ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผลสำรวจชี้: ชาวไต้หวันเกือบครึ่ง "ขาดความเชื่อมั่น" ต่อความคุ้มครองทางการทหารจากสหรัฐฯ

    ผลการสำรวจความคิดเห็นฉบับใหม่ซึ่งจัดทำโดยสื่อหลักของไต้หวัน เผยให้เห็นว่า ชาวไต้หวันเกือบครึ่งหนึ่งขาดความมั่นใจว่า #สหรัฐอเมริกา จะยังคงให้ความช่วยเหลือทางการทหารและขายอาวุธให้แก่ไต้หวันต่อไปหรือไม่ โดยผลโพลนี้ถูกเปิดเผยขึ้นก่อนหน้าการประชุมสุดยอดนัดสำคัญระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

    1. ตัวเลขความเชื่อมั่นและการคาดหวังเรื่อง "กองทัพสหรัฐฯ"

    การสำรวจความคิดเห็นประจำปีโดยหนังสือพิมพ์ United Daily News ของไต้หวัน พบว่า:

    -ร้อยละ 47 ไม่มั่นใจ ว่าสหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือทางการทหารและขายอาวุธให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแซงหน้า ร้อยละ 44 ที่ยังคงมีความมั่นใจ (ขณะที่ร้อยละ 9 ไม่มีความเห็น)

    -ความคาดหวังเรื่องการส่งทหารช่วยรบ: มีความผันผวนอย่างเห็นได้ชัดตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
    o 2 ปีที่แล้ว: ร้อยละ 49 เชื่อว่าสหรัฐฯ จะส่งกำลังทหารมาช่วยปกป้องไต้หวัน
    o ปีที่แล้ว: ตัวเลขกลับทิศทาง โดยร้อยละ 49 เชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้ามาแทรกแซง
    o ปีนี้: ตัวเลขพลิกกลับอีกครั้ง โดยร้อยละ 47 คาดหวังว่ากองทัพสหรัฐฯ จะมาช่วย ขณะที่ร้อยละ 43 มองว่าจะไม่ส่งกำลังมา

    หนังสือพิมพ์ United Daily News ระบุในบทวิเคราะห์ว่า "เมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามทางการทหารจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันทำได้เพียงพึ่งพาข้อตกลงความมั่นคงจากสหรัฐฯ แต่ประชาชนน้อยกว่าครึ่งกลับมีความเชื่อมั่นในข้อตกลงเหล่านั้น ซึ่งนี่คือตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง"

    2. แพ็กเกจอาวุธ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ชะงัก & เกมการเมือง Xi-Trump

    ความคลางแคลงใจของภาคประชาชนเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะสะดุดของ แพ็กเกจการขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ไต้หวันเสนอซื้อ แต่ถูกยื้อไว้ในวอชิงตัน ขณะที่ปักกิ่งเดินหน้ากดดันสหรัฐฯ อย่างหนัก

    -ยื้อถึงปลายปีหรือลากยาวถึงปี 2027: รายงานจาก South China Morning Post ระบุว่า วอชิงตันกำลังพิจารณาเลื่อนการประกาศอนุมัติการขายอาวุธล็อตใหญ่ออกไปจนกว่าจะผ่านการประชุม APEC ที่เซินเจิ้นในเดือนพฤศจิกายน หรืออาจยื้อไปถึงปลายปี เนื่องจากทรัมป์มีกำหนดพบกับสี จิ้นผิง อีกครั้งในงานประชุม G20 ที่ฟลอริดาในเดือนธันวาคม

    -วิเคราะห์ยุทธศาสตร์จีน: วิลเลียม หยาง (William Yang) นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group มองว่า ปักกิ่งหวังว่าการประวิงเวลาอนุมัติอาวุธจะยิ่งขยายรอยร้าวและความแคลงใจในใจของชาวไต้หวันและพันธมิตรในอินโด-แปซิฟิก ขณะที่เจนนิเฟอร์ คาวานาห์ (Jennifer Kavanagh) จาก Defence Priorities ชี้ว่า เป้าหมายของจีนคือต้องการให้ยกเลิกแพ็กเกจอาวุธนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่การชะลอ

    3. ส่งมอบอาวุธล่าช้า: F-16 Block 70 ค้างที่ฮาวาย

    นอกเหนือจากอาวุธล็อตใหม่แล้ว อาวุธที่ไต้หวัน สั่งซื้อและชำระเงินไปแล้ว ก็กำลังเผชิญปัญหาการส่งมอบล่าช้าเช่นกัน:

    -เครื่องบิน F-16 Block 70 ติดค้าง: เครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70 สองลำแรก (หมายเลข 6727 และ 6728) จากทั้งหมด 66 ลำที่ไต้หวันสั่งซื้อ เดินทางถึงฐานทัพร่วมเพิร์ลฮาร์เบอร์-ฮิกแคม ในฮาวาย ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถบินต่อมายังไต้หวันได้ แม้จะมีความพยายามบินออกเมื่อต้นเดือนแต่ก็ถูกยกเลิก โดยไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ

    -เสียงสะท้อนจากนักการเมืองไต้หวัน: หลิน เป่ยเซียง (Lin Pei-hsiang) สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ระบุว่า การส่งมอบอาวุธล่าช้าคือปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน "เมื่อสั่งซื้ออาวุธแล้วแต่ไม่มาตามกำหนด หรือไม่ตรงกับความต้องการจริง ความเชื่อมั่นของภาคประชาชนย่อมลดลงเป็นธรรมดา"

    4. มุมมองต่อความเสี่ยงสงครามข้ามช่องแคบ

    แม้ความตึงเครียดทางการทหารจะยังคงอยู่ แต่ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ยังมองว่า โอกาสเกิดสงครามอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ:

    -ร้อยละ 56 มองว่าความสัมพันธ์ทางการทหารข้ามช่องแคบอยู่ในภาวะตึงเครียด (ลดลงจากจุดสูงสุดที่ร้อยละ 64 ในปี 2022)

    -คะแนนความเสี่ยงสงคราม: บนสเกล 1 ถึง 10 (โดย 10 หมายถึงโอกาสเกิดความขัดแย้งสูงสุด) คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.4 คะแนน ซึ่งค่อนข้างคงที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่นับว่าสูงกว่าเมื่อสิบปีที่แล้วอยู่ 1.2 คะแนน

    -ชนวนเหตุหลัก: เมื่อถามด้วยคำถามแบบเปิดโดยไม่กำหนดตัวเลือก ประชาชนส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า "กระแสการประกาศเอกราชของไต้หวัน" คือปัจจัยส่งผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดต่อความตึงเครียดข้ามช่องแคบไต้หวัน

    #ChinaFocus #ไต้หวัน #สีจิ้นผิง #ช่องแคบไต้หวัน #F16Block70
    https://www.facebook.com/share/14sKaLYkzym/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    G7 เรียกร้องฮูตีหยุดโจมตีซาอุฯ

    รัฐมนตรีต่างประเทศ G7 ประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อ ซาอุดีอาระเบีย และเรียกร้องให้ฮูตีหยุดปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการโจมตีเรือพลเรือน พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการสนับสนุนและจัดหาอาวุธให้กลุ่มฮูตี โดยเตือนว่าความรุนแรงอาจกระทบ การค้าโลกและเสถียรภาพระหว่างประเทศ

    22 กันยายน 2569

    #G7 #ซาอุดีอาระเบีย #ฮูตี #เยเมน #อิหร่าน #ทะเลแดง #การค้าโลก #ข่าวต่างประเทศ
    https://www.facebook.com/share/p/1Dd49SGVqj/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิรักเตรียมปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับอิหร่านภายในเดือนมิถุนายน 2027 และนำกำลังเหล่านี้เข้าสู่โครงสร้างของ กองกำลังระดมประชาชน (Popular Mobilization Forces: PMF) ตามการเปิดเผยของ อาลี อัล-ไซดี (Ali al-Zaidi)

    หากมองภาพใหญ่ สิ่งที่อิรักกำลังทำ แทบไม่ต่างจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเลบานอน เพราะทั้งสองประเทศเคยเป็นพื้นที่สำคัญของเครือข่ายอิทธิพลอิหร่าน ผ่านกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรที่มีอำนาจทางทหารควบคู่ไปกับรัฐ แต่วันนี้ทิศทางกำลังเปลี่ยนไป เลบานอนเดินหน้าดึงอาวุธกลับเข้าสู่การควบคุมของรัฐ ขณะที่อิรักกำลังเดินไปในเส้นทางเดียวกัน ส่วนซีเรียซึ่งเคยเป็นพันธมิตรสำคัญของเตหะรานก็หลุดออกจากวงโคจรไปแล้ว หลังรัฐบาลอัสซาดถูกโค่นอำนาจ ภาพที่กำลังปรากฏจึงเหมือนกับว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังค่อยๆ “ตัดแขนตัดขา” อิหร่าน ด้วยการรื้อเครือข่ายพันธมิตรและฐานอิทธิพลรอบภูมิภาคออกไปทีละแห่ง จนอิหร่านถูกบีบให้เหลือพื้นที่ในการฉายอำนาจนอกประเทศน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางที่เนทันยาฮูประกาศไว้ นั่นคือต้องการ "ทำลายอิหร่านให้ราบคาบ"

    https://www.facebook.com/share/p/1DDNto6tX2/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียถล่ม 5 ลูกซ้ำโรงงานน้ำมัน-ก๊าซในโปลตาวา Naftogaz ก้มหน้ารับ เสียหายขั้นวิกฤต หมดทางฟื้นกลับมาใช้งาน

    Naftogaz Group ของยูเครนเปิดเผยว่า ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา กองกำลังรัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles) อย่างน้อย 5 ลูก โจมตีโรงงานน้ำมันและก๊าซแห่งหนึ่งในภูมิภาคโปลตาวา (Poltava)

    การโจมตีครั้งล่าสุดนี้สร้างความเสียหายอย่างหนัก จนทำให้ไม่สามารถฟื้นฟูหรือกลับมาดำเนินงานโรงงานแห่งนี้ได้อีกต่อไป

    ก่อนหน้านี้สถานที่ดังกล่าว ถูกปิดและหยุดใช้งานเพื่อรอการซ่อมแซมม หลังจากตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียมาแล้วหลายสิบครั้งนับตั้งแต่ปี 2022


    https://www.facebook.com/share/p/1CJpLC2WJy/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียส่งมอบระบบต่อต้านโดรน “Zubr” รุ่นใหม่ เสริมแนวป้องกันระยะประชิด รับมือโดรนบินต่ำและโดรนพลีชีพ

    รอสเทค (Rostec) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมกลาโหมของรัสเซีย ส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศต่อต้านโดรน Zubr รุ่นล่าสุด ให้กองทัพรัสเซียแล้ว โดยระบบถูกออกแบบมาเพื่อปกป้อง โครงสร้างพื้นฐานสำคัญจากโดรนขนาดเล็กที่บินในระดับต่ำ รวมถึงโดรนโจมตีแบบพลีชีพ (loitering munitions)

    Zubr ถูกวางให้ทำหน้าที่เป็น แนวป้องกันระยะประชิด (close-in defense layer) ซึ่งต้องตรวจจับและตอบสนองต่อโดรนที่โผล่เข้ามาในระดับต่ำอย่างรวดเร็ว ตัวระบบสามารถ ตรวจจับภัยคุกคามทางอากาศได้ด้วยตัวเอง ส่งข้อมูลเป้าหมายไปยังอาวุธสำหรับเข้าทำลาย และเมื่อจับเป้าหมายได้แล้วสามารถระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายได้

    นอกจากนี้ Zubr ยังสามารถเชื่อมต่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบป้องกันโดรนหลายชั้น ทำงานร่วมกับระบบป้องกันภัยทางอากาศขนาดใหญ่กว่าอย่าง Pantsir เพื่ออุดช่องว่างในระยะประชิด ขณะที่ตัวระบบสามารถเคลื่อนย้ายและติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับมากนัก

    รอสเทคระบุว่า Zubr ผ่านการใช้งานจริงในการรบแล้ว และจำนวนเป้าหมายที่ระบบสามารถทำลายได้ในสถานการณ์จริงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


    https://www.facebook.com/share/p/1ErgwNLjq8/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิรักเตรียมห้ามสายการบินอิหร่านซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร บินเข้า-ออกประเทศ มีผลพรุ่งนี้ทันที!

    อิรักเตรียมห้าม สายการบินอิหร่านที่เพิ่งถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร ลงจอดหรือออกเดินทางจากสนามบินภายในประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หลังสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เพิ่งประกาศเมื่อวานนี้ว่า ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน สายการบินอิหร่านจะถูกตัดออกจากการให้บริการในต่างประเทศ พร้อมขู่ว่าสนามบินหรือบริษัทใดที่ยังเติมเชื้อเพลิง ให้บริการภาคพื้นดิน หรือขายตั๋วให้สายการบินเหล่านี้ อาจถูกตัดออกจากระบบดอลลาร์ของสหรัฐฯ

    ความเคลื่อนไหวของอิรักครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางระหว่างอิหร่าน–อิรัก ซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางระหว่างสองประเทศเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่า แบกแดดกำลังเลือกให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับวอชิงตันมากกว่าเตหะราน หลังตอบสนองต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว

    หากไม่นับจอร์เจียและตุรกี ที่มีการจำกัดเที่ยวบินของสายการบินอิหร่านไปก่อนที่ เบสเซนต์ ประกาศมาตรการล่าสุดเมื่อวานนี้ "อิรัก" ถือเป็นประเทศแรกที่ตอบสนองอย่างชัดเจนว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของสหรัฐ โดยเตรียมห้ามสายการบินอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรบินเข้า-ออกประเทศ
    https://www.facebook.com/share/p/18TqhjGp9P/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “เหลือเพียงภาวนา!”
    ยูเครนเตรียมรับฤดูหนาวด้วยความหวังสุดท้าย ภาวนาให้อากาศปรานี ก่อนระบบพลังงานพังหนักกว่าเดิม

    โอเล็ก โปเปนโก (Oleg Popenko) ประธานสหภาพผู้บริโภคสาธารณูปโภคของยูเครน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์ระบบพลังงานของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างหนัก โดยยูเครนอาจต้องพึ่งพาสภาพอากาศอบอุ่นกว่าปกติอย่างมาก หรือสามารถบรรลุ “ข้อตกลงพักรบด้านพลังงาน” เพื่อให้สามารถผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้

    หากไม่เกิดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง โปเปนโกเตือนว่า ยูเครนอาจต้องเผชิญกับ “ฤดูหนาวแห่งการพิพากษา” ซึ่งเมื่อเทียบกับวิกฤติพลังงานที่เผชิญมาตลอดช่วงก่อนหน้านี้แล้ว อาจแทบเทียบไม่ได้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในฤดูหนาวครั้งนี้

    เขาระบุว่า โรงไฟฟ้าพลังความร้อนในคาร์คิฟ (Kharkiv) และซูมี (Sumy) ถูกทำลายไปแล้ว ขณะที่ กรุงเคียฟ (Kyiv), ลวีฟ (Lviv) และดนีโปร (Dnipro) กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากระบบและประสบปัญหาไฟฟ้าดับ

    ขณะเดียวกัน โปเปนโกยังตั้งข้อสงสัยต่อ “โครงสร้างป้องกัน” ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องสถานีไฟฟ้าย่อย (substations) และจุดสำคัญในระบบส่งและกระจายไฟฟ้า ซึ่งมีการทุ่มงบประมาณมหาศาลในการก่อสร้าง แต่ในทางปฏิบัติ กลับไม่สามารถป้องกันโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จากการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ความหวังที่จะประคองระบบพลังงานให้ผ่านพ้นฤดูหนาว ยังคงต้องฝากไว้กับสภาพอากาศและสถานการณ์การเจรจาเป็นสำคัญ

    https://www.facebook.com/share/p/193zzGKif3/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียเปิดฉากถล่มยูเครนครั้งใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยขีปนาวุธและโดรน

    ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามีการใช้ขีปนาวุธชนิดต่างๆ ดังนี้:
    ▪️ ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (Supersonic cruise missile) รุ่น Oniks-M จำนวนประมาณ 11 ลูก
    ▪️ ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic cruise missile) รุ่น Zircon จำนวนประมาณ 6 ลูก
    ▪️ ขีปนาวุธร่อนรุ่น Kalibr จำนวนประมาณ 5 ลูก
    ▪️ ขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) รุ่น Kn-23 ของเกาหลีเหนือ จำนวนประมาณ 4 ลูก
    ▪️ ขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) Iskander-M จำนวนประมาณ 2 ลูก
    รวมขีปนาวุธทั้งหมดประมาณ 28 ลูก

    นอกจากนี้ ยังมีการใช้โดรนกึ่งขีปนาวุธร่อนรุ่น S8000 Banderol อีกประมาณ 8 ลูกโจมตีเมือง Kremenchuk

    เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบไปด้วยหลายแห่งทั่วยูเครน เช่น โรงงานโลหะวิทยาใน Kryvyi Rih, โรงงานเคมีใน Pavlohrad, โรงกลั่นน้ำมันใน Kremenchuk และเป้าหมายทางอุตสาหกรรมใน Dnipro

    https://www.facebook.com/share/p/1Dnsm7MWTL/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เนี่ยยยย
    ถามวัวตอบควาย
    FB_IMG_1790072351724.jpg
    ล่าสุดกัมฯ ส่งภาพแผนที่ ราว 550 ปีก่อนยุคกรุงศรีฯ ของไทย ลงสื่อ

    คือพอหาคําตอบไม่ได้ก็ใช้วิธี เราอยู่มาก่อนคุณห้าร้อยห้าสิบปี ของที่คุณคิดได้หรือเป็นวัฒนธรรม ล้วนแต่มีต้นกําเนิดจากเราทั้งสิ้น
    https://www.facebook.com/share/p/1Efb1tY2vG/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มุกเดิม #ข่าวสั้นกัมพูชา

    “ สงครามข่าวสารปะทุ เนธ เพียกตรา รมต.ข่าวสารสารสนเทศกัมพูชา ขุดแผนที่ขแมร์แอมไพร์ งัดตำราฝรั่งอ้างสิทธิ์มรดกอารยธรรมไทยเป็นของกัมพูชา “

    …………..…………..…………..……………………..

    1.- หลังดราม่าข้ามประเทศกรณีการนำภาพถ่ายมรดกทางวัฒนธรรมไทยไปแอบอ้างบนเวทีประกวดนางงามระดับสากลทวีความร้อนแรงถึงขีดสุด เมื่อข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาตบเท้าเข้ามาร่วมวงสงครามข่าวสารด้วยตนเอง

    2.- ภายหลังจากที่ " ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ " รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทย ออกมาเคลื่อนไหวโต้ตอบอย่างเด็ดขาด กรณีเวที #MissUniverseCambodia 2026 นำภาพถ่ายแผ่นฟิล์มกระจกโบราณสตรีสยามจากจังหวัดกำแพงเพชร

    3.- ซึ่งเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกที่UNESCO รับรองและกรมศิลปากรถือครอง ไปใช้โปรโมตวัฒนธรรมตนเอง พร้อมเรียกร้องให้ฝั่งกัมพูชายอมรับความจริงและหยุดพฤติกรรมส่อเจตนาบิดเบือน

    4.- ล่าสุด " เนธ เพียกตรา " (Neth Pheaktra) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารและสารสนเทศกัมพูชา ได้เคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัว ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวทั้งภาษาเขมรและภาษาอังกฤษ เพื่อพยายามสร้างกรอบความชอบธรรมเชิงอารยธรรมให้แก่ฝั่งตนเอง

    5.- ทว่า สิ่งที่สร้างความฮือฮาและจุดประเด็นถกเถียงรอบใหม่ คือการที่ ” เนธ เพียกตรา “ ไม่เพียงแต่นำภาพถ่ายสตรีห่มสไบเฉียงจากหนังสือภาษาฝรั่งเศส LE CAMBODGE โดย P. LE FAUCHEUR มาอ้างอิงอย่างด่านหน้าโดยไร้แผ่นฟิล์มกระจกต้นฉบับยืนยันเหมือนฝั่งไทย

    6.- แต่ยังได้ แนบภาพ " แผนที่อาณาจักรขแมร์ " (Empire Khmer) หรือแผนที่เขมรแอมไพร์ในยุคโบราณ ซึ่งลากเขตแดนครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบัน มาเป็นภาพประกอบในการอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

    7.- ” เนธ เพียกตรา “ ได้ระบุไว้ดังนี้

    “ กัมพูชามิได้เป็นเพียงดินแดนแห่งปราสาทโบราณและมรดกทางวัฒนธรรมที่มั่งคั่งเท่านั้น หากแต่ยังเป็นถิ่นกำเนิดของวัฒนธรรมและอารยธรรมกัมพูชา ที่ถูกรังสรรค์ ค้ำจุน และปกป้องรักษาผ่านประวัติศาสตร์มานานหลายศตวรรษ ตั้งแต่ภาษา วรรณกรรม ศาสนา ศิลปะ สถาปัตยกรรม ดนตรี และการร่ายรำ

    ไปจนถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี และวิถีชีวิตประจำวันของชาวกัมพูชา ทั้งหมดล้วนสะท้อนถึงอัตลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของชนชาติกัมพูชา

    วลีที่ว่า กัมพูชาคือผู้ดูแลและสืบทอดวัฒนธรรมและอารยธรรมกัมพูชา มิได้หมายถึงเพียงการอ้างสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของมรดกแห่งอดีตกาลเท่านั้น

    หากแต่มีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น กล่าวคือ คนกัมพูชาคือผู้รับสืบทอดมรดกอันตกทอดมาจากบรรพบุรุษ และมีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์ ปกป้อง พัฒนา และส่งต่อมรดกดังกล่าวให้แก่คนรุ่นหลัง

    หลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีชีวิตของอารยธรรมกัมพูชาสามารถพบเห็นได้ทั่วประเทศกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นนครวัด ปราสาทพระวิหาร ปราสาทสมโบร์ไพรกุก โบราณสถาน ศิลาจารึก และผลงานทางศิลปะนับไม่ถ้วน

    ล้วนแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและความสำเร็จอันก้าวหน้าของบรรพบุรุษกัมพูชา ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การจัดการน้ำ ดาราศาสตร์ ศิลปะ และการจัดระเบียบทางสังคม

    กระนั้น อารยธรรมกัมพูชามิได้คงอยู่เพียงแค่ในปราสาทหินเท่านั้น หากแต่ยังคงมีชีวิตอยู่ในภาษาและอักษรกัมพูชา นาฏศิลป์ชั้นสูง (Royal Ballet of Cambodia) ละโคนโขล (Lakhon Khol) เจรียงจับเป็ยฎองเวง (Chapei Dang Veng) ศิลปะการต่อสู้กุน โบกาตอร์ (Kun Lbokator) มุขปาฐะ พิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม

    ตลอดจนขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวกัมพูชา สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานที่ยืนยันว่า วัฒนธรรมกัมพูชาไม่อาจเป็นเพียงมรดกที่ถูกปล่อยให้เงียบเหงาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หากแต่เป็นมรดกที่มีชีวิต และได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมา

    การเป็นผู้ดูแลและสืบทอดมรดก มิได้หมายถึงเพียงการภาคภูมิใจในมรดกนั้นเท่านั้น หากแต่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ

    หากเรากล่าวว่าวัฒนธรรมและอารยธรรมกัมพูชาเป็นของเรา เราต้องตั้งคำถามกับตนเองด้วยว่า

    เรากำลังทำสิ่งใดเพื่อปกป้องมรดกเหล่านี้ เยาวชนกัมพูชาเข้าใจประวัติศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และคุณค่าทางวัฒนธรรมของตนเองมากน้อยเพียงใด

    เราได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพในการถ่ายทอดเรื่องราวแห่งมรดกของเราแล้วหรือไม่ หรือเรากำลังปล่อยให้ผู้อื่นเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นแทนเรา

    กัมพูชาคือผู้ดูแลและสืบทอดวัฒนธรรมและอารยธรรมกัมพูชา เพราะนี่คือมรดกที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และส่งต่อมายังพวกเรา เรามีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องรักษาไว้ในยุคสมัยของเรา พร้อมทั้งส่งต่อให้แก่คนรุ่นหลัง

    โดยไม่ปล่อยให้อัตลักษณ์และคุณค่าของมรดกนี้สูญหายไป วัฒนธรรมกัมพูชาคือจิตวิญญาณของชาติ อารยธรรมกัมพูชา คือประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์ การปกป้องและส่งเสริมวัฒนธรรมและอารยธรรมนี้ จึงหมายถึงการปกป้องอัตลักษณ์และอนาคตของกัมพูชา ”
    FB_IMG_1790076131674.jpg FB_IMG_1790076134800.jpg FB_IMG_1790076139260.jpg FB_IMG_1790076143314.jpg
    …………..…………..…………..……………………..

    ที่มา

    >> https://www.facebook.com/share/1EvXjBUwcC/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/p/19VAtFFUcN/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/v/1Doi3U4p2n/?mibextid=wwXIfr

    …………..…………..…………..……………………..
    https://www.facebook.com/share/p/1DyL81mkPE/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1790143350702.jpg

    เช้านี้มานั่งหา สาเหตุ น้ำมันชนต้าน 105 USD ตามกราฟเทคนิค ปรากฏที่เจอ คือ ทรัมป์ สั่งยกเลิกแผนโจมตีฮูตีกระทันหัน ทั้งที่ขนกระสุนบรรจุไปที่ขนส่งทางอากาศเรียบร้อยหมดแล้ว โดยรายงานระบุว่าเขาไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ถลำลึกเข้าสู่สงครามในตะวันออกกลางไปมากกว่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและคะแนนนิยมภายในประเทศ (นั่นไง วิแคะไว้เป๊ะ)

    ซึ่งทั้งที่ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ได้เรียกร้องให้ ปธน.ทรัมป์ เข้าแทรกแซงทางทหารโดยตรง หลังจากกลุ่มฮูตีเปิดฉากระดมยิJขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายสำคัญในซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรง ทรัมป์จึงได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) เตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมกับซาอุดีอาระเบีย "แต่สุดท้ายยกเลิก"

    งั้นแสดงว่าหลังเลือกตั้ง Mid Term เสร็จ (เดือนพฤศจิกายน 2026 ปีนี้ ?) คิดสิคิด จะเกิดอะไรขึ้น
    อ่านโฮมรูม Cover SET ฉบับเต็มได้ที่ห้องนักเรียน Ex + ห้อง Sub ตะไคร้ ก่อนเวลา 08.30 - 08.45 น. ทุกวันทำการ

    #เด็กเล่นหุ้น

    https://www.facebook.com/share/1dH24Z4EEd/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,186
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1790217576458.jpg

    (Sep 23) ตลาดดีเซลโลก ‘ตึงตัวหนัก’ เอกชนเตือนรัฐบาลเร่งรับมือ: ตลาดน้ำมันดีเซลโลกเผชิญภาวะตึงตัวหนักหลังสงครามในอิหร่าน และยูเครน กระทบการส่งออกจากผู้ผลิตรายใหญ่ ทั้งต่อรัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดันราคาน้ำมันดีเซลในยุโรป และสหรัฐ “พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ขณะที่สัญญาณจากตลาดคลังน้ำมันบ่งชี้ว่า ภาวะขาดแคลนอาจ “ยาวจนถึงปี 2027”

    สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดีเซลในยุโรปปิดตลาดสัปดาห์ที่แล้วระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากต้นปี 2026 หลังปัญหาอุปทานลุกลามถึงทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งออกดีเซลของซาอุดีอาระเบีย

    ข้อมูลจากบริษัทเคปเลอร์ ระบุว่า การส่งออกดีเซลจากตะวันออกกลางระหว่างเดือนมี.ค.- ส.ค.ลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือเฉลี่ยเพียง 800,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นแรงกระแทกสำคัญต่อยุโรปเนื่องจากตะวันออกกลาง “คิดเป็นเกือบ 41%” ของการนำเข้าดีเซลของยุโรปในปี 2025

    จอร์จ ชอว์ นักวิเคราะห์ของเคปเลอร์ กล่าวว่า “หากการขนส่งผ่านทะเลแดงหยุดชะงักมากไปกว่านี้ก็เสี่ยงทำให้ตลาดดีเซลโลกที่ตึงตัวอยู่แล้วเผชิญแรงกดดันหนักขึ้น” พร้อมระบุว่า ตลาดดีเซลโลกยังคงเปราะบาง เนื่องจากกำลังการกลั่นยังเป็นคอขวดสำคัญของตลาด

    ขณะเดียวกัน “รัสเซีย” ซึ่งเป็นผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ สั่งห้ามส่งออกดีเซลตั้งแต่เดือนก.ค. หลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนกระทบโรงกลั่นหลายแห่ง ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าอย่างตุรกี และบราซิล ต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าทดแทน

    ปัญหาสำคัญคือ โรงกลั่นทั่วโลกแทบไม่มีศักยภาพเหลือพอที่จะเร่งผลิตเพื่อชดเชยอุปทานที่หายไป โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า โรงกลั่นจำนวนมากกำลังเดินเครื่องใกล้เต็มกำลังอยู่แล้ว ทำให้มีทางเลือกจำกัดในการป้องกันไม่ให้ตลาดตึงตัว

    ภาวะขาดแคลนสะท้อนชัดผ่านระดับสต๊อกที่ลดลงอย่างหนัก โดยคลังน้ำมันในศูนย์กลาง Amsterdam-Rotterdam-Antwerp ของยุโรปอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่สต๊อกดีเซลสหรัฐ “ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุด” สำหรับช่วงเวลานี้ของปีนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1982

    สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดว่า สต๊อกน้ำมันกลั่นของสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่จำหน่ายในรูปดีเซล จะลดต่ำกว่า 100 ล้านบาร์เรลในเดือนก.ย. และมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบต่ำสุดเฉลี่ย 5 ปีไปจนถึงสิ้นปี 2026 และเกือบตลอดปี 2027

    อีกสัญญาณหนึ่ง มาจากตลาดเช่าคลังน้ำมันในอเมริกาเหนือ และแคริบเบียน ซึ่งมีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากผู้ค้า และโรงกลั่นไม่ต่อสัญญาเช่าถังเก็บ เพราะ “แทบไม่มีดีเซลเหลือให้กักเก็บ” สะท้อนว่าผู้เล่นในตลาดคาดว่าภาวะอุปทานตึงตัวจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยถึงไตรมาสแรกของปีหน้า

    สถานการณ์ดังกล่าว กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคเกษตร การผลิต และการขนส่งหนัก โดยราคาขายปลีกดีเซลในสหรัฐ “ทะลุ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรก” ในเดือนนี้ ขณะที่ราคาดีเซลในเอเชียยังอยู่ “ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์”

    อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความหวังบางส่วนจากจีน ซึ่งเพิ่มการส่งออกดีเซลขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่งในเดือน ส.ค. ที่ราว 320,000 บาร์เรลต่อวัน รวมถึงค่าการกลั่นดีเซลที่อยู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งอาจจูงใจโรงกลั่นเร่งการผลิตเพิ่ม

    ถึงกระนั้น ตลาดยังเปราะบางมากหากสงครามในอิหร่านหรือรัสเซีย-ยูเครนรุนแรงขึ้น หรือเกิดเหตุขัดข้องครั้งใหญ่ในโรงกลั่น อาจจุดชนวนให้ราคาดีเซลพุ่งอีกระลอก โดย อเล็กซ์ โฮดส์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ตลาดพลังงานของบริษัทสโตนเอ็กซ์ มองว่า ปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันยังสนับสนุนให้ราคาดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ

    ส่งสัญญาณขยับดีเซล หวั่นกองทุนทะลุแสนล้าน
    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่สูงขึ้นมาก ซึ่งราคาดีเซลสัปดาห์นี้อยู่ที่ 193.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มจากสัปดาห์ก่อน 18.61%

    แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาพลังงานโลกยังผันผวนสูง และส่งผลทางตรงต่อต้นทุนพลังงานไทย โดยเฉพาะราคาดีเซลที่กระทบประชาชนวงกว้าง รวมถึงภาคเกษตรกรรม และภาคการผลิต

    ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานต้องเตรียมรับมือความเสี่ยงจากราคา Spot LNG ที่สูงขึ้น ซึ่งหากปล่อยให้ต้นทุน LNG กระทบต้นทุนผลิตไฟฟ้ามากเกินไปจะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าประชาชนในงวดถัดไป (ม.ค.-เม.ย.2570)

    ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในภาวะติดลบ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดติดลบกว่า 90,000 ล้านบาท และมีโอกาสถึง 100,000 ล้านบาทภายในเดือนต.ค.2569 หากราคาพลังงานโลกอยู่ระดับสูง

    รวมทั้งหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังผันผวนรุนแรง อาจต้องปรับราคาขายปลีกในประเทศบางส่วน เพื่อส่งสัญญาณให้ตลาด และลดแรงกดดันต่อกองทุนน้ำมัน เพราะหากกองทุนน้ำมัน ติดลบจนเข้าภาวะวิกฤติ อาจทำให้ขีดความสามารถการบริหารจัดการลดเร็ว

    “ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังผันผวนหนัก อาจต้องปรับราคาขายปลีกในประเทศบางส่วนเพื่อส่งสัญญาณให้ตลาด และป้องกันไม่ให้กองทุนน้ำมัน ประสบภาวะวิกฤติจนบริหารจัดการไม่ได้”

    ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประชุมติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ปรับอัตราเงินกองทุนฯ ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันต่อเนื่อง

    ลุยเสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ำมัน
    แหล่งข่าวกล่าวว่า กระทรวงพลังงานพยายามบริหารจัดการไม่ให้ฐานะกองทุนติดลบทะลุ 100,000 ล้านบาท จากช่วงต้นปีที่กองทุนยังมีฐานะเป็นบวกก่อนทยอยติดลบลงจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง และการเข้าไปพยุงราคาพลังงาน

    สำหรับมาตรการดูแลราคาดีเซลยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยโจทย์ใหญ่คือ สภาพคล่องกองทุนน้ำมัน หลังภาระการชดเชยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ต้องหารือแนวทางบริหารสภาพคล่อง รวมถึงความเป็นไปได้ในการกู้เงินเพิ่มเติม

    ก่อนหน้านี้กองทุนน้ำมัน กู้เงินเพื่อมาเสริมสภาพคล่องแล้ว 20,000 ล้านบาท แต่จากการหารือล่าสุดทุกฝ่ายมีท่าทีไม่ต้องการกู้เงินเพิ่มเติมรอบนี้ ทำให้ทางเลือกในการขอความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีถูกนำกลับมาพิจารณา เพราะหากกองทุนต้องกู้เงินเพิ่มเติม ฝ่ายคลังจะต้องเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุน และบริหารภาระทางการคลัง

    ไร้ลดภาษีดีเซล-ขอคลังค้ำเงินกู้ก้อนใหญ่
    “นโยบายดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยถ้าเงินกู้ก้อนนี้หมดแล้วรัฐบาลไม่มีมาตรการด้านภาษี กองทุนน้ำมัน อาจต้องกู้เงินเพื่อมาเสริมสภาพคล่องอีก โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเทียบเคียงกับกรอบวงเงินเดิมในอดีตช่วงวิกฤติรัสเซีย-ยูเครนที่เคยตั้งไว้ 150,000 ล้านบาท ดังนั้น ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ขึ้นกับกระทรวงการคลังด้วย”

    โดยกำหนดรูปแบบการเบิกจ่ายเงินกู้แบบทยอยเบิก สำหรับเงื่อนไขการกู้เงินในเบื้องต้น วางโครงสร้างระยะเวลาการกู้ไว้ที่ 5 ปี โดยมีระยะเวลาปลอดการชำระคืนเงินต้นในช่วง 2 ปีแรก ที่จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียว แล้วจึงเริ่มชำระคืนเงินต้นในปีที่ 3 ถึงปีที่ 5

    ขณะเดียวกันก็มองว่ามาตรการลดภาษีสรรพสามิตอาจผ่านจุดที่เหมาะสมไปแล้ว จึงควรเน้นการใช้วิธีอื่นในการบริหารจัดการหนี้อย่างยั่งยืนแทน นอกจากนี้ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือจากการชดเชยทั่วไปมาเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

    ลดอุดหนุน-ทยอยปรับขึ้นตามกลไกตลาด
    แหล่งข่าวประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงปลายปี 2569 อาจเคลื่อนไหวในระดับสูงถึง 180-190 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด

    ทั้งนี้ หากสถานะกองทุนขยับเข้าสู่ระดับติดลบ 100,000 ล้านบาท ก็อาจจะต้องทยอยลดระดับการอุดหนุน เพื่อให้กองทุนสามารถรักษาสภาพคล่อง และกลับมาบริหารจัดการได้ ซึ่งการลดการอุดหนุนจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะจากเดิมที่รัฐบาลเคยตรึงราคาดีเซลไว้ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาราว 40 บาทต่อลิตรแล้ว

    ภาคเอกชนห่วงน้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจ
    แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สิ่งน่ากังวลสุดเวลานี้อาจไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่เป็นผลกระทบเศรษฐกิจไทย โดยหากราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิต การขนส่ง และการลงทุน ซึ่งภาคธุรกิจยังคงต้องพึ่งพาการใช้พลังงานโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่สูงในการดำเนินธุรกิจไม่แพ้กลุ่มเกษตรกรรม

    ทั้งนี้ หากต้นทุนพลังงานสูงเกินไป นอกจากกระทบกำลังซื้อประชาชน และความสามารถภาคธุรกิจ ดังนั้น การใช้กองทุนน้ำมัน พยุงราคาช่วงวิกฤติจึงมีเป้าหมายสำคัญเพื่อไม่ให้ต้นทุนพลังงานส่งผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วเกินไป โดยเมื่อฐานะกองทุนน้ำมัน ตึงตัวมากขึ้น รัฐบาลต้องหาจุดสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพกับการรักษาเสถียรภาพการเงินกองทุนน้ำมัน และฐานะการคลังประเทศ

    “ตราบใดที่ไทยต้องพึ่งการนำเข้าพลังงาน แต่ไม่ประหยัดจะสร้างภาระมหาศาล หากทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานจะช่วยให้ประเทศผ่านวิกฤติ และทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ ซึ่งสิ่งสำคัญอยากให้รัฐบาลดูแลราคาพลังงานไม่ให้เป็นต้นทุนเกินที่ภาคอุตสาหกรรมแบกรับไหว เพราะทุกวันนี้ต้นทุนพลังงานก็อยู่ในระดับที่สูง บางธุรกิจกว่า 40-50%”

    Source: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    https://www.bangkokbiznews.com/economics/1253086

    เพิ่มเติม
    - Global diesel prices hit record highs, further rises possible : https://www.reuters.com/business/en...cord-highs-further-rises-possible-2026-09-21/ หรือ https://ca.finance.yahoo.com/news/global-diesel-prices-hit-record-160201196.html

    Cr. Reuters

    https://www.facebook.com/share/1HS3KpjNiW/
     

แชร์หน้านี้

Loading...