ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]

    Bank of England
    คงดอกเบี้ย 3.75%
    ไม่ขึ้นดอกตาม FED
    แต่กรรมการเสียงแตก 6 ต่อ 3


    ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้คง Bank Rate ไว้ที่ 3.75% ขณะที่กรรมการ 3 คนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังไม่จบ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่สูงและผันผวน

    ประเด็นสำคัญคือ BoE มองว่า แม้ขณะนี้ยังมีหลักฐานไม่มากว่า Energy Shock กำลังลามไปสู่การขึ้นค่าจ้างและราคาสินค้าในวงกว้าง หรือที่เรียกว่า Second-round Effects แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น หากราคาพลังงานอยู่สูงเป็นเวลานาน

    ข้อมูลล่าสุดของ BoE ระบุเงินเฟ้ออังกฤษอยู่ที่ 3.1% เทียบกับเป้าหมาย 2% ขณะที่ Bank Rate อยู่ที่ 3.75%

    อีกเรื่องใหญ่คือ MPC มีมติเป็นเอกฉันท์เดินหน้าลดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษที่ถือไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านนโยบายการเงินลงสู่ ศูนย์ ผ่านแผนหลายปี โดยภาพที่ Bloomberg รายงานระบุว่าจะลดเฉลี่ยประมาณ £46 billion ต่อปีจนถึงสิ้นปี 2034 รวมการขายพันธบัตรประมาณ £20 billion ต่อปีและปล่อยพันธบัตรที่ครบอายุออกจากงบดุล

    https://www.facebook.com/share/1MAFRHT3uu/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “มาตรการคว่ำบาตรสุดโหด” ที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายอเมริกาเอง เหตุใดกฎหมายต่อต้านรัสเซียของเกรแฮมอาจสะท้อนกลับไปยังผู้ริเริ่ม?

    ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆเกิดขึ้นในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร และก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริงๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม เหล่าสมาชิกสภาสายเหยี่ยวจากทั้งสองพรรค ซึ่งไม่ต้องการที่จแพ้เพื่อนร่วมงานในวุฒิสภา ก็ยังคงลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่เรียกกันว่ามาตรการคว่ำบาตรสุดโหดของลินด์ซีย์ เกรแฮม*

    ทั้งนี้สิ่งที่พวกเขาลงมติผ่านคือฉบับที่ลดทอนมาตรการลงแล้ว ฉบับแรกเริ่มซึ่งเสนอเมื่อเดือนเมษายน 2025 โดยเกรแฮม สมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งขณะนั้นยังมีชีวิตอยู่ ร่วมกับริชาร์ด บลูเมนธาล สมาชิกพรรคเดโมแครต เปิดทางให้เก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 500% ทั้งกับสินค้าของรัสเซียและสินค้านำเข้าจากประเทศที่ยังคงซื้อพลังงานจากรัสเซียต่อไป แต่หลังจากการเจรจากับทำเนียบขาว อัตราภาษีนำเข้ารองถูกลดลงเหลือ 100% และรายชื่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ที่สุดก็ถูกจำกัดให้เหลือเพียงห้าประเทศ

    ผลการลงมติ 262 ต่อ 159 (เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ) บอกอะไรได้มากมายในตัวเอง สะท้อนให้เห็นความแตกแยกลึกซึ้งต่อแนวนโยบายสองพรรคของฝ่ายเหยี่ยว ทั้งจากฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายที่ไม่เห็นด้วย ผู้ที่ลงมติเห็นชอบมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 203 คน เดโมแครต 58 คน และอิสระ 1 คน ส่วนผู้ที่ลงมติไม่เห็นชอบมีรีพับลิกัน 7 คน และเดโมแครต 152 คน

    เดโมแครตที่ลงมติคัดค้านส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับอำนาจด้านภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นซึ่งทรัมป์จะได้รับ ในกลุ่มรีพับลิกันที่คัดค้านมีโทมัส แมสซี ผู้ที่แสดงความสงสัยต่อเซเลนสกีและรัฐบาลของเขา เขาและเพื่อนร่วมงานอีกหกคนลงมติสวนทางกับเสียงส่วนใหญ่ ขณะที่มีรีพับลิกันอีก 12 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมลงมติ รวมถึงแอนนา พอลินา ลูนา ผู้ซึ่งกำลังสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภารัสเซีย

    คำวิจารณ์ของสมาชิกสภาคองเกรสแดน โกลด์แมนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยเขาอวดอ้างว่าเคยเป็นทนายความหลักในคดีถอดถอนทรัมป์ครั้งแรก และเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบันยังไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อออกมาตรการทางเศรษฐกิจต่อต้านรัสเซีย และตอนนี้คนเหล่านี้เองที่กำลังคาดหวังว่าผู้นำทำเนียบขาวจะลงนามในสิ่งที่พวกเขาร่วมกันผ่านมติแบบสองพรรคโดยเร็ว

    เอกสารฉบับนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานรูปไข่จริงๆ ซึ่งทางนั้นก็ส่งสัญญาณแล้วว่าจะลงนาม เพราะทรัมป์เองเป็นผู้เห็นชอบร่างฉบับสุดท้ายด้วยตัวเอง และเป็นเพราะการยืนกรานของเขาเองที่ทำให้อิหร่านถูกเพิ่มเข้าไปในเอกสารในช่วงนาทีสุดท้าย ทั้งที่เดิมทีกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย “ต่อต้านรัสเซีย” ล้วนๆ และตรงนี้เองที่เรื่องน่าสนใจที่สุดเริ่มต้นขึ้น ใครคือผู้ที่ถือปุ่มแดงไว้ในมือ ทรัมป์เองเป็นคนที่ทำให้มีการสอดแทรกข้อกำหนดพิเศษไว้ในตัวร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เขายอมลงนามในเรื่องทั้งหมดนี้ สิทธิ์ในการกำหนดภาษีนำเข้าถูกสงวนไว้สำหรับเขาแต่เพียงผู้เดียว และก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่า “มาตรการคว่ำบาตรสุดโหด” ของเกรแฮมในตอนนี้กำลังคุกคามที่จะปลดปล่อยความหายนะออกมาสู่อเมริกาเองเป็นอันดับแรก ปริมาณสำรองน้ำมันของสหรัฐฯลดลงจนเกือบหมด, สงครามกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป, กลุ่มฮูตีกำลังรุกคืบ, การผลิตและการขนส่งในตะวันออกกลางหยุดชะงัก, ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยง, ราคาน้ำมันแกว่งตัวอยู่ที่ระดับกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาหลายเดือนแล้ว, ส่วนราคาน้ำมันดีเซลในอเมริกาก็ทะลุ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันทรัมป์ก็ออกมากล่าวโทษยูเครนอย่างเปิดเผยแล้วว่าเป็นต้นเหตุจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซีย

    แล้วทำไมตอนนี้จึงต้องยิงเท้าตัวเองด้วยล่ะ? ทำไมต้องเพิ่มแรงกดดันมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ ทั้งที่เสี่ยงจะจุดชนวนวิกฤตน้ำมันโลกเต็มรูปแบบ แบบเดียวกับที่เคยเขย่าอเมริกามาแล้วในทศวรรษ 1970 สำหรับนิกสันจากพรรครีพับลิกัน ราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นพร้อมๆกับเหตุการณ์วอเตอร์เกตที่ทำให้เขาต้องพ้นจากเวทีการเมืองไป ส่วนคาร์เตอร์จากพรรคเดโมแครตก็เกิดขึ้นพร้อมกับความพ่ายแพ้ยับเยินให้แก่เรแกน ซึ่งทรัมป์เองก็เปรียบเทียบตัวเองกับเรแกนอยู่พอดี

    ใช่ การที่ทรัมป์ต้องลงนามใน “กฎหมายเกรแฮม” เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และรัฐบาลจะต้องออกมาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ภายในไม่เกิน 30 วัน ซึ่งเป็นข้อกำหนดโดยตรง อีกทางหนึ่งคือการระงับมาตรการที่บังคับใช้ไปแล้ว โดยอ้างว่าขัดต่อความมั่นคงแห่งชาติ และระยะเวลาของการระงับดังกล่าวนี้เองที่ไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย

    * ถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงโดยหน่วยงานติดตามทางการเงินของรัสเซีย (Rosfinmonitoring)

    17/09/2026

    #ZFrontier #USA #Russia #Sanctions #LindseyGraham #Trump #Congress #Oil #Iran #Ukraine

    https://www.facebook.com/share/p/1Ewc1Dmay1/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รายได้ครัวเรือนอเมริกันพุ่งทำสถิติสูงสุด — อัตราความยากจนลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025
    สถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนอเมริกันโดยรวมปรับตัวดีขึ้นในปี 2025 เมื่อรายได้ครัวเรือนระดับกลางของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราความยากจนอย่างเป็นทางการลดลงแตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล
    ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ (U.S. Census Bureau) ระบุว่า รายได้ครัวเรือนมัธยฐานที่ปรับผลของเงินเฟ้อแล้ว หรือ real median household income อยู่ที่ 87,460 ดอลลาร์ต่อปีในปี 2025 เพิ่มขึ้น 2.6% จาก 85,210 ดอลลาร์ในปี 2024 และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลชุดนี้ในปี 1967
    คำว่า “มัธยฐาน” หมายความว่า ครึ่งหนึ่งของครัวเรือนอเมริกันมีรายได้มากกว่า 87,460 ดอลลาร์ต่อปี และอีกครึ่งหนึ่งมีรายได้น้อยกว่าตัวเลขดังกล่าว จึงต่างจาก “รายได้เฉลี่ย” ซึ่งอาจถูกดึงให้สูงขึ้นจากครัวเรือนที่มีรายได้สูงมาก

    หลังหักภาษี รายได้ครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
    เมื่อพิจารณารายได้หลังหักภาษีและรวมผลของเครดิตภาษี รายได้ครัวเรือนมัธยฐานเพิ่มขึ้น 3.1% จาก 73,760 ดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 76,060 ดอลลาร์ในปี 2025
    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขหลังภาษียังไม่ใช่สถิติสูงสุด เพราะยังต่ำกว่าบางช่วงในปี 2020–2021 ซึ่งครัวเรือนจำนวนมากได้รับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและเครดิตต่างๆ ในช่วงการระบาดของโควิด-19

    ความยากจนลดเหลือ 10.2% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
    ข่าวดีอีกด้านคือ อัตราความยากจนอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ ลดจากปีก่อน 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 10.2% ในปี 2025 หรือคิดเป็นประชากรประมาณ 34.5 ล้านคน ที่ยังอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
    สำหรับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่ 2 คนและเด็ก 2 คน เกณฑ์ความยากจนในปี 2025 อยู่ประมาณ 32,970 ดอลลาร์ต่อปี ตามเกณฑ์เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ Census Bureau
    สถานการณ์ของเด็กก็ดีขึ้น โดยอัตราความยากจนในเด็กลดลงเหลือ 13.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราความยากจนของประชากรเชื้อสาย Hispanic ลดลงเหลือ 13.9% ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดเช่นกัน

    แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอเมริกันทุกกลุ่มร่ำรวยขึ้นเท่ากัน
    แม้ตัวเลขภาพรวมจะดีขึ้น แต่ข้อมูลของ Census Bureau แสดงให้เห็นว่าผลประโยชน์ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกัน
    รายได้ของครัวเรือนในกลุ่มบนหรือระดับ 90th percentile เพิ่มขึ้น 1.7% ในปี 2025 ขณะที่รายได้ของกลุ่มล่างระดับ 10th percentile ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากปี 2024
    เมื่อมองในระยะยาว ช่องว่างยังเห็นได้ชัดขึ้น นับตั้งแต่ปี 1967 ถึง 2025 รายได้จริงของครัวเรือนระดับล่างและระดับกลางเพิ่มขึ้นประมาณ 56% ขณะที่รายได้ของกลุ่มระดับ 90th percentile เพิ่มขึ้นประมาณ 121%

    ในที่สุดก็แซงระดับก่อนโควิด
    อีกประเด็นสำคัญคือ รายได้ครัวเรือนมัธยฐานที่ปรับเงินเฟ้อแล้วในปี 2025 สามารถแซงระดับก่อนเกิดโควิดได้อย่างชัดเจนเสียที
    ปี 2019 ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดการระบาด เคยทำสถิติอยู่ที่ประมาณ 85,320 ดอลลาร์ ขณะที่ปี 2025 เพิ่มเป็น 87,460 ดอลลาร์
    อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกันแล้ว รายได้จริงของครัวเรือนทั่วไปเพิ่มขึ้นจากปี 2019 เพียงประมาณ 2.5% ในช่วง 6 ปี จึงสะท้อนว่า แม้จะทำสถิติใหม่ แต่การเติบโตของกำลังซื้อในระยะยาวไม่ได้หวือหวาอย่างที่ตัวเลขพาดหัวอาจทำให้รู้สึก

    ชาวอเมริกันที่ไม่มีประกันสุขภาพยังมีเกือบ 27 ล้านคน
    รายงานยังพบว่า ในปี 2025 มีประชากรประมาณ 26.7 ล้านคน หรือ 7.9% ของประชากรสหรัฐฯ ที่ไม่มีประกันสุขภาพตลอดทั้งปี ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2024
    ขณะเดียวกัน สัดส่วนผู้ใหญ่ช่วงอายุ 19–64 ปีที่ได้รับ Medicaid ลดลง 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน

    อีกมาตรวัดหนึ่งให้ภาพที่ต่างออกไป
    Census Bureau ยังมีมาตรวัดความยากจนอีกประเภทเรียกว่า Supplemental Poverty Measure (SPM) ซึ่งนำสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล ภาษี ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการทำงาน และค่าครองชีพด้านที่อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่เข้ามาคำนวณด้วย
    เมื่อใช้วิธีนี้ อัตราความยากจนในปี 2025 อยู่ที่ 13.1% และไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2024
    ดังนั้นภาพรวมของปี 2025 คือ รายได้ครัวเรือนมัธยฐานของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ และอัตราความยากจนอย่างเป็นทางการลดลงเหลือระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่ได้เกิดขึ้นเท่าเทียมกันในทุกระดับ และหากเทียบกับก่อนโควิด กำลังซื้อของครัวเรือนระดับกลางเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
    9/17/26
    Source: NY Post

    https://www.facebook.com/share/p/1EoE5AKHTW/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมืองหลวงประเทศสมาชิกอียูตั้งรับไม่ทันหลังฟอน เดอร์ ไลเอิน เสนอ “สมาชิกสมทบ” ให้แคนาดา (https://www.facebook.com/share/p/1QH8BYNLs9/)

    นักการทูตอียูระบุว่ายังไม่มีรูปแบบสมาชิกภาพรองรับข้อเสนอที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้แคนาดา

    เมืองหลวงของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปต่างตั้งรับไม่ทันต่อคำกล่าวของฟอน เดอร์ ไลเอิน เกี่ยวกับการเปิดทางให้แคนาดาเข้าเป็น “สมาชิกสมทบ” ของอียู

    ตามคำกล่าวของนักการทูต รัฐบาลของประเทศสมาชิกไม่ได้หารือหรือตกลงแนวคิดเรื่องการให้แคนาดาเข้ามามีสถานะในสหภาพไว้ล่วงหน้า อีกทั้งอียูยังไม่มีรูปแบบสมาชิกภาพลักษณะดังกล่าวที่จัดเตรียมไว้แล้ว นักการทูตคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าข้อเสนอนี้หมายถึงอะไร ขณะที่อีกคนกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศสมาชิกอียูน่าจะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงใดๆที่มากไปกว่าข้อตกลงการค้าที่ขยายขอบเขต

    นักการทูตยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น กฎของแคนาดาเกี่ยวกับการสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ, การแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็ก, ภาษีรถยนต์จากยุโรป, ข้อจำกัดด้านการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, และความแตกต่างด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)

    นักการทูตระบุว่า หากจะให้มีสถานะสมาชิกสมทบอย่างแท้จริง อาจจำเป็นต้องแก้ไขสนธิสัญญาพื้นฐานของอียู ซึ่งในขณะนี้แทบเป็นไปไม่ได้

    17/09/2026

    #ZFrontier #EuropeanUnion #Canada #UrsulaVonDerLeyen #MarkCarney #EU #TradeAgreement #GMO

    https://www.facebook.com/share/p/1MRSDY1g3U/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านสั่งให้นักการทูตสวีเดนรายหนึ่งเดินทางออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน หลังสวีเดนดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อนักการทูตอิหร่านก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุ

    ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน สวีเดนสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านรายหนึ่งเดินทางออกจากประเทศ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมีกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ท่ามกลางข้อกล่าวหาของรัฐบาลสวีเดนว่าอิหร่านดำเนินกิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง รวมถึงใช้เครือข่ายอาชญากรรมเป็นตัวแทนในการดำเนินการต่อฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ตลอดจนเป้าหมายของชาวยิวและอิสราเอลในสวีเดน


    https://www.facebook.com/share/p/14oq9hDeZFZ/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ราโดสลาฟ ซิโครสกี" (Radosław Sikorski) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศโปแลนด์ กำลังข่มขู่รัสเซีย ด้วยคำพูดอวดอ้างว่า โปแลนด์ใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) ทำให้ตอนนี้มี รถถังและกองพลน้อยที่พร้อมรบ มากกว่าเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษรวมกัน

    https://www.facebook.com/share/p/1HzFTbr3op/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 1.11 ล้านล้านเยนเดือนที่ 4 นำเข้าพุ่ง 28% เพราะน้ำมันแพง

    ญี่ปุ่นส่งออกโตเกือบ 20% แต่ยังขาดดุลการค้า 1.11 ล้านล้านเยน เพราะบิลนำเข้า โดยเฉพาะน้ำมัน วิ่งเร็วกว่ารายได้จากต่างประเทศ

    ข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า เดือนสิงหาคมมีมูลค่าส่งออก 10.048 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน ขณะที่นำเข้าพุ่ง 28% สู่ 11.154 ล้านล้านเยน ทำให้ขาดดุล 1.106 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.11 ล้านล้านเยน และเป็นการขาดดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่สี่

    ภาพนี้น่าสนใจเพราะภาคส่งออกไม่ได้อ่อน สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ และเครื่องจักรช่วยดันยอดขายต่างประเทศ โดยมูลค่าส่งออกไปสหรัฐเพิ่ม 24.9% ส่วนส่งออกไปสหภาพยุโรปเพิ่ม 11% แต่แรงจากฝั่งนำเข้าใหญ่กว่า การนำเข้าจากสหรัฐเพิ่ม 55.2% และจาก EU เพิ่ม 20.4% จึงทำให้รายได้ส่งออกที่แข็งยังปิดช่องว่างไม่ทัน

    ตัวขับสำคัญอยู่ที่พลังงาน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องพึ่งน้ำมันนำเข้าเกือบทั้งหมด และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงจากสงครามอิหร่าน ข้อมูลทางการชี้ว่ามูลค่านำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมเพิ่ม 58.7% ทั้งที่ปริมาณเพิ่มเพียง 3.6% ขณะที่มูลค่านำเข้าเชื้อเพลิงแร่ทั้งหมดเพิ่ม 38.4% นี่จึงเป็นปัญหา “ราคาต่อหน่วย” มากกว่าการซื้อปริมาณเพิ่มอย่างรุนแรง

    ความต่างนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะญี่ปุ่นอาจมีโรงงานส่งออกแข็งและขายสินค้าเทคโนโลยีได้มากขึ้น แต่ทุกบาร์เรลที่แพงขึ้นกลับดูดรายได้ออกนอกประเทศ เมื่อบิลพลังงานสูง ต้นทุนไฟฟ้า ขนส่ง และการผลิตย่อมถูกกดดัน บริษัทต้องเลือกระหว่างลดกำไรกับส่งต่อราคาไปยังผู้บริโภค ซึ่งทั้งสองทางมีผลต่อกำลังซื้อและการลงทุน

    อีกตัวแปรคือเงินเยน หากเยนอ่อน ราคาน้ำมันที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ยิ่งแพงเมื่อแปลงเป็นเงินท้องถิ่น ค่าเงินจึงทำหน้าที่เหมือนตัวขยายแรงกระแทกจากพลังงาน ในทางกลับกัน เยนอ่อนช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้ต่างประเทศเมื่อผู้ส่งออกแปลงกลับมา แต่ตัวเลขขาดดุลรอบนี้แสดงว่าแรงช่วยฝั่งส่งออกยังไม่พอชนะบิลนำเข้า

    โจทย์จึงย้อนกลับไปที่นโยบายดอกเบี้ยของญี่ปุ่น ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจช่วยพยุงเงินเยนและลดต้นทุนนำเข้า แต่ก็เพิ่มต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ ครัวเรือน และรัฐบาล ข้อมูลการค้าชุดนี้ไม่ได้ตัดสินว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องเลือกทางใด ทว่ามันเพิ่มน้ำหนักให้ปัญหาเงินเฟ้อจากภายนอกในวันที่ประเทศกำลังชั่งระหว่างค่าเงินกับการเติบโต

    สำหรับไทย สิ่งที่ควรอ่านต่อไม่ใช่เพียงยอดขาดดุลญี่ปุ่น แต่คือการเปลี่ยนเส้นทางพลังงานและต้นทุนของผู้ผลิตเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นทั้งตลาดส่งออก นักลงทุนรายใหญ่ และฐานของห่วงโซ่รถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ หากบริษัทญี่ปุ่นเผชิญพลังงานแพงนาน การตัดสินใจเรื่องราคา การผลิต และการลงทุนในภูมิภาคย่อมถูกทบทวน

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้

    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ การส่งออกโต 19.3% ไม่ได้แปลว่าดุลการค้าจะแข็งแรง เมื่อราคาพลังงานเพิ่มเร็วกว่าปริมาณนำเข้าอย่างชัดเจน จุดเสี่ยงของญี่ปุ่นจึงอยู่ที่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ทั้งสงคราม เส้นทางเรือ ราคาน้ำมัน และค่าเงิน มากกว่าความสามารถขายสินค้าของโรงงานเพียงอย่างเดียว

    ญี่ปุ่นกำลังพิสูจน์ว่า ประเทศส่งออกเก่งก็แพ้บิลพลังงานได้ เมื่อเชื้อเพลิงแพงกว่ารายได้ที่โรงงานหาเพิ่ม เงินเยน ดอกเบี้ย และกำลังซื้อจะถูกดึงเข้าสู่โจทย์เดียวกัน และคำตอบของญี่ปุ่นจะสะเทือนไปถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั่วเอเชีย

    #KimPropertyLive #ญี่ปุ่น #ดุลการค้า #ราคาน้ำมัน #เงินเยน #เศรษฐกิจเอเชีย #พลังงาน

    https://www.facebook.com/share/1ENc5k6Hc3/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ปรัก สุคน” เผยเจรจา UNCLOS ลากยาวอีก 6 รอบ หวังกลไกช่วยเคลียร์ปมเขตแดนทางทะเล
    .
    .
    MGR Online - ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเทศว่า กัมพูชาและไทยจะดำเนินการหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันผ่านกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) อีก 6 ครั้ง โดยการประชุมรอบที่ 2 มีกำหนดจัดขึ้นเดือนหน้า ณ กรุงเฮก
    .
    การประชุมครั้งแรกที่สิงคโปร์เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 16 กันยายน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหารือในประเด็นต่างๆ ที่นำเสนอและจะจัดการประชุมต่อเนื่องต่อไป
    .
    ปรัก สุคน กล่าวว่าการประชุมครั้งถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และคาดว่าจะใช้เวลาหารือรวม 4 วันครึ่ง
    .
    การประชุมครั้งที่ 3 มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ตามด้วยครั้งที่ 4 ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมหรือเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนการประชุมครั้งที่ 5 มีแผนจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่ของกัมพูชา ขณะที่การประชุมครั้งถัดไปกำหนดไว้ในเดือนพฤษภาคมและเดือนกรกฎาคม
    .
    รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชากล่าวว่าจะมีการระบุวันและสถานที่จัดการประชุมในภายหลัง พร้อมทั้งเสริมว่ากัมพูชาจะดำเนินการเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ต่อไป
    .
    ปรัก สุคน ระบุว่ากระบวนการประนอมนี้ที่กัมพูชาริเริ่ม มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกใหม่ทดแทนกลไกเดิมในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้บันทึกความเข้าใจปี 2544 (MoU44) ที่ไทยได้ยกเลิกไปเมื่อเดือนพฤษภาคม
    .
    “ทั้งสองประเทศตกอยู่ในสถานะที่ไม่มีกลไกสำหรับแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลด้วยสันติวิธีและทางกฎหมาย ความพยายามไกล่เกลี่ยครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับสองประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการไกล่เกลี่ยระดับนานาชาติให้คำแนะนำและดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ” ปรัก สุคน กล่าวอ้าง
    .
    รายงานระบุว่ากัมพูชาคาดหวังผลลัพธ์ 3 ข้อ จากกลไกการประนอมนี้ ที่ประกอบด้วย ทางเลือกที่ 1 คือการจัดทำสนธิสัญญาเพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลอย่างครอบคลุมภายใต้ UNCLOS ทางเลือกที่ 2 คือการบรรลุข้อตกลงเพื่อพัฒนาร่วมกันและแบ่งปันทรัพยากรใต้ทะเลอย่างเป็นธรรม หากไม่สามารถตกลงเรื่องเขตแดนได้ และทางเลือกที่ 3 คือการเสนอมาตรการทางเลือกอื่น หากสองทางเลือกแรกไม่ประสบสำเร็จ
    .
    สำหรับการจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะเพื่อการเจรจาในอนาคต ปรัก สุคน กล่าวว่าทั้งสองประเทศตั้งใจจะนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นไปใช้เพื่อหาทางออกที่ยุติธรรมและสอดคล้องกับพันธกรณีฐานะรัฐภาคีของ UNCLOS
    .
    เขาระบุว่ากัมพูชามุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลและพัฒนาทรัพยากรพลังงานเพื่อประโยชน์ร่วมกันของสองฝ่าย
    .
    ปรัก สุคน กล่าวว่าเขาเชื่อมั่นว่ากฎหมายระหว่างประเทศเป็นหนทางสู่การแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และกัมพูชาพร้อมที่จะดำเนินการไกล่เกลี่ยด้วยความมั่นใจและความร่วมมือ.

    https://www.facebook.com/share/1Lu6LpuBGz/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยอดสร้างบ้านและใบอนุญาตก่อสร้างสหรัฐฯ ร่วงหนักในเดือนสิงหาคม ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่โควิด

    ตัวเลขตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด โดยยอดเริ่มก่อสร้างบ้านและใบอนุญาตก่อสร้างต่างลดลงจากเดือนก่อน ทั้งที่ตลาดคาดว่ายอดเริ่มก่อสร้างบ้านจะฟื้นตัวหลังจากร่วงลงอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม

    - ยอดเริ่มก่อสร้างบ้าน (Housing Starts) ลดลง 2.6% จากเดือนก่อน ขณะที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.7%
    - ใบอนุญาตก่อสร้าง (Building Permits) ลดลง 2.7% จากเดือนก่อน ขณะที่ตลาดคาดว่าจะลดลงเพียง 1.5%

    เมื่อคิดเป็นอัตรารายปีแบบปรับฤดูกาล (SAAR) ยอดเริ่มก่อสร้างบ้านลดลงมาอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังโควิด ขณะที่ใบอนุญาตก่อสร้างยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่เห็นมาตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

    ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านที่ปรับตัวลดลงและเข้าใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด โดยช่วงที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สต็อกบ้านอยู่ในระดับสูงและยอดขายยังค่อนข้างช้า ปัจจัยเหล่านี้กำลังกดดันผู้สร้างบ้านมากขึ้น

    อีกปัญหาคือความสามารถในการซื้อบ้านของชาวอเมริกันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การมีบ้านเป็นของตัวเองมีราคาแพงขึ้น และผู้คนจำนวนมากขึ้นอาจต้องหันไปเช่าบ้านแทน

    https://www.facebook.com/share/p/19WcNagjsk/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติใหม่ที่ 6.40 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นกว่า 88% ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา

    ปัจจุบันคนขับรถบรรทุกต้องจ่ายค่าดีเซลเพิ่มขึ้นถึง 3 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันอยู่ในระดับสูงสุดของฤดูกาล

    ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.44 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งสูงกว่าระดับเดิมจนเข้าใกล้สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยห่างจากระดับดังกล่าวเพียงประมาณ 13%

    ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ตลาดจึงเริ่มคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมมากขึ้น

    https://www.facebook.com/share/p/1By6Kw8cB9/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด

    ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ย. อยู่ที่ 196,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ 207,000 ราย และลดลงจาก 206,000 รายในสัปดาห์ก่อน

    ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Claims) สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 ก.ย. อยู่ที่ 1.730 ล้านราย ต่ำกว่าคาดการณ์ 1.779 ล้านราย และลดลงจาก 1.774 ล้านรายในสัปดาห์ก่อน
    https://www.facebook.com/share/p/1Ct2UgcS5u/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ...คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาสูงของอิหร่านมีถึง 81% จบปริญญาเอกและอิหร่านได้ชื่อว่ามีประชากรเก่งทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์...

    ===
    FB_IMG_1789653813857.jpg
    คุณจะพูดอะไรเกี่ยวกับอิหร่านก็ได้ แต่การสื่อสารของพวกเขานั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์จริงๆ: ไม่เคยเห็นประเทศไหนข่มขู่ประเทศอื่นด้วยสมการทางคณิตศาสตร์มาก่อนเลย

    สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ: มีสูตรนโยบายการเงินที่มีชื่อเสียงซึ่ง FED ใช้เรียกว่า "กฎเทย์เลอร์" ที่กล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง (i) ควรเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่เป็นกลาง (r*) บวกกับอัตราเงินเฟ้อเป้าหมาย (π*) บวกกับ 1.5 เท่าของช่องว่างเงินเฟ้อ และ 0.5 เท่าของช่องว่างผลผลิต (ส่วน "i = r* + π* + 1.5(π−π*) + 0.5(y−y*)" จากสูตรของ Ghalibaf)

    Ghalibaf เพิ่ม α(SOH−SOH*) และ β(BEM−BEM*): SOH หมายถึงช่องแคบฮอร์มุซ และ BEM หมายถึงช่องแคบบับเอลมันเดบ ทั้งสองตัวแปรมีสัมประสิทธิ์เป็นบวก หมายความว่ายิ่งจุดคอขวดเหล่านั้นถูกปิดกั้นมากเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยที่ FED ต้องกำหนดเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

    **โดยสรุปแล้ว นี่คือการที่กาลีบาฟเยาะเย้ย FED โดยบอกพวกเขาว่าอิหร่านกำลังกำหนดนโยบายการเงินของอเมริกาอย่างแท้จริง**

    https://www.facebook.com/share/p/1JLdAZ7MZE/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดนทุกวงการ ส่งกรดมะนาวไทยปี 69 จ่อดำดิ่งกว่า 24% พึ่งตลาดอเมริกามากอันดับ 1 ถึงกว่า 80% เจอสั่งนำเข้าไปตุนในปีที่แล้ว กรดมะนาวไทยเสียส่วนแบ่งตลาดให้โคลอมเบียในสหรัฐ ทรัมป์ลดภาษีให้โคลอมเบียถึง 83% BTimes

    https://www.facebook.com/share/14oGQjsnt97/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อนาคตบินต้นทุนต่ำเบอร์ 1 ในอาเซียนเสี่ยง ถล่มราคาหุ้นดิ่งเหว 21% แอร์เอเชียหนี้ท่วม ต้องการเงินกว่า 39,000 ล้านปรับโครงสร้างหนี้ ขาดทุนบวมกว่า 6.8 พันล้านบาท ปิดฉาก 12 ปีบินตรงอินชอน หุ้นไทยแอร์เอเชียวูบ 14% BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18ad9ZM55r/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียและจีนลงมติคัดค้านร่างมติของสหรัฐฯ ที่ต้องการขยายเวลาการตรวจสอบมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหประชาชาติ

    https://www.facebook.com/share/19XEJsh5vh/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.25% วันนี้ ตลาดจับตา Ueda จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเร็วแค่ไหน
    FB_IMG_1789684124823.jpg
    ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ กำลังจะประกาศผลการประชุมดอกเบี้ยวันนี้ โดยตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.25% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี

    การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้แทบไม่ใช่ประเด็นที่ตลาดต้องลุ้นแล้ว เพราะถูกสะท้อนเข้าไปในราคาสินทรัพย์ค่อนข้างมาก

    สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาจริง ๆ คือ หลังจากขึ้นมา 1.25% แล้ว BOJ จะขึ้นต่อเร็วแค่ไหน

    ตลาดมองว่า BOJ ยังไม่น่าจะกำหนดเส้นทางดอกเบี้ยแบบตายตัว เพราะต้องดูเงินเฟ้อ ค่าเงินเยน และภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง

    ภายในคณะกรรมการ BOJ เองก็ยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน โดยบางคนมองว่าเงินเฟ้อพื้นฐานเข้าใกล้เป้าหมาย 2% แล้ว ขณะที่สมาชิกบางคนยังต้องการให้ BOJ ใช้ความระมัดระวังมากกว่านี้

    ดังนั้น นักลงทุนจึงให้ความสำคัญกับคำพูดของ Kazuo Ueda ผู้ว่าการ BOJ หลังการประชุมมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ยที่ประกาศในวันนี้

    หาก Ueda ส่งสัญญาณว่า BOJ พร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อ ตลาดก็อาจเริ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปเร็วขึ้น

    แต่ถ้าเขาย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในแต่ละช่วง และยังไม่มีแผนขึ้นต่อในทันที ตลาดก็อาจมองว่า BOJ จะเดินหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป

    Goldman Sachs มองว่าอาจขึ้นเร็วขึ้น

    Goldman Sachs มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยวันนี้แทบเป็นเรื่องที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว และเริ่มเห็นโอกาสมากขึ้นที่ BOJ จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วกว่าเดิม โดยมีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม

    ปัจจัยที่อาจทำให้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ได้แก่ ราคาพลังงาน ค่าเงินเยนที่อ่อนตัว และความต้องการที่แข็งแกร่งในบางภาคส่วน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI

    หาก BOJ ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น หรือ JGB ก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต

    แล้วเงินเยนจะเป็นอย่างไร?

    เงินเยนแข็งค่าขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา โดย USD/JPY เคยอยู่แถว 160 เยนต่อดอลลาร์ และลดลงมาใกล้ 153 เยน ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวแถว 156 เยนในช่วงล่าสุด

    การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย

    ดังนั้น หาก BOJ ขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด แต่ Ueda พูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ก็มีโอกาสเกิดสิ่งที่เรียกว่า “Buy the rumour, sell the fact"

    ในทางกลับกัน หาก Ueda ส่งสัญญาณว่า BOJ พร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อ เงินเยนอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศอื่น ๆ จะลดลง

    ตลาดมองดอกเบี้ยญี่ปุ่นไปถึงไหน?

    ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters มองว่า ดอกเบี้ย BOJ อาจเพิ่มขึ้นเป็น 1.50% ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2027 และแตะ 1.75% ในไตรมาส 2 ของปี 2027

    ดังนั้น การขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.25% ในวันนี้จึงอาจเป็นเพียงอีกหนึ่งขั้นของวงจรการขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่จุดสิ้นสุด

    https://www.facebook.com/share/p/1HuR7TVmpz/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! ดัชนีราคาผู้ผลิตเกาหลีใต้ (PPI) เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนกรกฎาคม

    เมื่อเทียบกับปีก่อน PPI เพิ่มขึ้น 7.9% จาก 7.7% ในเดือนก่อน

    https://www.facebook.com/share/p/1EVp6gPfj6/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปฏิทินเศรษฐกิจเอเชีย วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2026
    FB_IMG_1789684446440.jpg
    วันนี้มีหลายเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) การแถลงข่าวของผู้ว่าการ BOJ และการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA)

    ญี่ปุ่น

    ช่วงเช้าวันนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.7% และเข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ BOJ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอีกชุดหนึ่งซึ่งไม่รวมอาหารสดและพลังงานอยู่ที่ 2.0%

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของ BOJ มากนัก เพราะการประชุมรอบนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน และตลาดคาดการณ์กันอยู่แล้วว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.25%

    สิ่งที่ตลาดจับตาจึงอาจไม่ใช่แค่การขึ้นดอกเบี้ย แต่เป็นสัญญาณจาก BOJ ว่าหลังจากนี้จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วแค่ไหน และอัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะไปอยู่ที่ระดับใด

    BOJ ยังไม่ได้กำหนดเวลาประกาศผลการประชุมแบบตายตัว โดยคาดว่าจะประกาศในช่วงประมาณ 09:30–10:30 น. ตามเวลาไทย

    จากนั้น ผู้ว่าการ BOJ Kazuo Ueda จะจัดแถลงข่าวในช่วงประมาณ 13:30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นอีกช่วงเวลาที่ตลาดจะจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคำพูดเกี่ยวกับแนวทางการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต

    ออสเตรเลีย

    อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญคือการกล่าวสุนทรพจน์ของ Michele Bullock ผู้ว่าการ RBA ต่อรัฐสภาออสเตรเลีย

    งานดังกล่าวจะเริ่มเวลา 06:30 น. ตามเวลาไทย

    RBA อยู่ในช่วงของการขึ้นดอกเบี้ย โดยในปี 2026 ธนาคารกลางออสเตรเลียขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ก่อนที่จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 2 ครั้งล่าสุด

    ตลาดจึงจับตาคำพูดของ Bullock ว่า RBA ยังมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และตลาดกำลังให้น้ำหนักประมาณ 70–75% ต่อโอกาสที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28–29 กันยายน

    โดยรวมแล้ว วันนี้ตลาดเอเชียต้องจับตา 2 เรื่องหลัก คือทิศทางดอกเบี้ยของญี่ปุ่นหลัง BOJ ขึ้นดอกเบี้ย และสัญญาณจาก RBA ว่าจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่ ซึ่งทั้งสองประเด็นมีผลต่อค่าเงินเยน ดอลลาร์ออสเตรเลีย พันธบัตร และตลาดหุ้นในภูมิภาค

    https://www.facebook.com/share/p/1LNkJoH4yz/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,955
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Emmanuel Macron สั่งรัฐบาล "ระดมกำลังเต็มที่" เพื่อรับมือปัญหาเชื้อเพลิงขาดแคลนในฝรั่งเศส

    Emmanuel Macron สั่งให้รัฐบาลระดมกำลังอย่างเต็มที่เพื่อรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงและควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคา โดย Maud Bregeon โฆษกรัฐบาลระบุว่า ทางการกำลังแสวงหาเชื้อเพลิงเพิ่มเติมจากต่างประเทศ และกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นในกฎระเบียบของยุโรป รวมถึงกฎระเบียบสำหรับการทำงานของโรงกลั่นน้ำมัน

    ขณะนี้สถานีบริการน้ำมันประมาณ 10% ในฝรั่งเศสกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างน้อยหนึ่งประเภท โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเครือข่ายของ TotalEnergies ด้านการเพิ่มขึ้นของราคาได้ก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจและการประท้วงแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการช่วยเหลือใหม่ๆ แต่ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน

    17/09/2026

    #ZFrontier #EmmanuelMacron #MaudBregeon #TotalEnergies #France #FuelShortage #EnergyPrice

    https://www.facebook.com/share/p/1B3NbPdQt3/
     

แชร์หน้านี้

Loading...