เรื่องเด่น ปกิณกธรรม เรื่องราวในพม่า

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 24 กันยายน 2026 at 18:42.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026

    ปกิณกธรรม เรื่องราวในพม่า

    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์
    สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    (จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร)
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    ณ วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026
    ได้เวลาเข้าสู่การปฏิบัติธรรมรอบสายของวันอังคารที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

    เมื่อวานนี้กล่าวถึงการเมืองการทหารของทางพม่าว่า บรรดาแม่ทัพภาคเขามีอำนาจเหมือนกับเป็นเจ้าประเทศราช ก็คือเป็นใหญ่ในพื้นที่ของตนเอง สามารถที่จะเรียกเก็บภาษีการค้าต่าง ๆ จากผู้ประกอบการทั้งหมด โดยเฉพาะถ้าเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศไทย ใครย้ายมาก็เท่ากับตกถังข้าวสารเลย เพราะว่าการค้าชายแดนของเรานั้น มียอดตัวเลขที่น่าชื่นใจมาก เพียงแต่ว่าผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจว่า ใครใหญ่ในพื้นที่ ? ถ้าหากว่าเข้าผิดที่ อาจจะเสียซับเสียซ้อนก็ได้..!

    บรรดาแม่ทัพภาคที่ว่ามีอำนาจอยู่ในพื้นที่ ให้ทุกท่านสังเกตว่า ถ้าเรามีเรื่องกระทบกระทั่งกับทางพม่า รัฐบาลต่อสายตรงเข้าหาที่ย่างกุ้ง เรื่องไม่จบครับ จนกว่าคุณจะสามารถพูดคุยกับแม่ทัพภาค แล้วเขาบอกว่าอย่างไรก็ตามนั้นแหละ..!

    คราวนี้ แม่ทัพภาคเขามีการโยกย้ายทุก ๖ เดือน ตรงนี้ที่ทำให้คนไทยของเราที่ไม่เข้าใจแล้วไปค้าขายชายแดน มีสิทธิ์ที่จะขาดทุนย่อยยับได้ อย่างที่เกาะสอง จังหวัดระนอง บรรดาเรือประมง "เต๊ย" เงินกันได้ ๖๐ ล้านบาท เอาไปมอบให้แม่ทัพภาคของพม่า ขออนุญาตเข้าไปทำประมงในเขต Victoria Point ของพม่า ทางแม่ทัพภาคก็รับเอาไว้ด้วยความยินดี ไทยจะส่งเรือประมงเข้าไปกี่ลำก็ได้ ตอนนั้นวิ่งกันคึกคักมาก

    แต่ปรากฏว่า ๒ เดือนต่อมา มีคำสั่งแม่ทัพภาคว่าห้ามทำการประมงในเขตพม่า อ้าว..บรรลัยแล้ว จ่ายไป ๖๐ ล้านบาท ยังไม่ทันจะคืนทุน สอบถามดูถึงได้รู้ว่าเขาเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคคนใหม่ แม่ทัพภาคคนใหม่บอกว่า "ถ้าอยากจะทำประมงต่อ ก็จ่ายมาเสียดี ๆ อีก ๖๐ ล้านบาท" ได้ยินแล้ว "น้ำตาจิไหล..!"

    อย่างตอนที่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันที่ชายแดนแม่สอด ทางแม่ทัพภาคสั่งปิดด่านห้ามค้าขาย เขาไม่ได้ปิด "ก๊องแก๊ง" แบบบ้านเรานะครับ ที่ประมาณว่าปิดโชว์ผู้สื่อข่าว แต่จริง ๆ แล้ว "ทางหมาลอด" มีเพียบเลย ของพม่านี่ถ้าปิดก็คือปิด ใครฝืนโดนจับได้ยิงทิ้งอย่างเดียว..! เจอแบบนี้เข้าถึงไม่กล้าหือกัน พ่อค้าแม่ค้าทางแม่สอด ก็ต้องรวมเงินให้ได้ ๒๖ ล้านบาท ไปขออนุญาตเปิดทำการค้าขาย รัฐบาลไม่ต้องไปยุ่งครับ เจรจาไปไม่มีประโยชน์ เพราะว่าไม่มีเงินไปให้เขา แต่พ่อค้าแม่ค้าหาผู้ประสานงานในท้องถิ่นไปเจรจา คุยกันว่าหาให้เขาได้เต็มที่เท่าไร ? แล้วเขาจะเปิดให้ทำอะไรได้บ้าง ? ถ้าเป็นอย่างนั้นถึงจะมีผล
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026
    แล้วทางด้านส่วนกลางสั่งงานแม่ทัพภาคไม่ได้ ผมก็สงสัยว่า ถ้าเป็น ผบ.ทบ. ของเรา หรือ ผบ.สูงสุดของเรา สั่งแม่ทัพภาคไม่ได้ ก็ปลดเลย ประมาณว่า "ผู้การธรรมนูญ" ไม่ยอมถอยให้ทหารเขมร กูก็ย้ายซะ..! แต่ทางพม่าทำอย่างนั้นไม่ได้ครับ แม่ทัพภาคทุกกองทัพมีกองกำลังเป็นของตัวเอง ถ้ารัฐบาลกลางไปยุ่งมาก ๆ เขาหันปากกระบอกปืนกลับ ก็คือหันมาปฏิวัติ รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้..!

    แล้วทางด้านรัฐบาลพม่าก็พยายามใช้วิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง อย่างกองกำลังกะเหรี่ยง เราจะเห็นว่ามีหลายชุด มี DKBA มี KNU เหล่านี้เป็นต้น ความจริงเขาแยกง่าย ๆ ว่ากะเหรี่ยงพุทธ กะเหรี่ยงคริสต์ครับ ทางด้านกะเหรี่ยงคริสต์ของ "ซอตูมูแฮ" ไปยอมสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลกลาง เขาก็ตั้งให้เป็นนายพล คุมกองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ทั้งหมด เจ้ากองกำลังนี้เป็นกองกำลังที่แสบมาก ก็คือถ้าหากว่าพระเดินขบวนประท้วง รัฐบาลจะสั่งให้กะเหรี่ยงคริสต์เข้ามาปราบ กะเหรี่ยงพุทธไม่กล้าแตะพระครับ แต่กะเหรี่ยงคริสต์ยิงเอาจริง ๆ ก็เลยกลายเป็นอะไรที่อยู่ในลักษณะว่า กลายเป็นมือเป็นไม้ให้รัฐบาลพม่าในการปกครองประเทศ

    นายทหารกะเหรี่ยงพุทธที่คุมกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธก็คือ "พันโทซออ่อง จีวิน" คุ้นเคยกับผมมากครับ เพราะว่าถึงเวลามีงานประจำปีงานอะไร แกก็จะออกบัตร VIP ให้ผมเข้าไปเพื่อไปร่วมงานด้วย เพื่อน ๆ ยอมสวามิภักดิ์กับรัฐบาลพม่า ได้รับแต่งตั้งเป็นนายพลกันหมด "พันโทซออ่อง" คุมกำลังกะเหรี่ยงพุทธทั้งประเทศ เป็นแค่พันโทครับ เพราะว่าไม่ยอมวางอาวุธ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะเห็นว่าทหารพม่านั้น ส่วนใหญ่ก็คือกอบโกยผลประโยชน์ทุกอย่างในพื้นที่เข้าหาตัวเอง

    ปี ๒๕๔๕ โดยประมาณ ผมข้ามไปเพื่อเตรียมงานขั้นตอนสุดท้ายในการสร้างวัดที่นั่น ปรากฏว่าเจอรถกระบะจากฝั่งไทย ติดอยู่ที่ด่านเจดีย์ฝั่งพม่าเกือบ ๖๐๐ คัน เจ้ารถพวกนี้โดนขโมยไปทั้งนั้นครับ คนพม่าท่าจะบ้าครับ บ้าตรงไหน ? เขาขี่รถขโมยด้วยความภาคภูมิใจครับ ยิ่งถ้ามีตัวหนังสือไทยติดอยู่ ยิ่งชอบใจใหญ่เลย ก็เลยมีรถกระบะ "บึงสำราญฟิชชิ่งปาร์ค" มีรถกระบะโฆษณาน้ำมันเครื่องไทย อะไรสารพัดครับ..!

    ราคารถเท่าไร ทะเบียนเท่านั้นครับ ตอนนั้นผมนั่งรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์รุ่นแรก ราคาประมาณ ๓๕๐ ล้านจั๊ต ทะเบียนรถคันนั้น ถ้าไปขอที่พม่าก็คือ ๓๕๐ ล้านจั๊ตครับ ราคารถเท่าไร ทะเบียนรถเท่านั้นครับ แล้วดูดี ๆ นะครับ ทะเบียนรถพม่ามีทั้งแบบวิ่งได้แค่จังหวัดนั้น มีวิ่งได้แค่รัฐนั้น และมีวิ่งได้ทั่วประเทศ ถ้าดูไม่ดีนี่โดนเขาแหกตา วิ่งได้ใกล้นิดเดียว แต่จ่ายไปตั้งเยอะตั้งแยะก็จุกอกละครับ..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026
    ในเมื่อทหารพม่ากอบโกยผลประโยชน์ทุกอย่างในประเทศ รัฐบาลทหารจึงไม่ยอมวางมือสักที เราจะเห็นว่า "พลเอกตานฉ่วย" แต่งงานลูกสาว ลูกสาวประดับเพชรแพรวพราวไปทั้งตัว เขาตีว่ามูลค่าเป็นพันล้านนะครับ นั่นลูกสาวคนเดียว แล้วลองคิดดูว่าพวกเขากินประเทศกันขนาดนั้น มีหรือจะยอมวางมือ..!

    ช่วงที่ผมเข้าพม่าไป ๖ ปี "เสี่ยฮุก" ขออนุญาตเอ่ยชื่อเลย "นายสุนทร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์" ของกาญจนบุรีบ้านเรานี่แหละครับ เข้าไปขอทำไม้ฝั่งพม่า โอ้โห..ไปไหนมีขบวนรถทหารพม่านำหน้าและปิดท้าย ยิ่งกว่าผู้ยิ่งใหญ่บ้านเราอีกครับ เพราะเขาถือว่าเป็นผู้ให้ผลประโยชน์ต่อเจ้านายเขามาก ป่าไม้นี่โดนโค่นแหลกลาญเลยครับ

    ท่อนไม้ทั้งหมดโดนส่งมาที่ เขาเรียกว่า "ชอโส่ง" ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์ประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรเองครับ แล้วเสี่ยฮุกก็จะส่ง "รถจอหนัง" ไปขนออกมา เอามากองไว้บริเวณที่เขาเรียกว่า "๖ พันไร่" ถ้าใครอยู่จังหวัดกาญจนบุรีก็จะรู้ แถวนั้นจะมีวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็คือ "วัดถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล" ซึ่งตัววัดก็อยู่ในพื้นที่ ๖ พันไร่ครับ พื้นที่กองไม้ซุงของ "เสี่ยฮุก" เขา ผมยังคิดว่าถ้าโค่นป่ากันขนาดนี้ อีกไม่กี่ปี ฝั่งพม่าก็คงจะกลายเป็นเขาหัวโล้นเหมือนบ้านเราครับ ภูเขาป่าไม้หมดแน่..!

    สัตว์ป่าทุกอย่างของพม่าไม่มีการหวงห้ามครับ ใครใคร่ล่าจงล่า ใครใคร่กินจงกิน ทำเอาเห็นแล้วอนาถใจเหมือนกัน เนื่องเพราะว่าทุกคนให้ผลประโยชน์กับทหาร จะทำอย่างไรก็ได้

    ตลอดเส้นทางทางบกและทางน้ำ จะมีด่านทหารเป็นระยะ ๆ ไป พอถึงเวลาลงไปก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาใบผ่านทางมา ใบผ่านทางนี่เขาเขียนด้วยกระดาษธรรมดานี่แหละครับ ไม่ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดก้นก็ดีตายชักแล้ว ฉีกออกมาจากสมุดนักเรียนบ้าง ฉีกจากสมุดฉีกบ้าง จะเขียนประมาณว่า รถยนต์คันนี้ หมายเลขทะเบียนเท่านี้ วิ่งอยู่ที่บ้านนี้ ตอนนี้จะเดินทางไปไหน ? มีผู้โดยสารกี่คน ?

    ต้นทางเขาก็เซ็นชื่อรับรองมา มีตราประทับ ด่านระหว่างทางก็จะตีตราให้เลย ผ่านตรงนี้จ่ายมา ๒,๐๐๐ จั๊ต วิ่งไปอีกไม่ไกล เจออีกด่านหนึ่งแล้ว เอ้า..จ่าย ๒,๐๐๐ จั๊ต ประทับตราไป กว่าจะถึงปลายทาง ๔ ด่าน ๕ ด่าน เขาเก็บเงินค่าผ่านทางกันดุเดือดขนาดนี้เลยครับ..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026
    ผมไปเจอคุณครูชื่อ "อ่องเมี้ยต" สอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมพะอ๊อก เมืองมะละแหม่ง เป็นโรงเรียนใหญ่ดังมาก ถามว่า "คุณครูเงินเดือนเท่าไร ?" คุณครูยกสองนิ้ว ผมถามว่า "๒๐๐ ดอลลาร์หรือ ? " "ไม่ใช่ครับ" "๒๐๐ บาทหรือ ?" "ไม่ใช่ครับ ๒๐๐ จั๊ต..!" โอ้..เจ้าประคุณรุนช่อง ตอนนั้น ๖ จั๊ตเท่ากับ ๑ บาทครับ ๒๐๐ จั๊ต ได้ยินแล้ว "น้ำตาจิไหล" เพิ่งจะกี่บาทไทยเอง ? แล้วก็จะมีข้าวสารให้ถังหนึ่ง ก็คือมีเงินให้ ๒๐๐ จั๊ต มีข้าวสารให้ถังหนึ่ง นั่นคือเงินเดือนครูครับ ครูระดับมัธยมด้วย..!

    ตอนแรกผมได้ยินว่า มีครูสอนมหาวิทยาลัยที่มะละแหม่ง ลาออกจากครูไปเป็นกรรมกรที่สิงค์โปร์ ผมก็ว่าทำไมครูใฝ่ต่ำแท้ เป็นครูบาอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยดี ๆ ไม่ชอบ ชอบไปเป็นกรรมกร ? พอได้ยินว่าเงินเดือน ๒๐๐ จั๊ต ผมก็แทบจะยุให้ลาออกทั้งประเทศครับ คราวนี้หายสงสัยหรือยังครับว่า ทำไมพี่น้องมอญพม่าหนีมาทำงานที่เมืองไทย ? เพราะว่าทำงานบ้านเราวันเดียว ได้มากกว่าบ้านเขาที่ทำทั้งเดือนครับ..!

    ช่วงที่ผมมาอยู่ทองผาภูมิใหม่ ๆ อาศัยป่าไม้เขาอยู่ ก็จะมีบรรดาพี่น้องมอญพม่านี่แหละครับ มาอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ ตรงนั้น ๑๐ หลังคาเรือน ตรงนี้ ๒๐ หลังคาเรือน รับจ้างป่าไม้ทำงาน วันดีคืนดี ปีใหม่ ตรุษจีน สารทจีน สงกรานต์ ก็จะมีตำรวจ ไม่ก็ทหาร อส. ตชด. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน จะต้องมีสักฝ่ายหนึ่งขึ้นไป แล้วก็จับคนของเขาไป ๒ คน ๓ คน จับไปเฉย ๆ ครับ เพราะว่าอย่างไรก็ผิดข้อหาหลบหนีเข้าเมือง แต่ไม่ได้จับไปทำอะไรนะครับ จับไปเรียกค่าไถ่..! ให้เขาเอาเงินมาไถ่ตัวคนละ ๓ พัน ๕ พันบาท แล้วไอ้คนจับก็เอาไปแบ่งกันกินเหล้า ฉลองเทศกาลครับ จับเพราะว่าหาสตางค์กินเหล้า..!

    ผมถามเขาว่า "ลำบากขนาดนี้แล้วคุณจะอยู่ไปทำไม ?" เขาบอกว่า "โดนขนาดนี้ยังเหลือครึ่ง ๆ แต่ถ้าโดนที่พม่านี่ จะไม่เหลืออะไรเลยครับ" ทหารพม่าถ้ามาถึงนี่เสบียงอาหารมีเท่าไร โดนกวาดหมด ถ้าเจอผู้ชายก็จับไปแบกเสบียง ถ้าเจอผู้หญิงก็ฉุดไปทำเมีย ใครขัดขืนยิงทิ้งครับ..! จึงทำให้ผู้ชายพม่านิยมหนีไปบวช เพราะว่าถ้าบวชแล้วทหารเขาไม่ยุ่งด้วย

    ตัวอย่างที่ทหารไม่ยุ่งกับพระ ชัดที่สุดก็ที่วัดวังก์วิเวการามของ "หลวงพ่ออุตตะมะ" (พระราชอุดมมงคล วิ.) ครับ พอถึงเวลาทหารพม่าก็ไล่ตีทหารมอญ ทหารมอญก็สู้พลางถอยพลาง สู้ไม่ได้ก็ถอยข้ามฝั่งไทย หนีเข้าไปวัดหลวงพ่ออุตตะมะ ไอ้ด่านเจดีย์สามองค์ จริง ๆ อยู่หลังวัดหลวงพ่ออุตตะมะนะครับ ไม่ใช่ตรงด่านที่เราเห็นในปัจจุบันนี้

    ทหารพม่าก็หยุดตั้งแคมป์หุงข้าวกินกันตรงนั้นแหละ มึงอยากอยู่ในวัดมึงก็อยู่ไป ออกมาเมื่อไรค่อยยิงกันใหม่ ผมก็ว่า เออ..ทหารพม่าก็รู้ดีรู้ชั่วนะ ถ้าเข้าวัดแล้วก็ไม่ไปยุ่งด้วย "หลวงพ่ออุตตะมะ" ท่านเลยกลายเป็น "หนังหน้าไฟ" พอไปรับเจ้าพวกนี้เข้ามาก็กลายเป็นช่วยคนหลบหนีเข้าเมือง แต่ถ้าไม่รับ ญาติพี่น้องตัวเองก็ตาย ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าหลวงปู่ท่านเครียดหรือเปล่า !?
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026
    ผมไปพม่า ต้องเอาเงินข้ามไปเพื่อไปสร้างวัด ข้ามไปทีหนึ่งแลกเป็นเงินพม่าก็จำนวนมหาศาล มีอยู่เที่ยวหนึ่งเอาเงินข้ามไป แลกเป็นเงินพม่าได้ ๒๒ ล้านจั๊ต ร้านแลกเงินอยู่ตรงด่านเจดีย์ครับ เอาเศษกระดาษเท่าฝ่ามือแผ่นหนึ่งเขียนให้ว่า "ผู้ถือกระดาษใบนี้ ถึงเวลามาเบิกเงินจำนวน ๒๒ ล้านจั๊ตที่ฝากไว้ โปรดจ่ายให้ด้วย" แล้วก็ลงลายเซ็น แค่นั้นเองครับ แล้วก็ดันทำธุรกิจกันได้ บ้านเราขนาดเซ็นเช็คยังเด้งเลย..!

    ผมก็ต้องเข้าไปที่มะละแหม่ง ไปไล่หาที่อยู่ตามที่เขาเขียนไว้ครับ ไปถึงก็แจ้งเขาว่ามาเบิกเงิน เขาก็บอกว่า "ได้" แล้วก็โทรมาเช็คที่ด่านเจดีย์สามองค์ พออีกฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าใช่ เขาก็เข้าธนาคารไปเบิก คราวนี้เงิน ๒๒ ล้านจั๊ตครับ ตอนเบิกเขานับก็ช้า แล้วยังหาสิ่งของมาใส่ยากด้วย เล่นก็ยัดใส่ถุงปุ๋ยให้ผม ผมเองเห็นว่าเวลามีเยอะ เจอญาติโยมก็อาศัยอัธยาศัยดี ก็คุยกับเขาไปเรื่อย พูดภาษาอังกฤษบ้าง พูดไทยบ้าง รู้เรื่องไม่รู้เรื่อง เรื่องของมึง..!

    เจอคุณแม่บ้านคนหนึ่ง อายุน่าจะใกล้ ๖๐ ปีแล้ว รูปร่างท้วม ๆ ในมือแกกำสมุดบัญชีธนาคารอยู่ ๓๐ กว่าเล่มครับ ผมถามว่า "ป้า..เอาเงินฝากที่ไหนมาเยอะแยะ ?" เขาบอกว่า "เงินเจ้านาย" รู้สึกคุ้น ๆ ไหมครับ ? ไอ้บ้านเราที่โอนหุ้นให้คนขับรถถือแทน อันนี้ให้แม่บ้านฝากเงินแทนในชื่อแม่บ้านครับ ถามว่า "เจ้านายเป็นใคร ?" แกเอ่ยชื่อมา เป็นนายทหารยศพันโทครับ ถามแกว่า "แล้วงวดนี้มาทำอะไร ?" เจ้านายบอกว่า "ให้ถอนเงิน ๒,๐๐๐ ล้านจั๊ตไปฝากที่สิงคโปร์แทน" แค่พันโทนะครับ แค่แม่บ้านมีเงินฝาก ๒,๐๐๐ ล้านจั๊ต แล้วลูกเมียจะมีเท่าไร ? แล้วตัวเขาเองจะมีเท่าไรครับ ?

    ไม่ต้องแปลกใจเลยครับว่าทำไมประเทศพม่าถึงได้ยากจน ไล่ประเทศไทยไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่ทรัพยากรมากกว่าไทยตั้งเยอะ เพราะว่าทำมาเท่าไรก็กลายเป็นของทหารหมด ทหารเขาถึงไม่ยอมวางมือจากการปกครองประเทศ

    แล้วคนพม่านี่กลัวทหารอย่างกับหนูกลัวแมวเลยครับ ถึงเวลาทหารบอกว่าอะไรก็ต้องตามนั้น ผมเองเช่ารถเอาไว้ เห็นวิ่งผ่านสถานที่ โอ้โห..ใหญ่โตมโหฬาร ไม่รู้ว่าอะไร สถานที่ราชการหรือเปล่า ? ผมก็ถ่ายรูปแวบ ไอ้คนขับรถมันทำท่าช็อค บอกว่า "อาจารย์..นั่นเป็นที่ตั้งกองทัพพม่า ถ่ายรูปไม่ได้ครับ โทษประหารชีวิต..!" ผมจะทำอย่างไรละครับ กูถ่ายไปแล้ว..!

    ปรากฏว่าทั้ง ๆ ที่เช่ารถไว้ ๓ วัน รุ่งขึ้นเขาไม่มารับผม ไปถามดูบริเวณท่ารถ เขาบอกคนขับหนีกลับบ้านต่างจังหวัดไปแล้ว กลัวว่าจะติดหางเลขไปด้วย เพราะถ้าทหารจับผมไปประหาร เขาก็จะโดนด้วย จนผมต้องไปหาเช่ารถคันใหม่..!
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,171
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,258
    ค่าพลัง:
    +27,026
    แล้วทหารพม่านี่สายลับทั้งบ้านทั้งเมืองเลยครับ รู้ไหมครับว่าสายลับที่สุดยอดที่สุดในโลก ก็คือ "มอสซาด" ของอิสราเอล รองลงไปก็ "เอฟบีไอ" ของสหรัฐอเมริกา "เคจีบี" ของรัสเซีย อันดับ ๔ สายลับของ "สล็อก" ครับ รัฐบาลทหารพม่า ถ้าถามว่าสายลับเขาเจ๋งขนาดไหน ? ก็แค่มีอยู่ทุกหัวระแหงครับ..!

    ผมข้ามไปพม่าใหม่ ๆ พระพม่าเตือนเลยครับ "อาจารย์..อยู่ประเทศพม่า สองคำที่ห้ามพูดเด็ดขาดเลยนะ" ถามว่า "อะไรวะ ?" "Democracy (ประชาธิปไตย)" กับ "อองซานซูจี" "สองคำนี้พูดให้ได้ยินเมื่อไร อาจารย์มีสิทธิ์จะติดคุกทันทีเลย..!" ผมก็พยายามจะจำเอาไว้ครับ แต่ด้วยความคัน เผลอเมื่อไรก็ถามโน่นถามนี่ไปเรื่อย

    ไปอยู่พม่าเข้าไปครั้งที่ ๒ ที่ ๓ เพราะว่าต้องเดินทางเอาเงินไปให้เขาเรื่อย ๆ ไปสร้างวัดเอาไว้ ก็มีอุบาสกชาวพม่าบอกว่าชื่อ "วินหน่อง" เลื่อมใสพระไทย เห็นว่าจริยวัตรงดงามมาก ขออนุญาตมาถือย่ามให้ ผมก็ส่งย่ามให้ "วินหน่อง" ก็สะพายย่ามโก้ไปเลยครับ ผมไปมะละแหม่ง วินหน่องก็ไปด้วย ผมไปย่างกุ้ง วินหน่องก็ไปด้วย ผมไปมัณฑะเลย์ วินหน่องก็ไปด้วย ไปยันตองยี วินหน่องก็ไปด้วย จนกระทั่งกลับมาวัดที่สร้างไว้ เขาก็ตามกลับมายังวัด

    ผมไปพม่าอยู่ ๖ ปี "วินหน่อง" สะพายย่ามให้ผมอยู่ ๔ ปี พอปีที่ ๕ ผมข้ามไปพม่า วัดใกล้เสร็จแล้ว "วินหน่อง" มาถึงกราบงาม ๓ ที "อาจารย์ครับ ผมไม่ได้ติดตามอาจารย์แล้วนะครับ ผมเกษียณแล้ว" ถามไปว่า "มึงเป็นข้าราชการหรือ ?" ของพม่านี่เขาแต่งตัวเหมือนกันทั้งบ้านทั้งเหมือนครับ จะเป็นข้าราชการ จะเป็นประชาชนอะไรดูไม่ออกครับ ยกเว้นรู้ว่าใครรวยกว่า ก็ตรงเสื้อผ้าใครดูดีกว่าเท่านั้น

    เขาบอกว่า "กราบขอขมาอาจารย์ด้วย ผมเป็นรองอธิบดีกรมสืบราชการลับ เจ้านายเขาเห็นอาจารย์เอาเงินเข้ามามาก กลัวว่าจะมาจ้างนักศึกษาประท้วง ก็เลยให้ผมตามติดดูพฤติกรรมอาจารย์ มา ๓ ปีกว่า ๔ ปี" ผมก็ได้แต่ลูบอกตัวเอง กูหนอกู""ถ้ามีอะไรนอกลู่นอกทางนิดเดียวนี่ กูติดคุกหัวโตไปนานแล้ว รองอธิบดีกรมสืบราชการลับมาอยู่กับกูตั้ง ๔ ปี ไม่ได้รู้เรื่องเลย..!

    คราวนี้รู้หรือยังครับว่าทำไมผมไปพม่า ที่ไหนก็ไปได้ ไอ้พวกสายลับทำไมไม่มายุ่งกับผม ก็เจ้านายเขาอยู่กับผมเอง เออ..ก็เข้าท่านะ มีคนคอยเดินตาม ถึงเวลาจะซื้อตั๋วรถ เขาก็วิ่งไปซื้อให้ ถึงเวลาจะกินข้าว เขาก็วิ่งไปจองโต๊ะสั่งอาหารให้ สะดวกมากเลยครับ แต่ไม่รู้หรอกว่า ไอ้ห่..นั่นเป็นรองอธิบดีกรมสืบราชการลับครับ ถ้าผมติดคุกที่พม่า ผมจะไม่แปลกใจเลย..!

    นิมนต์พระวิปัสสนาจารย์เข้าที่ครับ ได้เวลาแล้ว เดี๋ยวเผลอเกินเวลาอีก ว่าจะคุยต่อเรื่องพระเถระพม่าที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เวลาก็ไม่อำนวยแล้ว รอเวลาอื่นต่อไปนะครับ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    ปกิณกธรรม (มัชฌิมาปฏิปทาและการรักษากำลังใจ)
    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด
    ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...