เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 22 กันยายน 2026 at 19:56.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,153
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,025
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,153
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,025
    วันนี้ตรงวันอังคารที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่น่าน้ำตาไหลอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่าบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนในวันนี้ ไปจนถึงนาทีที่ ๑๗ โทรศัพท์ก็อัพเดตตนเองโดยอัตโนมัติ นอกจากเสียงธรรมที่บันทึกไว้จะสูญหายไปทั้งหมดแล้ว "เสบียงบุญ" อีกเกือบ ๖ ชั่วโมงก็สูญหายไปด้วย..!

    เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราทำใจไม่ได้ ไปอยู่ในลักษณะของการโกรธฟ้าโกรธดิน ก็จะเป็นอะไรที่สะใจมากของบุคคลที่มากลั่นแกล้งเรา ซึ่งก็คือบรรดา "เทวปุตตมาร" นั่นเอง ในเมื่อเป็นเช่นนั้นและเคยรบราฆ่าฟันกันมาจนรู้มือกันดีแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงเริ่มต้นในการบันทึกเสียงใหม่ทันที ประมาณว่ามีปัญญาเอ็งก็แกล้งไป ส่วนข้าก็จะบันทึกไป จนกว่าจะประสบความสำเร็จ..!

    สำหรับวันนี้ กระผม/อาตมภาพเดินทางไปยังวัดนางในธัมมิการาม หมู่ที่ ๗ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษไชยชาญ จังหวัดอ่างทอง เพื่อร่วมในการตรวจยกบ้านหน้าวัดใน ขึ้นเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ เจอฝนตกพรำ ๆ ไปตลอดทาง ซึ่งนอกจากจะทำให้ขับรถยากแล้ว ถนนยังลื่นเป็นอย่างยิ่ง..!

    แล้วระยะนี้รถของกระผม/อาตมภาพ ซึ่งอายุย่างเข้าปีที่ ๑๑ ก็เริ่มมีอาการรวนโน่นรวนนี่ อย่างเช่นว่าเมื่อตกหลุมกระแทกโครมเข้า พวงมาลัยก็ล็อค เครื่องดับทันที..! ทำให้กว่าจะประคับประคองให้รถจอดได้ ก็แทบล้มประดาตาย เนื่องเพราะว่าเบรกก็ใช้งานไม่ได้ไปด้วย เหตุเป็นเพราะว่าระบบอัตโนมัติออกอาการ "เออเร่อ" ขึ้นมา จนต้องเริ่มต้นสตาร์ทเครื่องใหม่ ถึงจะกลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่ง ต้องหาสาเหตุให้เจอว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะว่าเบรกและพวงมาลัยไม่ทำงาน ถ้าอยู่บริเวณทางโค้งก็เจริญแน่..!

    เมื่อเลี้ยวเข้าบริเวณวัด ผ่านหน้าหอบูรพาจารย์ กระผม/อาตมภาพก็ลงไปกราบรูปหล่อ "หลวงพ่อนุ่ม ธมฺมราโม" อดีตเจ้าอาวาสวัดนางในธัมมิการามแห่งนี้ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์มีชื่อเสียงโด่งดังคับประเทศ สร้างวัตถุมงคลอะไรออกมาก็เข้มขลัง จนเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านอย่างยิ่ง

    โดยเฉพาะเบี้ยแก้ "หลวงพ่อนุ่ม" วัดนางในนั้น ทุกคนทราบดีว่ามีอานุภาพระดับไหน ถ้าเป็นเบี้ยแก้สายอ่างทองด้วยกันแล้ว ที่พอจะเคียงบ่าเคียงไหล่ได้ ก็มี "หลวงพ่อคำ ปญฺญาสาโร" (พระครูวิตถารสมณกิจ) วัดโพธิ์ปล้ำ และ "หลวงพ่อภักตร์ จนฺทสุวณฺโณ" วัดโบสถ์เท่านั้น

    ส่วนที่เหลือต้องบอกว่าอยู่ในระดับลูกศิษย์ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การที่ได้มากราบครูบาอาจารย์ ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้น ถือว่าเป็นมงคลแก่ตนอย่างยิ่ง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,153
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,025
    วัดวาอารามก็สะอาดสะอ้าน กว้างขวางใหญ่โต เมื่อหาที่จอดบริเวณหน้าศาลาตรวจประเมินได้แล้ว เห็นศาลา กระผม/อาตมภาพก็ทึ่งมากในบารมีของหลวงพ่อนุ่มท่าน เนื่องเพราะว่าศาลานั้นกว้างประมาณ ๓๐ เมตร ยาวประมาณ ๕๐ เมตร

    โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกที่กว้างประมาณ ๖ เมตรนั้น เขาจัดเป็นซุ้มนิทรรศการโดยรอบ ส่วนช่วงกลางที่เหลือก็ทำเป็นสถานที่ตรวจประเมิน โดยจัดเป็นที่นั่งของคณะกรรมการและบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ด้านข้างหนึ่งก็จัดให้เป็นที่นั่งของพระสังฆาธิการจังหวัดอ่างทอง อีกด้านหนึ่งก็เป็นที่นั่งของส่วนราชการและหัวหน้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านที่เหลือก็เป็นที่นั่งของบรรดาอุบาสกอุบาสิกา ซึ่งเป็นขาประจำของวัดแห่งนี้

    เมื่อขึ้นไปบนศาลาก็เจอ "หลวงพ่อเจ้าคุณประเวศ" - พระเดชพระคุณพระสุวรรณวชิราทร (ประเวศ สุทฺธิญาโณ) เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เจ้าอาวาสวัดอ่างทอง วรวิหาร พอหันมาเห็นกระผม/อาตมภาพ ท่านก็ทักทายและบอกกล่าวญาติโยมผ่านไมโครโฟนว่า "กระผม/อาตมภาพนั้นเป็นญาติของท่านพระครูเอง แต่ลำดับญาติไม่ถูก" เป็นเรื่องที่บรรดาเพื่อนพระสังฆาธิการได้ยินเมื่อไรก็ฮากันมาก

    เนื่องเพราะว่าตัวกระผม/อาตมภาพก็ดี ตัว "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ผู้ทำหน้าที่พลขับก็ตาม ญาติของเรานั้น ทางด้านข้างคุณตา - คุณยายแซ่ฉั่วทั้งคู่ แต่ว่าญาติของทางด้านของ "ท่านเจ้าคุณประเวศ" นั้น ทางด้านคุณพ่อแซ่ฉั่ว ก็เลยทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างรู้ว่าเป็นญาติกัน แต่ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า ซึ่งจะช่วยลำดับญาติให้นั้นก็หมดสิ้นไปแล้ว เหลือแต่รุ่นของพวกเราสามคนที่เจอหน้ากันเมื่อไรก็มองหน้ากันตาปริบ ๆ ไม่รู้ว่าจะเรียกกันว่าอย่างไรดี ?

    ในเรื่องของลำดับรุ่นของคนจีนตามแซ่นั้น เป็นอะไรที่ต้องบอกว่าเข้มงวดกวดขันมาก ในเมื่อไม่สามารถที่จะเรียกหากันได้ถูกต้อง "พระเดชพระคุณพระธรรมวชิรสุนทร" (ประเทือง อาภาธโร ป.ธ. ๔) ประธานคณะกรรมการอำนวยการกลาง โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จึงเป็นกรรมการตัดสินว่า "เรียกหลวงพี่เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองก็แล้วกัน"

    พวกเราก็พยักหน้าเห็นด้วย เนื่องเพราะว่า "ท่านเจ้าคุณประเวศ" นั้น ท่านอายุน้อยกว่ากระผม/อาตมภาพ ๖ ปี และพรรษาน้อยกว่า ๑ พรรษา แต่ว่าท่านก้าวขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโตขนาดนั้นแล้ว กระผม/อาตมภาพเองในเมื่อลำดับรุ่นไม่ถูก ก็ได้แต่เรียกตามที่ "ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรสุนทร" แนะนำให้
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,153
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,025
    จากนั้นก็เดินไปดูนิทรรศการต่าง ๆ ซึ่งจัดหนักจัดเต็ม มีทั้งเด็กนักเรียน คณะครู ตลอดจนกระทั่งญาติโยมประจำอยู่ทุกซุ้ม ส่วนที่กระผม/อาตมภาพคิดไม่ถึงก็คือบรรดา FC วัดท่าขนุน ต่างคนต่างก็ถวายของมาคนละชิ้นสองชิ้น จนกระทั่งต้องรีบเดินหนี ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงจะหอบกลับไม่หมด..! บรรดาท่านทั้งหลายเหล่านี้ พอทราบว่ากระผม/อาตมภาพจะไปที่ใด ก็มักจะมาดักรอทำบุญเสมอ ขอเจริญพรขอบคุณและอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง

    ครั้นเมื่อหมดธุระจากส่วนของนิทรรศการ ซึ่งเป็นการดูด้วยตนเองก่อนแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ลงไปรอที่อุโบสถ เมื่อเข้าไปถึงด้านในก็เห็นว่ามีพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งเสด็จมายังวัดนางในธัมมิการามแห่งนี้ เพื่อบำเพ็ญกุศลถึง ๒ วาระด้วยกัน

    ครั้นกราบพระประธานแล้วมองขึ้นไป มีเสียงถามมาจากข้างหลังว่า "เป็นยุคไหนสมัยไหนครับ ?" ครั้นหันมาตามเสียง ก็เห็น "ท่านเจ้าคุณวีระ" -- พระโสภณปริยัติเมธี (วีระ วีรญาโณ ป.ธ. ๘) รองเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เจ้าอาวาสวัดนางในธัมมิการาม ยกมือไหว้มาแต่ไกล จึงได้เรียนท่านไปว่า "ดูจากศิลปะแล้ว น่าจะเป็นอยุธยาตอนปลาย ต่อรัตนโกสินทร์ตอนต้น"

    ท่านเจ้าคุณวีระบอกว่า "สมัยก่อนนั้นคนเชื่อกันว่า ช่างมักจะปั้นพระพักตร์พระพุทธรูป ให้เหมือนหน้าของเจ้าภาพให้มากที่สุด" แต่กระผม/อาตมภาพเองเท่าที่เจอมานั้น ก็คือบุคคลที่ปั้นพระพุทธรูปแล้ว มักจะออกมาหน้าเหมือนตัวเองมากกว่า ก็คือช่างหน้าตาแบบใด พระพุทธรูปก็หน้าตาแบบนั้น
    เพราะว่าแต่ละคนนั้นก็มักจะมีความหลงตัวเองแบบไม่รู้ตัวฝังอยู่ลึก ๆ จึงทำให้เห็นว่าหน้าตาที่เหมือนตนเองนั้นเป็นส่วนที่สวยงามน่าพอใจที่สุด

    กว่าที่จะเจอบุคคลที่สามารถหนีหน้าตนเองได้ ก็ต้องรอจนกระทั่งมาเจอ "ท่านอาจารย์สุชาติ เลิศภูมิปัญญา" ซึ่งเป็นผู้ปั้นรูปพระพุทธรูปทองคำ นาก เงินและพระประธานในศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย
    ให้กับวัดท่าขนุน ที่สามารถจะ "ดัดมือ" ตนเอง ไม่ให้พระพักตร์พระพุทธรูปออกมาเหมือนตนเองได้
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,153
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,025
    แม้แต่ "นายช่างประเสริฐ แก้วมณี" นายช่างสร้างพระพุทธรูประจำวัดจันทาราม (ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานีนั้น ในระยะแรก ๆ พระพุทธรูปที่ปั้นออกมาก็หน้าตาเหมือนช่างประเสริฐอย่างกับแกะ ยังดีที่ว่า "นายช่างประเสริฐ" นั้น เค้าหน้าออกไปทางพระพุทธรูปอยู่แล้ว จึงออกมาดูได้ ไม่เช่นนั้นคงเป็นอะไรที่อนาถมาก..!

    จนกระทั่งภายหลัง "พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ" วัดท่าซุง แนะนำให้ "นายช่างประเสริฐ" จุดธูปขอกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ "ท่านพระวิษณุกรรมเทพบุตร" ว่า ขอให้ช่วยในการปั้นพระพักตร์ออกมา ให้ใกล้เคียงพระพักตร์พระพุทธเจ้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ "นายช่างประเสริฐ" จึงสามารถที่จะทิ้งเค้าหน้าของตนเองได้

    พวกเราคุยกันอยู่ค่อนข้างนานท่ามกลางฝนพรำ กว่าที่ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อโพไซดอน" - พระเทพสมุทรวัชราจารย์ (จรัล สิริธมฺโม) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลางจะมาถึง ท่านบอกว่ามีอุบัติเหตุหมู่ รถยนต์ชนกันถึง ๖ คันรวด..! บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านติดอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน จึงมาช้ากว่าเวลาเกือบ ๒๐ นาที ทำให้วันนี้พวกเราได้แต่กราบพระ สวดมนต์กันฉบับย่อเท่านั้น

    ครั้นถ่ายรูปหมู่ร่วมกันแล้ว ทางวัดก็นำเอาคณะสิงโตจีน มาพาคณะกรรมการไปกราบรูปหล่อบูรพาจารย์ คือ "หลวงพ่อนุ่ม" วัดนางในธัมมิการาม ส่วนกระผม/อาตมภาพซึ่งกราบมาแล้ว จึงได้ขึ้นไปบนศาลา ทักทายพรรคพวกเพื่อนฝูง โดยเฉพาะเพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งผู้ที่อาวุโสที่สุดในจังหวัดอ่างทองแห่งนี้ก็คือ "หลวงปู่เจ้าคุณไพเราะ" - พระวชิรสิกขการ, ดร. (ไพเราะ ฐิตสีโล ป.ธ. ๔) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว อายุ ๘๐ กว่าปีแล้ว ส่วนที่เหลือก็มี "พระครูกิตติญาณวิสิฐ, ผศ.ดร." เจ้าคณะอำเภอสามโก้ แล้วก็ "พระครูปัญญาสิทธวรวัตร" เจ้าคณะตำบลไผ่วง เป็นต้น

    กระผม/อาตมภาพสามารถจำพรรคพวกเพื่อนฝูงได้ทุกคน จึงทักทายและถ่ายรูปส่งเข้ากลุ่มไลน์พระอุปัชฌาย์ ๕๑ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบว่า ยังมีการปฏิสัมพันธ์กันตามปกติ จนกระทั่ง "หลวงพ่อโพไซดอน" พาคณะกรรมการขึ้นมาบนศาลาแล้ว จึงได้ขอตัวไปเดินดูนิทรรศการด้วยกัน แต่ว่าศาลาแม้จะใหญ่โตขนาดไหนก็ตาม เมื่อคณะสงฆ์ ข้าราชการ ตลอดจนกระทั่งญาติโยมประจำที่กันเต็มแล้ว ก็ดูค่อนข้างจะแน่นเลยทีเดียว
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,153
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,025
    พวกเราได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมของเด็ก ๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำเอาวันนี้ ได้มีการจ่ายรางวัลให้กับเด็ก ๆ ชนิดที่กระเป๋าลื่นกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ "พระเดชพระคุณพระราชสมุทรวัชราจารย์ (บุญสืบ วุฑฺฒิสาโร)" เจ้าอาวาสวัดกลาง วรวิหาร จังหวัดสมุทรปราการ หรือ "หลวงพ่อเจ้าคุณสืบ" ของกระผม/อาตมภาพนั้น ท่านไม่ได้สนใจว่าใครจะให้รางวัลไปแล้ว ถ้าเจอเด็ก ท่านก็ควักกระเป๋าส่งให้คนละ ๑๐๐ บาท แต่ถ้าหากว่าที่ไหนมีเด็กน้อยประมาณ ๓ คน ๕ คน ก็ให้ถึง ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาทไปเลย..!

    ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นมาตรฐานคนละ ๒๐๐ บาท ถ้าเป็นที่วัดท่าขนุนก็คนละ ๓๐๐ บาท ถ้าอยู่ในจำนวนไม่เกิน ๑๐ คนก็ให้คนละ ๕๐๐ บาท เหล่านี้เป็นต้น เป็นอะไรที่พวกเราทั้งหลายเต็มอกเต็มใจที่จะให้กับเด็ก ๆ เพราะว่าแต่ละคนแสดงความสามารถซึ่งเกี่ยวข้องกับ ศีล สมาธิ ปัญญา ออกมาได้ดีงามเป็นอย่างยิ่ง

    ในเรื่องทั้งหลายพวกนี้ เราต้องมีรางวัลเป็นกำลังใจแก่เด็ก ๆ เขาด้วย เพียงแต่ว่าคณะกรรมการหลักอย่างกระผม/อาตมภาพนั้น ยังได้รับเงินสนับสนุนจากทางราชการ แค่รูปละ ๒๕,๐๐๐ บาท ส่วนอนุกรรมการไม่ทราบจำนวนเงิน จ่ายได้ที่สองที่ก็หมดแล้ว แต่พวกเราต้องไปถึง ๒๓ แห่ง ๒๓ จังหวัด แต่ละคนควักเพิ่มไปเท่าไรก็ไม่รู้ ? แต่จะทำอย่างไรได้ เนื่องเพราะว่าในเมื่อเป็นหน้าที่ ก็ต้องรับผิดชอบกันอย่างเต็มที่

    ครั้นทำการตรวจประเมินแล้ว ปรากฏว่าเพลิดเพลินเจริญใจมากไปหน่อย เนื่องเพราะว่าจนกระทั่ง ๑๑ โมงครึ่งแล้ว เพิ่งจะปิดการประเมินและถ่ายรูปร่วมกัน กระผม/อาตมภาพให้เขาถ่ายรูปไปสองชุด ก็ลงไปนั่งฉันเพลข้างล่าง เนื่องเพราะว่ายังต้องเดินทางกลับที่พัก ขณะที่กรรมการส่วนใหญ่นั้น จะเดินทางไปยังจังหวัดสระบุรี ซึ่งจะได้รับการตรวจประเมินในวันพรุ่งนี้ จึงทำให้กระผม/อาตมภาพต้องรีบปลีกตัวออกมาฉันเพลก่อน

    ขณะเดียวกันก็ต้องโบกมือห้ามบรรดา FC ทั้งหลาย ประมาณว่า "ถ้าคุณจะทำบุญ ก็ทำที่วัดนี้แล้วกัน" จากนั้นก็ขึ้นรถ เดินทางออกจากวัด โดยที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เหตุก็เพราะว่าฝนฟ้ายังคงพรำอยู่ตลอดเวลา ถนนหนทางลื่นมาก ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า ? จึงได้ทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...