนตัวข้ามชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย (หวังพึ่งพา)

    จากนั้นเขาหลบหนีไปด้วยรถยนต์ ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด แต่เชื่อว่าเขาพยายามไปรวมกำลังกับทหารฟุนซินเปกกลุ่มอื่น ๆ ตามแนวชายแดน

    แม้ว่าทหารเหล่านี้ยังคงประกาศจุดยืนว่าต่อต้านฮุน เซน แต่แทบไม่มีสัญญาณว่าพวกเขากำลังเตรียมเปิดการรุกตอบโต้จากฝั่งประเทศไทย

    เสียงสัมภาษณ์ (ภาษาไทย)

    "ผมเกลียดฮุน เซน เพราะเขาฆ่าประชาชนชาวกัมพูชา"

    คำบรรยาย: นายดวง ศิริมาศ (Nai Duang Sirimad) พรรคฟุนซินเปก

    มีแนวโน้มว่าทหารเหล่านี้จะได้รับการส่งเสริมให้เดินทางกลับประเทศ เมื่อสถานการณ์การสู้รบสงบลง แต่จะไม่ได้รับอาวุธที่ถูกยึดคืน

    ไม่ไกลจากจุดนั้น ที่ บ้านหนองจาน ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาหลายพันคนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในที่พักชั่วคราว

    ผู้ลี้ภัยประมาณ 3,000 คน ที่ยังอยู่ในพื้นที่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ลี้ภัยราว 7,000 คน ที่อพยพเข้ามาเมื่อวันศุกร์ โดยคนส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับกัมพูชาแล้ว

    สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ทางการไทยได้จัดหาเต็นท์ให้เพียงจำนวนหนึ่ง แต่ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ยังคงพักอาศัยกลางแจ้ง

    ขณะเดียวกัน แพทย์ชาวไทยได้ให้การรักษาผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนที่ป่วยเป็นโรคหวัด มาลาเรีย และอาการท้องร่วง

    อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ผู้ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ดูเหมือนจะเลือกเฝ้าติดตามสถานการณ์และรอคอยต่อไป.

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/v/17hNHaWqFT/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A (1).mp4
      ขนาดไฟล์:
      3.8 MB
      เปิดดู:
      31
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯอยู่บนเส้นทางของการปฏิวัติ เพราะว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทรยศคนอเมริกา ด้วยการวางผลประโยชน์ของต่างชาติ อยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศตนเอง จากคำเตือนของ ทัคเคอร์ คาร์ลสัน อดีตพิธีกรคนดัง

    ระหว่างให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก ที่ออกอากาศในวันศุกร์(17ก.ค.) ผู้สัดทันกรณีรายนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของทรัมป์ กล่าวหาปะธานาธิบดีว่า "ไม่ภักดีต่อสหรัฐฯเลยแม้แต่นิด" และบอกว่า ทรัมป์ "ร่วมกับมหาอำนาจต่างชาติหนึ่งๆ โกงอเมริกา"

    "มันคือเหตุผลว่าทำไมประเทศต่างๆถึงมีเหตุลุกฮือปฏิวัติ" คาร์ลสันระบุ พร้อมบอกว่า "ผมไม่อยากเห็นการปฏิวัติ แต่เรากำลังจะมีการปฏิวัติ ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป"

    อดีตพิธีกรคนดังของฟ็อกซ์นิวส์รายนี้ เคยให้การสนับสนุนแคมเปญรณรงค์หาเสียงกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัยของทรัมป์ ในศึกเลือกตั้ง 2024 ก่อนตัดขาดกับเขาในประเด็นเห็นต่างเกี่ยวกับอิหร่าน

    คาร์ลสันชี้ว่าคนอเมริกาจำนวนมากไม่เชื่อในระบบการเมืองที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของพวกเขาอีกต่อไป รีพับลิกันไม่ทำตามคำมั่นสัญญาว่าจะรื้อถอน "รัฐพันลึก(deep state) อ้างถึงกรณีการจัดการคดีแฟ้มลับจเฟฟรีย์ เอปสตีน เป็นหลักฐานว่าผู้สนับสนุนจำนวนมากได้สูญเสียศรัทธาที่มีต่อพรรคนี้ไปแล้ว

    ทั้งนี้ คาร์ลสัน กลายมาเป็นผู้ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ต่อกรณีที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา และเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้ ทรัมป์ อย่าได้โจมตีอิหร่าน ครั้งที่ อิสราเอล เปิดศึกกับเตหะราน ในสงคราม 12 วัน เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

    ความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 หนักหน่วงขึ้น หลังสหรัฐฯเข้าร่วมกับอิสราเอล โจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย คาร์ลสัน กล่าวหา ทรัมป์ วางผลประโยชน์ของอิสราเอลอยู่เหนือผลประโยชน์ของอเมริกา

    "ทรัมป์ปล่อยให้รัฐบาลสหรัฐฯ ถูกคุมบังเหียนโดยสิ้นเชิงโดยอิสราเอล ประเทศเล็กๆในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลเสียอย่างร้ายแรงแก่เรา" คาร์ลสันกล่าวกับบลูมเบิร์ก พร้อมระบุว่าเขาเคยโต้แย้งโดยตรงคัดค้านแนวทางนี้ของทรัมป์ แต่ก็ไม่เป็นผลใดๆ "และจากนั้นเราก็ต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามกับอิหร่าน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสหรัฐฯ"

    คำสัมภาษณ์ของคาร์ลสัน มีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน หลังจาก ทรัมป์ ขู่ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและสะพานของอิหร่าน ทางอิหร่านตอบโติด้วยการปล่อยโดรนและยิงขีปนาวุธเข้าใส่ที่ตั้งของกองทัพสหรัฐฯทั่วภูมิภาค และเตือนว่าการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาคอาจต้องสะดุดลง

    ขณะเดียวกันกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ จะถูกปิดตายจนกว่าวอชิงตันจะยุติการแทรกแซงทางทหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    (ที่มา:อาร์ทีนิวส์)
    https://www.facebook.com/share/1Cb6RSfpfe/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาจะถูกถอดออกจากโครงการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าทั้ง 2 โครงการของไต้หวัน ยกเลิกมาตรการอนุญาตให้เข้าเมืองเป็นกรณีพิเศษทั้งหมด ซึ่งเคยผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการเดินทางแก่ชาวกัมพูชา ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นหลังจาก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พบปะกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และเน้นย้ำว่า กัมพูชา ยึดถือนโยบาย "จีนเดียว" ในประเด็นไต้หวัน

    นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป ผู้ถือพาสปอร์ตกัมพูชาจะไม่มีสิทธิ์อีกต่อไปในโครงการ Guanhong Project ซึ่งเป็นโครงการที่ลดข้อจำกัดด้านวีซ่าแก่กรุ๊ปทัวร์บางกลุ่มอย่างเจาะจง เช่นเดียวกับโครงการออกหนังสือรับรองการอนุญาตให้เดินทาง( Travel Authorization Certificate) ซึ่งอนุญาตให้เข้าเมืองโดยไม่ต้องใช้วีซ่าแบบมีเงื่อนไข ตามรายงานของโฟกัสนิวส์และซีเอ็นเอ เมื่อวันศุกร์(17ก.ค.)

    กัมพูชาอยู่ในโครงการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าทั้ง 2 โครงการของไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2018 และการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าใดๆในอนาคต จะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของกัมพูชาที่มีต่อไต้หวัน

    การตัดสิทธิ์กัมพูชานี้ มีขึ้นในขณะที่ไต้หวันขยายมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับพลเมืองไทย บรูไนและฟิลิปปินส์ ไปอีก 1 ปีจนถึงวันที่ 31 กรกฏาคม 2027 ส่วนพลเมืองจากอินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่าและลาว จะยังคงมีคุณสมบัติอยู่ในโครงการ Guanhong Project และ Travel Authorization Certificate ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2027

    เจ้าหน้าที่ไต้หวัน เน้นย้ำว่า "กัมพูชาล้มเหลวในการตอบแทนไมตรีจิตของไต้หวันของไต้หวัน และกลับไปกล่าวในทำนองเดียวกับจีน ในถ้อยแถลงต่างๆที่บ่อนทำลายอธิปไตยของไต้หวัน" พร้อมกล่าวหากัมพูชา "ดูเหมือนจะสนับสนุนความเป็นไปได้ที่ปักกิ่งจะใช้กำลังในการหาทางรวมชาติกับไต้หวัน"

    การตัดสินใจดังกล่าวของไต้หวัน ประจวบเหมาะกับการที่ ฮุน มาเนต เดินทางเยือนจีน ระหว่างวันที่ 15 กรกฏาคม ถึง 17 กรกฏาคม ที่ผ่านมา เพื่อร่วมประชุมสัมมนา 2026 World AI ที่เซี่ยงไฮ้

    นายกรัฐมนตรีรายนี้เน้นย้ำจุดยืนของกัมพูชาต่อ "นโยบายจีนเดียว" ที่รับรองว่า ไต้หวัน เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ของดินแดนจีน พร้อมเน้นว่า กัมพูชา คัดค้านความพยายามใดๆในการแทรกแซงกิจการภายในของจีน อ้างว่าประเด็นทางภูมิศาสตร์ต่างๆนานา ในเรื่องเกี่ยวกับฮ่องกง, ไต้หวัน, ซินเจียงและซีจ้าง เป็นกิจการภายในของจีนล้วนๆ

    ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว สื่อมวลชนแห่งรัฐของจีน ทางประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเดินหน้าความเป็นมิตรที่เข้มแข็งระหว่างจีนกับกัมพูชา ระหว่างที่เขาพบปะกับนายกรัฐมตรีฮุน มาเนต

    ส่วน ฮุน มาเนต แสดงความขอบคุณรู้สำนึกจีน สำหรับการสนับสนุนและช่วยเหลือการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของกัมพูชา "อย่างไม่เห็นแก่ตัว" โดยจีน ตลอดหลายปีที่่ผ่านมา พร้อมรับปากทำงานร่วมกับจีน ในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง เพิ่มการค้าทวิภาคี สานต่อความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับความเข้มแข็งในการต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม

    (ที่มา:พนมเปญโพสต์)

    https://www.facebook.com/share/p/1R32tfspAY/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมัน Brent ปิด 88.10 ดอลลาร์ ไทยต้องคิดใหม่เรื่องต้นทุนพลังงานครึ่งปีหลัง

    ข่าวน้ำมันรอบนี้สำคัญกับไทยมากกว่าที่ตัวเลขหน้าจออาจบอก เพราะเมื่อ Brent ปิดที่ 88.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ หลังขึ้นรวมกันประมาณ 16% ในสัปดาห์เดียว นี่ไม่ใช่แค่ราคาพลังงานเด้งตามข่าวสงคราม แต่เป็นการเตือนว่าครึ่งหลังของปี 2026 อาจไม่ใช่ช่วงที่ไทยได้หายใจโล่งเรื่องค่าครองชีพอย่างที่หลายคนหวัง

    Wall Street Journal รายงานว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานใกล้เส้นทางส่งออกและความเสี่ยงต่อ Hormuz ทำให้น้ำมันพุ่งขึ้นแรง ตลาดไม่ได้กลัวแค่การปิดเส้นทางแบบเต็มรูปแบบ แต่กลัวว่าการขนส่งจะสะดุดนานพอให้ต้นทุนประกัน ค่าระวาง และราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสูงขึ้นด้วย นี่คือเหตุผลที่แม้น้ำมันยังไม่แตะ 100 ดอลลาร์ ตลาดก็เริ่มกังวลเรื่องผลกระทบต่อเงินเฟ้อแล้ว

    สำหรับไทย ผลกระทบจะมาเป็นชั้น ๆ ชั้นแรกคือต้นทุนนำเข้าน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้น ชั้นที่สองคือค่าขนส่งและต้นทุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับปิโตรเคมี โลจิสติกส์ และการผลิต ชั้นที่สามคือแรงกดดันต่อกำลังซื้อประชาชน เพราะเมื่อพลังงานแพง ธุรกิจจำนวนมากจะพยายามส่งต่อต้นทุนไปยังราคาสินค้า แม้จะส่งต่อได้ไม่เต็มที่ก็ตาม สุดท้ายภาคครัวเรือนจะเป็นคนรับภาระอยู่ดี

    ประเด็นที่น่าห่วงคือไทยกำลังอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศไม่ได้แข็งแรงพอจะรับต้นทุนพลังงานสูงได้นาน ๆ ถ้าราคาน้ำมันทรงสูงต่อไป ความหวังที่ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายก็อาจยิ่งยากขึ้น และสำหรับไทยเอง พื้นที่นโยบายที่จะใช้ประคองเศรษฐกิจก็ไม่กว้างมากอยู่แล้ว ดังนั้นน้ำมันแพงจึงไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศ แต่มันคือแรงเสียดทานที่ทำให้ทุกอย่างฟื้นช้าลง

    ในมุมอสังหาและการลงทุน น้ำมันที่แพงขึ้นยังไปกดต้นทุนวัสดุก่อสร้าง การเดินทาง และความเชื่อมั่นผู้ซื้อบ้านด้วย ถ้าผู้บริโภครู้สึกว่าค่าใช้จ่ายประจำเดือนสูงขึ้น เขาจะยิ่งระวังการก่อหนี้ระยะยาว ข่าวน้ำมันจึงโยงกลับไปถึงตลาดบ้าน คอนโด และการตัดสินใจลงทุนของธุรกิจได้อย่างเงียบแต่ลึก

    ถ้ามองแบบนักลงทุน น้ำมันที่ขึ้นแรงรอบนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าหุ้นพลังงานอาจดีขึ้นช่วงสั้น แต่มันกำลังบอกว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ยังไม่ตาย และโลกยังอยู่ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์สามารถดันต้นทุนเศรษฐกิจได้เร็วมากกว่าเครื่องมือแก้นโยบายจะตามทัน

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    จากข้อมูลของ WSJ จุดที่สำคัญไม่ใช่ตัวเลข Brent 88.10 ดอลลาร์เพียงอย่างเดียว แต่คือการขึ้น 16% ในสัปดาห์เดียวซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังรีบใส่ risk premium ใหม่เข้าไปแล้ว ถ้าความขัดแย้งยังลากยาว ราคาน้ำมันอาจไม่จำเป็นต้องพุ่งแบบวิกฤตปีเก่า ๆ ก็ยังพอสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นและเงินเฟ้อได้มากพออยู่ดี

    สำหรับไทย ข่าวน้ำมันจึงไม่ใช่เรื่องของนักเก็งกำไรพลังงานเท่านั้น แต่มันคือสัญญาณว่าต้นทุนครึ่งปีหลังอาจไม่ใจดีกับเศรษฐกิจอย่างที่หลายคนหวังอีกแล้ว

    #น้ำมันโลก #Brent #WTI #เศรษฐกิจไทย #เงินเฟ้อ #ต้นทุนพลังงาน #KimPropertyLive
    https://www.facebook.com/share/19VqTMhchw/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,549
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ขนส่งฯบังคับรถดัมพ์ติดสัญญาณเตือน 1 ต.ค. โลจิสติกส์ต้องปลอดภัยขึ้น

    รถดัมพ์และรถบรรทุกยกเทกำลังมีกติกาใหม่ เพราะกรมการขนส่งทางบกจะบังคับให้ติดตั้งระบบเตือนทั้งแสงและเสียง เริ่มกับรถจดทะเบียนใหม่ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569

    ข่าวนี้อาจดูเป็นเรื่องเทคนิคของรถบรรทุก แต่ในมุมเศรษฐกิจจริง มันเกี่ยวกับทั้งโลจิสติกส์ งานก่อสร้าง ผู้รับเหมา โรงงาน และความปลอดภัยบนถนน เพราะรถบรรทุกยกเทเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของงานขนดิน ขนวัสดุ และงานโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก

    สาระของประกาศคือ รถบรรทุกยกเท รวมถึงรถลากจูง รถพ่วง และรถกึ่งพ่วงที่มีตัวถังแบบยกเทได้ ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือน “กระบะยกดัมพ์” โดยมีทั้งสัญญาณเสียงและสัญญาณแสงสีแดงหรือสีเหลืองอำพันในห้องผู้ขับรถ เพื่อให้คนขับรู้ทันทีเมื่อกระบะบรรทุกยกตัวขึ้น

    เหตุผลเบื้องหลังมาจากความเสี่ยงที่รถดัมพ์ยกกระบะขึ้นขณะขับขี่โดยที่คนขับไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเกิดจากลืมลดกระบะลงให้สนิท หรือลืมปลดเกียร์ฝาก หรือ Power Take-Off ก่อนออกรถ เหตุการณ์แบบนี้เมื่อเกิดขึ้นบนถนนจริง อาจกระทบป้าย สะพาน สายไฟ โครงสร้างข้างทาง และผู้ใช้ถนนคนอื่นอย่างรุนแรง

    ไทม์ไลน์บังคับใช้แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรก รถจดทะเบียนใหม่ รวมถึงรถที่เคยจดทะเบียนแล้วนำมาจดทะเบียนใหม่ จะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ระยะที่สอง รถที่จดทะเบียนไว้ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2570 และระยะที่สามจะครอบคลุมรถบรรทุกยกเททั้งหมดในประเทศไทยภายใน 1 มกราคม 2571

    ผมมองว่า กติกาแบบนี้เป็นต้นทุนเพิ่มในระยะสั้น แต่เป็นต้นทุนที่ควรเข้าใจว่าอยู่ฝั่งลดความเสี่ยง ไม่ใช่ต้นทุนสิ้นเปลืองอย่างเดียว ผู้ประกอบการขนส่งหรือรับเหมาที่มีรถประเภทนี้ต้องวางแผนติดตั้งล่วงหน้า เพราะถ้ารอใกล้เส้นตาย อาจเจอทั้งคิวอุปกรณ์ ค่าติดตั้ง และการนำรถออกจากงานพร้อมกันหลายคัน

    สำหรับธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เรื่องนี้มีผลทางอ้อมมากกว่าที่คิด งานก่อสร้างต้องพึ่งรถขนวัสดุจำนวนมาก ถ้าผู้รับเหมาช่วงหรือขนส่งไม่พร้อมตามกติกาใหม่ การจัดคิวรถ การส่งวัสดุ หรือการบริหารไซต์งานอาจต้องปรับ โดยเฉพาะโครงการที่มีรถบรรทุกเข้าออกถี่ เช่น งานถมดิน งานถนน งานคลังสินค้า งานนิคม และงานโครงสร้างพื้นฐาน

    อีกมุมหนึ่ง กติกานี้ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถแข่งขัน ใครมีระบบรถพร้อม คนขับเข้าใจ และดูแลเอกสารได้ครบ จะคุยกับลูกค้าองค์กรหรือโครงการขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ดูแค่ราคาขนส่ง แต่ดูความเสี่ยงต่อชื่อเสียง กฎหมาย และความต่อเนื่องของงานด้วย

    คนที่ลงทุนในที่ดินหรือโครงการที่ต้องใช้รถบรรทุกจำนวนมากควรอ่านข่าวนี้เป็นสัญญาณว่า โลจิสติกส์ไทยกำลังถูกยกมาตรฐานทีละชั้น จากเดิมที่หลายคนมองแค่ต้นทุนต่อตันหรือต่อเที่ยว ต่อไปต้องดูด้วยว่าผู้ให้บริการทำตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎใหม่ได้หรือไม่

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้

    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ ภาครัฐกำลังเปลี่ยนปัญหาอุบัติเหตุที่เคยเกิดจากความผิดพลาดของคน ให้กลายเป็นโจทย์ระบบเตือนในตัวรถมากขึ้น นี่เป็นแนวทางที่ดี เพราะงานขนส่งและก่อสร้างมีความเสี่ยงสูงโดยธรรมชาติ การมีอุปกรณ์เตือนช่วยลดโอกาสที่ความผิดพลาดเล็ก ๆ จะกลายเป็นความเสียหายใหญ่

    ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องรถดัมพ์ต้องติดอุปกรณ์เพิ่ม แต่เป็นบทเรียนว่า เมื่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ขึ้น ห่วงโซ่ที่อยู่เบื้องหลังต้องโตขึ้นด้วย ทั้งมาตรฐานรถ คนขับ ผู้รับเหมา และการบริหารความปลอดภัย เพราะเมืองที่ลงทุนได้ดีต้องเป็นเมืองที่ก่อสร้างและขนส่งได้อย่างไว้ใจได้

    #รถดัมพ์ #กรมการขนส่งทางบก #โลจิสติกส์ไทย #ก่อสร้างไทย #อสังหาไทย #ความปลอดภัยทางถนน
    https://www.facebook.com/share/p/18tWXUUkKs/
     

แชร์หน้านี้

Loading...