เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 30 ตุลาคม 2026 เวลา 16:59.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,291
    ค่าพลัง:
    +27,031
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,291
    ค่าพลัง:
    +27,031
    วันนี้ตรงวันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ สำหรับกระผม/อาตมภาพต้องถือว่าเป็น "วันหาหมอ" อีกตามเคย ซึ่งความจริงจะว่าไปแล้ว สาเหตุก็มาจากการเข้ากรรมฐาน ๓ วันนั่นเอง

    เมื่อเตรียมตัวที่จะเดินขึ้นยอดเขาพระพุทธเจติยคีรี "ดร.ดอย" (ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา) ก็งัดเอาเครื่องมือในการตรวจสอบความดันและชีพจรมาจัดการวัดให้ แม้กระผม/อาตมภาพจะบอกว่า "ไม่มีอะไรผิดปกติ" อีกฝ่ายก็บอกว่า "ขอเถอะครับ..อย่างน้อยปีนี้หลวงพ่อก็อายุ ๖๘ ปีเข้าไปแล้ว..!"

    เมื่อวัดแล้ว ความดันอยู่ที่ ๑๔๓ มิลลิเมตรปรอท ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างจะสูง อาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายปรับคืนมาใหม่ ๆ ยังไม่ได้ทรงอยู่ในระดับความเคยชินของตัวประการหนึ่ง และประการที่สองก็คือ ร่างกายนั้นอยู่ในภาวะความดันสูงจริง ๆ..!

    เพียงแต่ว่าการหาหมอของกระผม/อาตมภาพนั้น ส่วนใหญ่โรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ กระผม/อาตมภาพเลิกหาหมอไปนานแล้ว เนื่องเพราะว่ารับยามาก็ฉันไปอย่างนั้นเอง ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้เลย จนกระทั่งเลิกฉันยาแล้วยังรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นกว่าตอนฉันยาเป็นอย่างมาก..!

    แต่ว่าหมอที่ต้องรบกวนอยู่ทุกบ่อยก็คือหมอฟัน เพราะว่ากระผม/อาตมภาพรับเอามรดกจากโยมพ่อมาอย่างเต็มที่ ก็คือฟันผุจากภายในออกมาภายนอก ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ? กว่าจะรู้ตัว ฟันซี่นั้นก็มักจะเหลือแต่เปลือกบาง ๆ ด้านนอก ข้างในผุกลวงไปหมดแล้ว..!

    สมัยที่โยมพ่ออายุมาก อยู่ในช่วงท้ายของชีวิต บางวันขณะที่ท่านกำลังกินข้าวต้มอยู่ ก็บ่นว่า "เผลอกลืนฟันลงไปแล้ว..!" เนื่องเพราะว่าฟันที่ผุอาจจะแตก บิ่น หัก หลุดออกมาแบบไม่บอกไม่กล่าว กระผม/อาตมภาพก็ได้มรดกตรงนี้ของโยมพ่อมาเต็ม ๆ ฟันทั้งปากไม่มีซี่ไหนเลยที่ไม่ได้อุด แถมยังมีฟันปลอมไปอีก ๗ ซี่ ซึ่งเรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นปกติธรรมดา แต่ว่าพาให้รำคาญ เพราะว่าถึงเวลาแล้วก็จะเคี้ยวอาหารไม่ถนัด..!

    ด้วยความที่รู้จักคุ้นเคยกับ "คุณหมอเพชร" (ทันตแพทย์เพชรไพฑูรย์ จันทร์ชูเชิด) ลูกศิษย์คนสำคัญของ "หลวงปู่มหาอำพัน" - พระภาวนาปัญญาวิสุทธิ์ (อำพัน อาภรโณ บุญ-หลง) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ผู้เป็นครูบาอาจารย์ที่รักยิ่งของกระผม/อาตมภาพอีกองค์หนึ่ง "คุณหมอเพชร" จึงได้ปวารณาไว้ว่า "ถ้ามีปัญหาเรื่องฟัน สามารถรบกวนได้ตลอดเวลา"

    งานนี้กระผม/อาตมภาพจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมารบกวนหมอฟันโดยเฉพาะ ส่วนหมออื่น ๆ ก็เลือกดูเอาตามหน้างาน คือมีเวลาก็ไปหา เวลาไม่พอก็รอไปก่อน พูดง่าย ๆ ว่ายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปหา ก็ปล่อยเลยตามเลย..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,291
    ค่าพลัง:
    +27,031
    น่าเสียดายที่ว่าการไปหา "คุณหมอเพชร" นั้น ก็มักจะอยู่ในลักษณะทำฟันฟรี แต่ว่าคุณหมอเองจะต้องไปจ่ายให้กับทางด้านคลินิก ซึ่งเจ้าของคลีนิคเปิดลงทุนเปิดร้านแล้ว ก็เชิญบรรดาหมอที่มีฝีมือเข้ามาประจำ ส่วนการแบ่งสันปันส่วนกันนั้น คนไข้แต่ละคนเข้ามา ทางร้านต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์ ? ทางคุณหมอต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์ ? กระผม/อาตมภาพไม่เคยสอบถาม

    แต่ถ้ามีคนไข้แล้วคุณหมอไม่ได้เก็บสตางค์อย่างกระผม/อาตมภาพ คุณหมอก็ต้องควักกระเป๋าไปให้กับทางคลินิกเอง แล้วบางทีก็ยังมีการควักกระเป๋าทำบุญเพิ่มกับกระผม/อาตมภาพมาเองอีกต่างหาก ดังนั้น..ถ้าไม่ใช่จำเป็นจริง ๆ กระผม/อาตมภาพก็ไม่ไปรบกวนคุณหมอเหมือนกัน

    งานนี้มีเพียงประคำ ๑ สาย ซึ่งเอาเข้าพิธีเข้ากรรมฐาน ๓ วัน มามอบให้กับคุณหมอเป็นสินน้ำใจ กระผม/อาตมภาพเองไม่ได้ใส่ใจว่า การเข้ากรรมฐานปีนี้ไปตรงกับฤกษ์ "จันทร์ซ้อนจันทร์" ก็คือ ฤกษ์วันขึ้น ๑๕ ค่ำที่ตรงกับวันจันทร์ เนื่องเพราะว่าฤกษ์แบบนี้นั้น ส่วนใหญ่จะดีไปทางมหาเสน่ห์ มหานิยม เมื่อไม่ได้สนใจจึงไม่ได้เตรียมอะไรเอาไว้ นอกจากประคำใหม่แค่ ๔ - ๕ เส้นที่อยู่ในย่าม ซึ่งหิ้วเข้ากรรมฐานด้วยเท่านั้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงได้มอบให้กับ "คุณหมอเพชร" เป็นสินน้ำใจไป ๑ เส้น ที่ท่านได้เมตตาให้การสงเคราะห์ตลอดมา

    แล้วส่วนที่น่าหัวเราะที่สุดก็คือเมื่อมาเติมแก๊สก่อนที่จะเข้าที่พัก กระผม/อาตมภาพก็ต้องนั่งมองหน้ากันกับ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ผู้ทำหน้าที่พลขับ เนื่องเพราะว่าเมื่อวานนี้ได้กวาดเงินทุกบาททุกสตางค์ เข้าบัญชีกฐินของวัด เพื่อที่จะให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาเถรสมาคม จึงทำให้ลืมไปว่าตนเองไม่ได้พกธนบัตรใบย่อยเอาไว้เลย

    แม้ว่าในตัวจะมีใบละ ๑,๐๐๐ อยู่สองใบ น้องเล็กก็มีใบละ ๕๐๐ อยู่ แต่ว่าก็ไม่กล้าที่จะเอาไปใช้ เเนื่องจากจะเป็นการรบกวนทางปั๊มแก๊สเป็นอย่างมาก เพราะว่าเขาเองต้องหาเงินทอนให้กับเรา กระผม/อาตมภาพจึงมักจะมีธนบัตรใบย่อยและบรรดาเหรียญต่าง ๆ เตรียมเอาไว้เสมอ เมื่อถึงเวลาเติมแก๊ส บางทีทางปั๊มแก๊สก็ขอแลกเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะตนเองก็ไม่มีไว้ทอนลูกค้าเหมือนกัน..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,291
    ค่าพลัง:
    +27,031
    เมื่อมาเจอลักษณะแบบนี้เข้า นั่งมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะ กระผม/อาตมภาพปรารภว่า "คนโบราณกล่าวว่า "แม้แต่เศรษฐียังขาดไฟ" ดูท่าวันนี้พวกเราจะเป็นเศรษฐีขาดใบย่อยจริง ๆ แล้ว..!"

    แต่ว่ายังดีที่ทางปั๊มแก๊สสามารถหาเงินมาทอนให้ได้ แต่ก็เป็นบทเรียนว่า ในนิทานเรื่อง "เศรษฐีขาดไฟ" นั้น สอนในเรื่องที่อย่าหยิ่งทนง มองข้ามหัวคน อย่าเห็นว่าตนเองมีฐานะสูงส่งแล้วไม่ต้องพึ่งพาใคร อย่าคิดว่าตนเองร่ำรวยแล้วจะไม่ขาดแคลนสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ลักษณะนิทานสอนใจแบบนี้นั้น ของเราเองมาเจอในมุมที่ว่า ขาดแคลนสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คือธนบัตรใบย่อยและเหรียญนั่นเอง

    กระผม/อาตมภาพเป็นคนรุ่นเก่า จึงได้ซาบซึ้งกับนิทานทั้งหลายเหล่านี้มาก แต่เด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่ดูแต่ซีรี่ส์แนวตั้ง แถมยังให้ AI อ่านในลักษณะที่ผิด ๆ เพี้ยน ๆ ไม่ทราบเหมือนกันจะรู้สึกซาบซึ้งเหมือนกระผม/อาตมภาพหรือไม่ ?

    วันนี้เมื่อเข้าถึงที่พักคือวัดอุทยานแล้ว กระผม/อาตมภาพก็จัดสรรเอาทองคำ นาก และเงินส่วนหนึ่ง ซึ่งญาติโยมถวายมาในหลาย ๆ งาน โดยเฉพาะงานออกกรรมฐาน ๓ วัน คือ วันตักบาตรเทโวและทอดกฐินสามัคคีปีนี้ เพื่อที่จะร่วมในการหล่อพระกับ "พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร." เจ้าคณะตำบลบางขนุน เจ้าอาวาสวัดอุทยานในวันพรุ่งนี้

    เพียงแต่ว่าตอนที่รับทองคำมานั้น มีต่างหูใหญ่อยู่ ๒ คู่ ทำจากทองคำ ๑ คู่ นาก ๑ คู่ น้ำหนักน่าจะประมาณคู่ละ ๕๐ สตางค์ แต่จำไม่ได้ว่ารับมาจากไหน ไม่แน่ใจว่ารับมาจากประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศสิงคโปร์ หรือว่าประเทศจีน ญาติโยมท่านนั้นซึ่งจำได้แค่ว่าเป็นสุภาพสตรี ร่วมบุญตรงนี้มา
    ถ้าได้ฟังเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนวันนี้ กรุณาแสดงตัวด้วย
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,345
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,291
    ค่าพลัง:
    +27,031
    ขอให้ทุกท่านได้อนุโมทนาว่า กระผม/อาตมภาพนั้นนำสิ่งที่ท่านทั้งหลาย ได้สละทำบุญมาด้วยกำลังใจอันสูงนั้น ไปใช้ประโยชน์ให้สมกับที่ทุกท่านได้ถวายมาแล้ว

    ดังนั้น..ในส่วนที่ท่านทั้งหลายให้ความไว้วางใจมา ไม่ว่าจะเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม ถ้ามีโอกาส กระผม/อาตมภาพก็จะนำออกใช้ในกองบุญการกุศล เพื่อเพิ่มอานิสงส์ให้กับทุกท่านเสมอ เพราะครูบาอาจารย์ท่านสอนเอาไว้แต่ไหนแต่ไรแล้วว่า "ในเรื่องของเงินทองนั้น ต่อให้เขาถวายเป็นส่วนตัว ก็อย่าคิดว่าเป็นส่วนตัว เพราะว่าเราได้มาในขณะที่เป็นพระภิกษุสงฆ์ เมื่อใช้สมควรแก่สมณสารูป ก็คือ เป็นค่าอาหาร เป็นค่าเดินทาง เป็นค่ารักษาพยาบาล หรือว่าช่วยเหลือเจือจานผู้ที่เดือดร้อนแล้ว ก็ให้ผลักเข้ากองบุญการกุศล เพื่อเพิ่มอานิสงส์ให้แก่ผู้ถวาย"

    ตั้งแต่บวชมาจนป่านนี้ ๔๐ กว่าปี กระผม/อาตมภาพก็ทำตามนี้มาโดยตลอด ปัจจัยไทยธรรมรายการไหนก็ตาม เมื่อรับมาและมอบต่อไปให้กับผู้ที่รอรับอยู่ตามความตั้งใจ ก็มักจะเติมให้เต็มไปเสมอ พูดง่าย ๆ ว่าถ้าหากว่ารับมา ๕ บาท ๖ บาท ก็จะเติมให้เป็น ๑๐ บาท ถ้าหากว่ารับมา ๑๕ บาท ๑๖ บาท ก็เติมให้เป็น ๒๐ บาท เหล่านี้เป็นต้น

    จึงได้แต่ขอให้ทุกท่านอนุโมทนาด้วย
    เนื่องเพราะว่าการเป็นผู้ปิดท้ายกองบุญนั้น มักจะมีอานิสงส์พิเศษ คือความสมบูรณ์บริบูรณ์ในทุกด้าน แบบเดียวกับพระสีวลีเถระนั่นเอง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...