ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    ชาร์ล แองกุส สมาชิกรัฐสภาแคนาดนา จากพรรคเอ็นดีพี เรียกร้องนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด เพิกถอนสถานะพลเมือง 2 สัญชาติและพาสปอร์ตของอีลอน มัสก์ ต่อกรณีเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เล่นงานแคนาดาไม่หยุดหย่อน
    ในหนังสืออุทธรณ์ทางออนไลน์ แองกุส กล่าวหา มัสก์ "ใช้ความมั่งคั่งและอำนาจในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่ออิทธิพลเหนือการเลือกตั้งแคนาดา และบอกว่าซีอีโอของเทสลารายนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวต่างๆที่สวนทางกับผลประโยชน์แห่งชาติของแคนาดา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลของทรูโด ดำเนินการถอดถอนสถานะพลเมือง 2 สัญชาติและพาสปอร์ตของ มัสก์ และให้มีผลบังคับใช้ในทันที
    "ตอนนี้เขากลายเป็นสมาชิกของรัฐบาลต่างชาติหนึ่งๆ ที่กำลังพยายามลบล้างอธิปไตยของแคนาดา" หนังสือร้องเรียนทางออนไลน์ระบุ
    เมื่อเดือนที่แล้ว มัสก์ ใช้แพลตฟอร์มเอ็กซ์ สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเอง แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายต่างๆของแคนาดาหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้แล้วเขายังแสดงจุดยืนอย่างแข็งขันสนับสนุน ปิแอร์ พอยลิเยฟร์ หัวหน้าพรรคคอนเวอร์เวทฟ และเหยียดหยาม ทรูโด
    หนังสืออุทธณ์นี้ เริ่มรวบรวมรายชื่อในวันพฤหัสบดี(20ก.พ.) และจนถึงเช้าวันอาทิตย์(23ก.พ.) สามารถรวบรวมรายชื่อทั่วทั้งแคนาดาได้แล้วกว่า 76,000 รายชื่อ และจำนวนยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มันมีกำหนดนำไปยื่นกับรัฐสภา ครั้งที่สมัยการประชุมครั้งถัดไปเริ่มต้นขึ้น
    หนังสืออุทธรณ์ทางออนไลน์ของรัฐสภา ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2015 กระนั้นมีบางครั้งสามารถระดมเสียงสนับสนุนเป็นจำนวนมหาศาล แต่มันไม่มีพันธะทางกฎหมายใดๆที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อปฏิบัติตาม ในขณะที่เว็บไซต์ของสภาสามัญชน ให้คำนิยมหนังสือคำร้องว่าเป็นหนทาง "ที่ดึงดูดความสนใจหรือความกังวลของสาธารณะต่อประเด็นหนึ่งๆ" รวมถึงเป็นตัวกระตุ้นให้ดำเนินการตามคำร้อง
    มัสก์ เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยถูกให้คำจำกัดความว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายปรับลดต้นทุนของประธานาธิบดี เนื่องจากเขาทำหน้าที่ตัดลดการใช้จ่ายของรัฐบาล ภายใต้กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลของเขา
    ทั้งนี้ มัสก์ เกิดในกรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ แต่ได้สิทธิความเป็นพลเมืองแคนาดา ผ่านผู้เป็นแม่
    ทรัมป์ ขู่รีดภาษีอย่างครอบคลุมเล่นงานสินค้านำเข้าจากแคนาดา และพูดยียวนอย่างเปิดเผยอยากให้แคนาดาเข้ามาเป็นรัฐที่ 51 ของอเมริกา ความเคลื่อนไหวที่โหมกระพือความเดือดดาลจากชาวแคนาดาหลายล้านคน ในขณะที่ มัสก์ เอง ก็ใช้ภาษาแบบเดียวกับ ทรัมป์ ในการอ้างถึง ทรูโด ว่าเป็นผู้ว่าการรัฐ
    สมาชิกสภาสามัญชนของแคนาดา มีกำหนดกลับมาเปิดประชุมสภาสมัยถัดไป ในวันที่ 24 มีนาคม แต่คาดหมายกันอย่างกว้างขวางว่านายกรัฐมนตรีทรูโด จะยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ก่อนหน้านั้น ส่วนหนังสืออุทธรณ์ทางออนไลน์เกี่ยวกับมัสก์ จะสามารถรวบรวมรายชื่อได้ไปจนถึงวันที่ 20 มิถุนายน
    (ที่มา:ซีบีซี)
    https://www.facebook.com/share/p/1Dug7yvSxK/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    ราดอสวัฟ ชีกอร์สกี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ ระบุวานนี้ (23 ก.พ.) ว่า ยูเครนสามารถทำสงครามต่อต้านรัสเซียต่อได้จนถึง "#สิ้นปีนี้" โดยอาศัยความช่วยเหลือจากยุโรปเพียงอย่างเดียว
    .
    ชีกอร์สกี ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า "ยูเครนยังสามารถต้านทานกองทัพรัสเซียได้โดยอาศัยเพียงการสนับสนุนของยุโรปไปจนถึงสิ้นปีนี้ และผมเชื่อว่า (วลาดิมีร์) ปูติน ควรจะตระหนักถึงความจริงดังกล่าวด้วย"
    .
    เมื่อถูกถามว่า ยูเครนจะได้รับการค้ำประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ หรือไม่ในความคิดของเขา? ชีกอร์สกี ซึ่งได้หารือกับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (21) กล่าวว่า การการันตีที่ดีที่สุดสำหรับยูเครนก็คือทหารในกองทัพเกือบ 1 ล้านนายที่พร้อมจะต่อต้านการรุกรานของมอสโก
    .
    "ถ้าคุณถามผมเมื่อ 3 ปีที่แล้วว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเป็นอย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า ผมเชื่อว่าทั้งคุณและผมคงจะไม่คิดหรอกว่า รัสเซียจะสามารถยึดดินแดนยูเครนไปได้แค่ 20% เท่านั้น" รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์กล่าว
    .
    "แต่ถ้าเราหวังที่จะมีสันติภาพที่ยั่งยืน มันจะต้องเป็นสันติภาพที่สองฝ่ายสามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่ตกเป็นเหยื่อของการรุกราน"
    .
    ด้าน รูบิโอ ระบุว่าตนได้หารือกับ ชีกอร์สกี เกี่ยวกับการเข้าถึงตลาดของกันและกันอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม และสหรัฐฯ ยังได้ย้ำให้พันธมิตรนาโตทุกประเทศใช้จ่ายงบด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นอีก "โดยไม่ชักช้า"
    .
    ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ พยายามผลักดันข้อตกลงจบสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยได้มีการโทรศัพท์หารือแยกกับประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เมื่อราวๆ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
    .
    เจ้าหน้าที่ของ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึง รูบิโอ ยังได้เดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อพบกับคณะผู้แทนรัสเซียโดยที่ยูเครนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในวงเจรจา
    .
    ทรัมป์ ยังออกมาประณาม เซเลนสกี ว่าเป็น "ผู้นำเผด็จการ" ในวันพุธ (19) และเรียกร้องให้ผู้นำรัสเซียและยูเครนร่วมมือกันเพื่อจบสงครามนองเลือดที่ยืดเยื้อมานาน 3 ปี หลังมอสโกส่งทหารรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ. ปี 2022
    .
    ทรัมป์ พยายามกดดันให้พันธมิตรนาโตใช้จ่ายงบทางทหารให้มากกว่านี้ โดยแม้ว่ายุโรปจะเพิ่มรายจ่ายด้านการป้องกันประเทศขึ้นเกือบเท่าตัวหลังรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียไปจากยูเครนเมื่อปี 2014 แต่หากดูที่รายจ่ายเฉลี่ยของแต่ละชาติก็ยังคงน้อยกว่า 2% ของ GDP อันเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของนาโต
    .
    โปแลนด์นั้นถือว่าเป็นรัฐนาโตที่ใช้จ่ายงบด้านการทหารมากที่สุดถึง 4.1% ของ GDP ตามการประเมินในปี 2024 ในขณะที่ 8 รัฐสมาชิกจากทั้งหมด 32 ประเทศยังคงจ่ายไม่ถึง 2% อยู่
    .
    ทรัมป์ เคยออกมาขู่แล้วว่าสหรัฐฯ จะไม่ให้การคุ้มครองพันธมิตรที่ไม่จ่ายเงินมากเพียงพอ
    .
    ที่มา: รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/p/19yfvQCCBj/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุวานนี้ (23 ก.พ.) ว่า มีความคาดหวังที่บริษัทอเมริกันจะสามารถกลับเข้าไปดำเนินธุรกิจใน #รัสเซีย ได้อีกครั้ง หากมีการทำข้อตกลงสันติภาพยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน
    .
    ผู้นำสหรัฐฯ กำลังเร่งผลักดันข้อตกลงปิดฉากสงครามในยูเครน และได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียในเดือนนี้
    .
    “แน่นอนว่ามีความคาดหวังว่าเราอาจจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ และบริษัทอเมริกันจะได้กลับเข้าไปทำธุรกิจในรัสเซียอีกครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าทุกฝ่ายก็มองว่ามันเป็นเรื่องดีที่หากจะเกิดขึ้นจริง” วิตคอฟฟ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ทางสถานีโทรทัศน์ CBS
    .
    สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ในวันพฤหัสบดีที่แล้ว (20) ว่าสหรัฐฯ อาจยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางอย่างแก่รัสเซียเพื่อตอบแทนความสมัครใจเจรจายุติสงคราม และเมื่อถามว่าสหรัฐฯ มีแผนที่จะเพิ่มหรือลดการคว่ำบาตรรัสเซียโดยขึ้นอยู่กับทิศทางในการเจรจายุติสงครามใช่หรือไม่? เบสเซนต์ ก็ตอบว่า “เป็นคำอธิบายที่ดีมาก”
    .
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ทรัมป์ ได้เปิดเจรจากับผู้แทนฝ่ายรัสเซียที่ซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นการพูดคุยที่ไม่เปิดโอกาสให้ยูเครนเข้าไปมีส่วนร่วม และเมื่อวันพุธที่แล้ว (19) ทรัมป์ ก็ยังสร้างความตกตะลึงด้วยการเรียก เซเลนสกี ว่าเป็น “ผู้นำเผด็จการ” (dictator)
    .
    ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้นำรัสเซียและยูเครนทำงานร่วมกันเพื่อยุติสงครามซึ่งเริ่มปะทุขึ้นหลังจากที่ ปูติน ประกาศส่งทหารบุกยูเครนเมื่อเดือน ก.พ. ปี 2022 และก่อนหน้านั้นก็ได้ผนวกคาบสมุทรไครเมียไปจากเคียฟเมื่อปี 2014
    .
    ทรัมป์ เผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งและนอกประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่เขาออกมาพูดว่ายูเครน “ไม่ควรจะเป็นฝ่ายเริ่มสงคราม” ก่อนจะกลับลำในภายหลัง และยอมรับว่ารัสเซียต่างหากที่เป็นฝ่ายรุกรานยูเครนก่อน
    .
    ทั้ง วิตคอฟฟ์ และ เบสเซนต์ ต่างออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ (23) ว่า ข้อตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญๆ ในยูเครนน่าจะได้ข้อสรุปและลงนามกันภายในสัปดาห์นี้

    ที่มา: รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/p/1A3MfF9ubZ/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในวันจันทร์(24ก.พ.) เปิดเผยว่าเขาพร้อมเปิดทางให้สหรัฐฯเข้าไปลงทุนในแร่ธาตุยุทธศาตร์ต่างๆ ในดินแดนยูเครน ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของยูเครน ความเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนเป็นการโน้มน้าวใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา ที่พยายามกดดันให้เคียฟลงนามในข้อตกลง ไฟเขียวให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรแร่อันมีค่า
    ปูติน แสดงความคิดเห็นผ่านสถานีโทรทัศน์ ว่ารัสเซียพร้อมทำงานร่วมกันคู่หูต่างชาติ ในนั้นรวมถึงอเมริกา ในการพัฒนาแหล่งสำรองแร่ธาตุหายากและแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งรวมไปถึงใน "แคว้นใหม่ของเรา" อ้างถึงแคว้นต่างๆของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย
    ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้ ยูเครน ลงนามในข้อตกลงหนึ่ง ที่เปิดทางให้สิทธิพิเศษแก่อเมริกาเข้าถึงแหล่งสำรองแร่อันมีค่าของยูเครน
    การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งนี้ของปูติน มีขึ้นหลังจากเขาเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทรัพยกรแร่หายากและแร่แร์เฮิร์ธของรัสเซีย ที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ โดยเขาระบุว่ารัสเซียเป็นผู้นำโลกในแง่ของแหล่งสำรอง มีมากกว่าในยูเครนอยู่มากมายมหาศาล และ "จำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่" กับทรัพยากรเหล่านั้น
    "เราจะทำงานด้วยความยินดีกับคู่หูต่างชาติทุกราย ในนั้นรวมถึงอเมริกา" เขากล่าว พร้อมระบุถึงแคว้นต่างๆที่พบแร่ธาตุหายากเหล่านั้น ในนั้นรวมถึงไซบีเรียและทางตะวันออกไกลของรัสเซีย "เราพร้อมดึงดูดคู่หูต่างชาติเข้ามายังสิ่งที่เราเรียกว่า ดินแดนใหม่ ดินแดนประวัติศาสตร์ของเราที่กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย" ปูติน อ้างถึงแคว้นต่างๆของยูเครน ที่ทางรัสเซียเข้ายึดครองผ่านการรุกรานทางทหาร
    "แน่นอนว่ามีแหล่งสำรองอยู่ที่นั่นด้วย เราพร้อมทำงานร่วมกับคู่หูของเรา ในนั้นรวมถึงอเมริกา ในแคว้นใหม่ทั้งหลายของเราเช่นกัน" ปูตินระบุ พร้อมยืนยันว่าเวลานี้บรรดาบริษัทสหรัฐฯและรัสเซียอยู่ระหว่างการติดต่อและหารือกันเกี่ยวกับโครงการเศรษฐกิจร่วมต่างๆนานา ที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายความขัดแย้งในยูเครน
    (ที่มา:เอเอฟพี)
    https://www.facebook.com/share/p/19tHgCJRWZ/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในวันจันทร์(24ก.พ.) ขานรับญัตติหนึ่งที่ร่างโดยสหรัฐฯ ในวาระครบรอบ 3 ปี รัสเซียรุกรานยูเครน ที่ขอให้ใช้จุดยืนเป็นกลางในความขัดแย้งดังกล่าว ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาทางเป็นคนกลางสร้างสันติภาพ
    ที่ผ่านมา สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ชาติ ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้เกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน สืบเนื่องจากรัสเซียมีอำนาจวีโต้ ในขณะที่ญัตติล่าสุดที่เสนอโดยสหรัฐฯนั้น ได้รับเสียงสนับสนุน 10 เสียง ส่วน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร กรีซและสโลวีเนีย งดออกเสียง
    "ญัตตินี้นำพาเราไปสู่เส้นทางแห่งสันติภาพ มันเป็นก้าวย่างแรก แต่เป็นก้าวย่างที่สำคัญ เป็นหนึ่งในก้าวย่างที่เราทุกคนควรภูมิใจ" โดโรธีย์ เชีย ผู้แทนทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติบอกกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ "ตอนนี้ เราต้องใช้มันสร้างอนาคตแห่งสันติเพื่อยูเครน รัสเซียและประชาคมนานาชาติ"
    ในญัตติสั้นๆที่ไว้อาลัยผู้สูญเสียชีวิตในความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ได้เน้นย้ำถึงเจตจำนงของสหประชาชาติในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และหาทางออกในข้อพิพาทต่างๆอย่างสันติ รวมถึงเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งอย่างรวดเร็วและแสวงหาสันติภาพอย่างยั่งยืน
    ความพยายามเป็นคนกลางของทรัมป์ ก่อความกังวลแก่บรรดาพันธมิตรยุโรปและยูเครน ที่วิตกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯมุ่งเน้นให้ความสำคัญแต่กับรัสเซียและกีดกันพวกเขาออกจากการเจรจาสันติภาพ
    บาร์บารา วู้ดวาร์ด ผู้แทนทูตสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติ บอกกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า เงื่อนไขสำหรับสันติภาพในยูเครนเป็นสิ่งสำคัญ และต้องไม่ส่งสารผิดๆไปถึงผู้รุกราน "นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อาจมีความเท่าเทียมได้ระหว่างรัสเซียและยูเครน ในแนวทางที่คณะมนตรีฯกล่าวอ้างถึงสงครามนี้ ถ้าเราจะพบเส้นทางสันติภาพที่ยั่งยืน คณะมนตรีฯต้องพูดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสงคราม"
    ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาติ 193 ประเทศ ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ขอให้ลดสุ้มเสียงแข็งกร้าวขององค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้ ที่มีจุดยืนมาช้านานในการหนุนหลังอธิปไตย เอกราช ความเป็นหนึ่งเดียวกันและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน และเรียกร้องสันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมตามกรอบของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นตราสารสถาปนาองค์การแห่งนี้อย่างเป็นทางการ
    ขณะเดียวกันสมัชชาแห่งสหประชาติได้ขานรับญัตติ 2 ญัตติ หนึ่งในนั้นร่างโดยยูเครนและยุโรป ส่วนอีกหนึ่งร่างโดยสหรัฐฯที่ผ่านการปรับแก้โดยที่ประชุมสมัชชาฯแล้ว ในนั้นรวมถึงภาษาที่สนับสนุนยูเครน ทั้งนี้ผลโหวตดังกล่าวถือเป็นชัยชนะทางการทูตของยูเครนและยุโรป เหนือวอชิงตัน
    "สงครามนี้ไม่เคยเป็นเรื่องเกี่ยวกับเฉพาะยูเครนเท่านั้น แต่มันเกี่ยวข้องกับสิทธิพื้นฐานของประเทศไหนในการอยู่รอด ในการเลือกเส้นทางของตนเองและในการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากการรุกราน" มาเรียนา เบตซา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน บอกกับที่ประชุมก่อนการโหวต
    ญัตติที่ร่างโดยสหรัฐฯฉบับผ่านการปรับแก้แล้ว ได้รับเสียงสนับสนุนจากที่ประชุม 93 เสียง งดออกเสียง 73 เสียงและมี 8 เสียงที่โหวตคัดค้าน ขณะที่รัสเซียเองก็ล้มเหลวในการปรับแก้ร่างของสหรัฐฯ ในนั้นรวมถึงกรณีถูกพาดพิงเป็น "สาเหตุรากเหง้า" ของความขัดแย้ง
    ส่วนญัตติที่ร่างโดยยูเครนและบรรดาชาติยุโรป ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 93 เสียง งดออกเสียง 65 เสียง และโหวตคัดค้าน 18 เสียง โดยนอกเหนือจากสหรัฐฯแล้ว บางประเทศที่โหวตโน ได้แก่รัสเซีย เกาหลีเหนือและอิสราเอล
    "วันนี้ สหายอเมริกาของเรา มองตัวเองว่าเป็นเส้นทางสู่สันติภาพในยูเครน แต่มันจะไม่ใช่เส้นทางที่ง่าย และมีอยู่หลายชาติที่พยายามเตะถ่วงการมาของสันติภาพให้ยืดเยื้อนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่พวกเขาไม่อาจหยุดยั้งเราได้" วาสซิลีย์ เนเบนเซีย ผู้แทนทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติบอกกับที่ประชุม
    (ที่มา:รอยเตอร์)
    https://www.facebook.com/share/p/15BBK4XBJp/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 25, 2025 พิษเอไอ! ธนาคารดีบีเอสจ้องปลดพนักงานครั้งใหญ่ 4,000 คน แบงก์ใหญ่ที่สุดในอาเซียนจ่อนำเอไอมาทำงานแทน 1,000 คนในธนาคาร

    ดีบีเอส กรุ๊ป ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์สัญชาติสิงคโปร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เปิดเผยว่าเตรียมปลดพนักงานมากกว่า 4,000 คนภายในช่วง 3 ปีจากนี้ไป ซึ่งเป็นไปตามแผนปรับโครงสร้างทางธุรกิจธนาคารพาณิชย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นท่ามกลางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ธนาคารดีบีเอส กรุ๊ป นายพิยุท กุ๊ปต้า กล่าวว่า ในเบื้องต้นรวมไปถึงการคาดการณ์นั้นจะต้องมีการปลดพนักงานออกราว 10% ของจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือคิดเป็น 4000 คน ในจำนวนดังกล่าวจะมีพนักงานประมาณ 1,000 ตำแหน่งที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอมาทำงานทดแทน

    ซีอีโอ ธนาคารดีบีเอส กรุ๊ป กล่าวต่อไปว่า ในช่วงระยะเวลา 15 ปีที่นั่งบริหารในตำแหน่งซีอีโอ ธนาคารดีบีเอส กรุ๊ปยอมรับว่า นับเป็นครั้งแรกที่ต้องเผชิญความลำบากในการสร้างตำแหน่งงานใหม่ใหม่ภายในธุรกิจธนาคาร ด้านฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารดีบีเอส กรุ๊ป เปิดเผยว่า จำนวนพนักงานที่จะลดลงจะเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนภายในธนาคาร รวมถึงการไม่ต่อสัญญากับพนักงานที่อยู่ในกลุ่มสัญญาว่าจ้างอีกต่อไป

    #ธนาคาร #ดีบีเอส #สิงคโปร์ #อาเซียน #ปลดพนักงาน #ตกงาน #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BkjvCwHRw/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 25, 2025 ดีดขึ้นกลับ! ราคาน้ำมันดิบโลกปิดขึ้นใกล้ 75 ดอลลาร์ คลังสหรัฐจัดคว่ำบาตรรอบใหม่ครบวงจรกับอิหร่าน ราคาน้ำมันในไทยสูงสุดใน 17 วันนิ่งวันที่ 6 ติดกัน

    ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 70.70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.30 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.4% ด้านราคาน้ำมันดิบ เบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 74.78 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.35 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.5% ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบปิดสูงสุดใน 1 สัปดาห์หรือนับตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ในขณะที่เมื่อวันศุกร์ผ่านไป มีราคาปิดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์

    ในสัปดาห์ผ่านไป ราคาน้ำมันดิบทั้งสองตลาดสำคัญปิด -0.5% และ -0.4% ตามลำดับ ส่งผลเป็นราคาน้ำมันดิบรายสัปดาห์ที่ปิดลดลงสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ในปี 2024 ราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดสุทธิลดลง 3% เมื่อเทียบกับปี 2023 ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ มีราคาปิดสุทธิเสมอตัวกับในปี 2023

    สาเหตุจากกระทรวงการคลัง สหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่ครบวงจรกับประเทศอิหร่าน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขาย และการขนส่งน้ำมันดิบออกจากประเทศอิหร่าน ก่อนหน้านี้ สำนักจัดการข้อมูลพลังงานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ USEIA เปิดเผยว่า ได้คาดการณ์การบริโภคน้ำมันดิบสหรัฐอเมริกาจะคงที่วันละ 20.5 ล้านบาร์เรลในปีนี้ และปี 2026 ในขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 13.52 ล้านบาร์เรลในปี 2025 นี้

    ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทยปรับราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ โดยลดราคากลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 30 สตางค์/ลิตร นับ เป็นการปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่งผลเป็นราคาขายปลีกสูงสุดใน 2 สัปดาห์เศษ หรือตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ 2024

    #น้ำมันดิบ #สหรัฐ #อังกฤษ #เศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1B4xP454KE/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 24, 2025 เตี้ยลงอีก! เครื่องยนต์ส่งออกไทยเสียพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยชัดเจน 10 ปีผ่านมา ส่งออกไทยเหลือ 58% จาก 20 ปีที่แล้วยังแกร่งถึง 62% ของจีดีพีประเทศ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า บทบาทภาคเศรษฐกิจการส่งออกต่อเศรษฐกิจไทยประเทศไทยทยอยลดลง โดยสัดส่วนส่งออกของไทยเทียบกับตัวเลขจีดีพีประเทศไทย พบว่า เฉลี่ยลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับในช่วง 20 ปีผ่านมา

    จากในช่วงระหว่างปี 2005 - 2014 ภาคส่งออกไทยคิดเป็น 62.3% ของตัวเลขจีดีพีประเทศไทย และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีดังกล่าวที่เฉลี่ย 4.9% อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาระหว่างปี 2015 - 2024 ภาคส่งออกไทยลดต่ำลงคิดเป็น 58.0% ของตัวเลขจีดีพีประเทศไทย และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีดังกล่าวตกต่ำลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 1.6%

    สาเหตุจากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันตลาดโลกทำให้มีการนำเข้าสินค้าไทยในสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศที่ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พบว่า สำหรับประเทศไทยในช่วงปี 2014-2018 สัดส่วนนำเข้าอยู่ที่ 1.24% ลดลงมาแตะ 1.21% ในช่วงปี 2019-2023

    ในขณะที่อีก 3 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจที่เหลือในช่วงเวลาเดียวกันล้วนมีสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น ได้แก่ เวียดนาม สัดส่วนนำเข้าอยู่ที่ 1.05% เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.41% ต่อมาไต้หวันมีสัดส่วนนำเข้าอยู่ที่ 1.43% เพิ่มขึ้นมาเป็น 2.67% เกาหลีใต้มีสัดส่วนนำเข้าอยู่ที่ 2.72% เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.41% และประเทศจีนมีสัดส่วนนำเข้าอยู่ที่ 10.34% เพิ่มขึ้นมาเป็น 11.11% ในเวลาเดียวกันการส่งออกที่ขยายตัวดีเริ่มไม่หนุนภาคการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย

    #ส่งออก #จีดีพี #ไทย #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/14UZfFqQ6J/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 ปลดจนได้! สตาร์บัคส์ปลดพนักงานกว่า 1,100 คน รื้อโครงสร้างพนักงานในสำนักงานเป็นหลัก ดันราคาหุ้นฟื้น 22% จากเคยดิ่งหนักกว่า 40%

    นายไบรอัน นิคโคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ สตาร์บัคส์ อินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านกาแฟหรูหราชื่อดังระดับโลกเปิดเผยว่าเตรียมปลดพนักงานมากกว่า 1,100 คนขึ้นไป การตัดลดค่าใช้จ่ายด้วยการปลดพนักงานจำนวนมากในครั้งนี้เป็นไปตามแผนที่ต้องการให้ร้านกาแฟสตาร์บัคส์กลับมาเติบโตได้ โดยพนักงานที่เข้าข่ายในการถูกปลดเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ในสำนักงานของสตาร์บัคส์

    ซีอีโอ สตาร์บัคส์ กล่าวว่า สตาร์บัคส์ต้องการทำให้โครงสร้างขององค์กรมีความเรียบง่ายมากขึ้น ต้องตัดรถระดับการสั่งงาน หรือระดับชั้นการทำงานภายในองค์กร รวมถึงตัดลดความซ้ำซ้อนในงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะนำไปสู่โครงสร้างการทำงานที่มีความคล่องตัวสูงและมีขนาดไม่ใหญ่เกินไป

    นายไบรอัน นิคโคล ซีอีโอ สตาร์บัคส์ ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาบริหารสตาร์บัคส์ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากร้านกาแฟสตาร์บัคส์ต้องเผชิญกับผลประกอบการที่ตกต่ำต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากยอดขายในสหรัฐอเมริกาและจีนชะลอตัวลงอย่างมาก สะท้อนจากราคาหุ้นของสตาร์บัคส์ที่ดำดิ่งถึง 40% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ขึ้นไปสูงสุดในปี 2021

    แผนการฟื้นผลประกอบการและโครงสร้างธุรกิจของสตาร์บัคส์ ภายใต้การบริหารของ นายไบรอัน นิคโคล ซีอีโอ ทำให้ราคาหุ้นของสตาร์บัคส์ฟื้นตัวขึ้นมา 22% ในช่วงกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ สตาร์บัคส์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการภายในร้านกาแฟชื่อดัง เช่น ห้ามลูกค้าที่ไม่ได้จ่ายเงินซื้อสินค้าของร้านสตาร์บัคส์เข้าไปใช้บริการภายในร้าน หรือบริเวณรอบนอกของร้านทุกสาขาในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ห้ามใช้ห้องน้ำ ห้ามนั่งรอ ห้ามขอทาน เป็นต้น รวมถึงการตัดเมนูเครื่องดื่มกาแฟที่ขายได้น้อย และทำกำไรได้น้อย เช่น เมนูกลุ่มแฟลบพูชิโน่ และ ไวท์ ฮอต ช็อคโกแลต

    ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ มีพนักงานรวมกันทั้งสิ้น 211,000 คนในสหรัฐอเมริกาและจ้างพนักงานมากกว่า 150,000 คนทั่วโลกไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา

    #สตาร์บัคส์ #ปลดพนักงาน #ตกงาน #ร้านกาแฟ #กาแฟ #ลาเต้ #คาปูชิโน่ #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1Bf5iPjyzR/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    ถอนสายบัวเลย! ทรัมป์ "ถอน" คำประณามรัสเซียสิ้น! ขณะที่ปูตินโยนผ้าเช็ดหน้าอ่อยทรัมป์ด้วย "แร่ธาตุ" มหาศาลในแผ่นดินรัสเซีย! อีกทั้งหว่านเสน่ห์ตบด้วยการเสนอดีลอลูมิเนียม! คาถามหาระรวยเลยจ้า!
    1.) เหตุเกิด ณ ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ
    คุณคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ ที่ "สหรัฐอเมริกา" จะออกเสียง "คัดค้าน" มติประณามรัสเซีย --- สหรัฐอเมริกาอภิมหาอำนาจบาตรใหญ่ อยู่ฟากเดียวกับรัสเซีย?????
    (ไม่ได้สำคัญว่ามตินี้ผ่านไม่ผ่าน แต่จับจ้องที่ว่า "ลูกพี่ใหญ่" ยักย้ายไปชูมือให้อริราชศัตรู!!!!!)
    นอกจากนี้ อเมริกายื่นมติถอดประณามรัสเซียเอง ณ ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
    แน่นอนผู้ที่สนับสนุนมตินี้คือรัสเซียและจีน
    อเมริกาทิ้งยุโรปไปไหน!?!?!
    (*จริงๆ ก็ไม่แปลกหรอก ถ้าคุณคิดจะคืนดีกับใคร ฉะนั้น ไอ้ที่คุณเคยเอากระป๋องสีไปฉีดพ่นคำด่าหน้าบ้านเขา ก็มิใช่ต้องรีบมาลบๆ ออกไปหรือ)
    2.) ยูเครนมีแร่ รัสเซียไม่มีแร่เหรอ!
    ยูเครนเสนอได้ รัสเซียก็ "ใจถึง จึ้งได้" มีมาเสนอเหมือนกัน!
    เหลือเชื่อนะหมากนี้ ใครล่ะจะคิดว่าปูตินจะเชื้อเชิญอเมริกามาสูบขุมทรัพย์ถึงถิ่นหมีขาว --- แบะท่า พร้อมดีล!
    ปูตินออกทีวีแถลง ชักชวนนักลงทุนอเมริกาให้มาทำเหมืองแร่ในแผ่นดินรัสเซีย รวมถึงแผ่นดินที่ตอนนี้เป็นของยูเครน (แต่กำลังจะตกเป็นของรัสเซีย?)
    ไม่ใช่เรื่องที่จะจินตนาการออกถึงความเป็นไปได้ . . .
    แต่มันก็เป็นไป
    นอกจากนี้ ปูตินยังแนบดีลส่งออกอลูมิเนียมให้อเมริกา (ราคากันเอง?) ปริมาณ 2 ล้านตัน
    ขอเพียงหงายบาตรปุ๊บ ของก็ไปถึงหน้าบ้านอเมริกาปั๊บ
    3.) เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นผู้นำชาติยุโรปคนแรกที่ไปเยือนทรัมป์ ณ ทำเนียบขาว
    (ผู้นำชาติยุโรปคนแรกที่ทรัมป์พบ คือ โปแลนด์ก่อนหน้านี้ ; แต่เจอนอกรอบที่งานสัมมนา)
    ถามว่ามีอะไรไหม
    ก็เสียเวลาพิมพ์
    น่าจะเดากันออกอยู่แล้ว มีน้ำมีเนื้ออะไรเหลือในความสัมพันธ์
    ตัดฉับไปที่ G7 ในองค์รวม
    เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปี สงครามรัสเซีย-ยูเครน (วานนี้ - 24 ก.พ.) ทาง G7 ไม่สามารถออกประณามร่วมต่อรัสเซียได้
    เพราะอเมริกาคัดค้าน ไม่ร่วมด้วยช่วยด่า
    จบ
    ทรัมป์อัพเดตว่า หารือกับปูตินอย่างข้นคลั่ก และเซเลนสกี้ก็เตรียมบินมาให้รวบหัวรวบหาง เซ็นดีลที่กรุงวอชิงตัน
    โดยที่ไม่กล่าวถึงยุโรปผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    เมิน
    ขณะเดียวกัน ยุโรปก็วิ่งเต็มที่ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ ประธานคณะมนตรียุโรป ก็บินไปเคียฟ เพื่อ ... เพื่ออะไรก็ไม่รู้แล้ว
    เกมมันงวดเข้าทุกทีๆ
    ภาพมันเริ่มชัด
    ทรัมป์คล้ายๆ ดั่ง "ผู้ชนะ" ในที
    วิน-วิน หมดทุกฝ่าย เป็นไปไม่ได้
    มีวิน มีลูส
    ทรัมป์ไม่มีลูส ต้องวินให้มากให้มาย
    ใครบ้างที่ลูส
    https://www.bloomberg.com/news/arti...upture-over-ukraine-stance?srnd=homepage-asia
    https://www.reuters.com/world/macron-arrives-white-house-ukraine-talks-with-trump-2025-02-24/
    https://www.facebook.com/share/p/1BfX4nH9Uy/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    ทรัมป์ฉลาดเป็นกรด
    กำแพงภาษี(นำเข้า)จะทำให้ "เงินเฟ้อ" ขึ้นเหรอ? งั้นก็ลดภาษี(เงินได้)ประชาชนซะสิ! --- เท่ากับว่า ของแพงขึ้น แต่คนมีตังค์ขึ้น สบายๆ จ้ะ
    อ้าว แต่รายได้รัฐบาลหายเลยนะ (เก็บภาษีน้อยลง) งี้ก็ต้องไปกู้เพิ่มสิ? เฮ้ย แต่ประเทศรวยขึ้น (GDP บวกขึ้น) เพราะกำแพงภาษีทำให้ของในประเทศได้ผลิตเยอะขึ้น (สินค้าต่างชาติมาแข่งยากขึ้น) และรายได้ประเทศก็เพิ่มขึ้นจาก "ดีล" ที่ต่างชาติต้องนำเข้าจากอเมริกามากขึ้น (เพื่อแลกกับการไม่โดนกำแพงภาษี)
    ทรัมป์คิดมาแล้ว!!!???
    ขณะเดียวกันกับที่เราเห็นทรัมป์ล่อกำแพงภาษีป้าบๆ แทบไม่เว้นวันนั้น --- อีกทาง ทรัมป์ก็ให้ ส.ส. พรรคตัวเองเดินหน้า ร่างกฎหมายลดภาษีเงินได้ มูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์
    (กำแพงภาษี ทรัมป์ใช้อำนาจรัฐบาลได้ แต่ภาษีเงินได้ ต้องผ่านสภาคองเกรส)
    หมายความว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์นี้ แทนที่ประชาชนจะถูกริบมาอยู่ในมือรัฐบาล --- ก็จะได้เอาไปจับจ่ายใช้สอย (เป็น household spending กระตุ้นเศรษฐกิจ)
    และส่วนของบริษัท ก็จะได้เอาไปลงทุนเพิ่มเติม
    กระตุ้นเศรษฐกิจดีๆ นี่เอง
    ทั้งนี้ ตอนทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ก็กระหน่ำลดภาษีเงินได้แบบนี้นี่แหละ
    และขณะนี้ ก็กำลังหว่านล้อม ส.ส. เพื่อขอเสียงสนับสนุนในร่างกฎหมายนี้
    ทรัมป์ไม่ได้บ้า ไม่ใช่หลับหูหลับตาจะแลกหมัดกับจีน (และประเทศอื่นๆ ทั้งโลก)
    กำแพงภาษี ทำประเทศอื่นลำบาก แต่ก็จะทำให้ชาวอเมริกาเจอ "เงินเฟ้อ"
    ซึ่งทรัมป์ไม่ได้จะ "ดับเครื่องชน" ปักหลักแลกกลางเวทีขนาดนั้น
    มีสเต็ป มีฟุตเวิร์ก มีดึง มีพิงใช้เชือกช่วย
    ไม่ธรรมดา
    ลดภาษี(เงินได้) พอลบล้างผลเงินเฟ้อจากกำแพงภาษี(นำเข้า)ได้บ้าง
    มีทั้งมวยบู๊ มวยบุ๋น
    ทรัมป์พลิ้วทีเดียว ศึกนี้
    https://www.reuters.com/world/us/us-house-republicans-set-vote-trumps-tax-cut-agenda-2025-02-25/
    https://www.facebook.com/share/p/1EHRNYCQiW/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    ขาย
    รวย.จน : คนไม่เหมือนกัน
    ปกติผมจะละเลงสีสัน ไม่ใส่ความเห็น แต่เรื่องนี้ไม่ได้
    1.) ขณะที่ทรัมป์สกัดกั้น/ไสส่งคนอพยพ (ไม่จนก็ไม่อพยพมาหรอก) แต่กลับจะขายสิทธิ์อพยพให้ "คนรวย" หัวละ 5 ล้านดอลลาร์ (170 ล้านบาท)
    ซึ่งในแง่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ (เชิงตัวเงิน) มันก็ใช่
    *คนจนที่เข้ามา อเมริกาเสียมากกว่าได้ --- ได้ แรงงาน / เสีย ดูแล
    *คนรวย ได้กับได้กับได้
    แต่ในแง่ความเป็นมนุษย์ มันคือการตัดสินกันที่ "ฐานะ"
    ทรัมป์จะขาย "โกลด์การ์ด" GOLD CARD
    ซึ่งก็คือ "กรีนการ์ด" GREEN CARD แบบที่ "ซื้อ" ได้ กลายๆ
    (*ตลกดี ... "บัตรทอง" ที่เมืองไทยสำหรับคนจน แต่ที่อเมริกา กำลังจะสำหรับคนรวยต่างชาติ)
    คนจนมีสิทธิ์มั้ยคะๆ ๆ ๆ
    อเมริกาเป็นแผ่นดินของทุกคน --- "อเมริกัน ดรีม" AMERICAN DREAM
    ในหนังฮอลลีวูดยุคหนึ่ง มักชูเรื่องนี้
    มันเป็นที่ที่ทุกคนมีสิทธิ์ฝัน อย่างเท่าเทียม ทุกๆ คนก็รวยได้
    ตอนนี้หนังฮอลลีวูดกลายเป็นเชิดชู "ซูเปอร์ฮีโร่" หมดแล้ว
    ซูเปอร์ฮีโร่ คือ ความเหนือมนุษย์
    ความร่ำรวย ก็ถือเป็นหนึ่งคุณสมบัติแห่งความเหนือมนุษย์
    หรือมนุษย์หน้าไหนกล้าปฏิเสธ
    ทรัมป์ขีด "เส้นแบ่ง" ให้มันชัดขึ้น
    2.) ทรัมป์จะตั้งกำแพ.. แหม เจอข้อ 1.) เข้าไป ก็ไม่มีกะจิตกะใจเผื่อแผ่สำหรับข่าวอื่นแล้ว แต่สักหน่อยละกัน
    ทรัมป์จะตั้งกำแพงภาษีทองแดง กำลังให้กระทรวงพาณิชย์ไปศึกษา
    หลังจากที่ตั้งกำแพงภาษีเหล็กกล้าและอลูมิเนียม 25% ไปแล้ว
    ก็น่าสังเกต เพราะปกติจะฟันทันที ไม่มีเงื้อง่า แต่สำหรับทองแดง มียั้งๆ --- ให้ศึกษาไปก่อน
    3.) ดีลอเมริกา-ยูเครน จ่อเรียบร้อยโรงเรียนทรัมป์เข้าไปทุกทีๆ
    ฝรั่งตีข่าวโครมครามว่า "ใกล้" แค่คืบ
    ตกลงกันเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว เหลือแค่บินมาเซ็น ซึ่งแว่วว่าจะเป็นวันศุกร์นี้
    ขาย
    นี่ก็ขาย
    ยูเครน "ขาย" แหล่งแร่ใต้ผืนดินตน ให้อเมริกามาสูบ แลกกับ ... แลกกับอะไรก็ไม่รู้
    รัสเซียก็เตรียมจะ "ขาย" เพื่อแลกกับ ... นี่ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน
    อเมริกาก็ "ขาย"
    ขายเพื่อแลกกับ "ดีล" อะไรต่อมิอะไรที่เลอเลิศ
    ขายอะไร?
    หลายอย่าง
    หนึ่งในนั้น เรียกว่าขาย "เกียรติศักดิ์" แห่งอภิมหาอำนาจใช่หรือไม่
    เราทุกคนดำรงชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ ล้วนต้อง "ขาย" ทั้งนั้น
    ผู้ใดกล้าปฏิเสธ
    คุณก็ "ขาย"
    ผมก็ "ขาย"
    แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่ขาย คือ หัวใจ เพราะผมมีไว้เพื่อมอบให้คนคนเดียว โดยไม่มีราคา
    วีดวิ้ว
    (แหวะ)
    https://www.bloomberg.com/news/arti...gram-for-wealthy-investors?srnd=homepage-asia
    https://www.bloomberg.com/news/arti...per-tariffs-opening-door-to-new-levy-on-metal
    https://www.bloomberg.com/news/arti...on-terms-for-minerals-deal?srnd=homepage-asia
    https://www.reuters.com/world/zelen...t-trump-minerals-deal-sources-say-2025-02-25/
    https://www.facebook.com/share/p/163o2MT1n4/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    มาอีกละ
    ข่าวว่าตอนนี้เร่งเต็มสูบ! จะออกโมเดล R2 ให้เร็วที่สุด
    ... โอว์ R1 ยังเขย่าโลกซะขนาดนั้น แล้ว R2 จะขนาดไหน อดใจรอไหวรึ
    ... นักลงทุนยังขยาดอยู่นะครับ เหตุเกิดไม่นาน หุ้นชิปหุ้นเทคฯ โดน DeepSeek ลากร่วงระนาว
    แต่เอาจริงๆ ก็จะให้ฮือฮาเหมือนเดิมก็ยากแล้วล่ะครับ ครั้งแรกมันสดใหม่ไม่เคยมีมาก่อน หนังภาคต่อมักหามุมอะไรมาแตกออกไปยากแล้ว
    จะพัฒนาอะไรได้หวือหวากว่าเดิม? ติดตามดูกันครับ
    https://www.reuters.com/technology/...aunch-new-ai-model-china-goes-all-2025-02-25/
    https://www.facebook.com/share/p/1A31LXmiew/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 ผิดคาดไป! กสิกรฯ ชี้ กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 2% ผิดคาด เหตุให้น้ำหนักความเสี่ยงเศรษฐกิจ กังวลโตต่ำ มีหลายปัจจัยฉุด
    .
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าการประชุมกนง. วันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ที่ 6 ต่อ 1 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.00% ต่างจากที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ เนื่องจากกนง. ให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมากขึ้น โดยมองเศรษฐกิจมีแนวโน้มไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากภาคการผลิตอุตสาหกรรม และความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
    .
    นอกจากนี้ กนง. มองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ช่วยลดความตึงตัวของภาวะการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินเชื่อ SMEs ขณะที่ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา (รูปที่ 1) อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้
    .
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดกนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในปีนี้ แต่ไม่ใช่ในครั้งต่อไป โดยกนง. คงรอติดตามตัวเลข GDP ไทยในไตรมาส 1/2568 รวมถึงหลังเห็นภาพผลกระทบจากนโยบายการค้าชัดเจนขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงสูงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังและภาคอุตสาหกรรมยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม
    .
    ทั้งนี้หลังจากผลการประชุมกนง. ออกมา ค่าเงินบาทขยับอ่อนค่าลงและตลาดหุ้นตอบรับเป็นบวก โดยค่าเงินอ่อนค่ามาแตะระดับราว 33.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ตลาดหุ้น SET Index ปิดตลาดพุ่งขึ้นราว 25 จุดไปแตะระดับ 1,231.14 จุด จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 1,206.39 จุด
    .
    อ่านเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.asia/jmGTr
    .
    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3
    .
    #กนง #เศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ #จีดีพีไทย #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/16FcD448YH/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 หนี้ยังท่วม ! สภาพัฒน์ ชี้หนี้ครัวเรือน ไตรมาส 3/67 โตชะลอ จากแบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ แต่หนี้เสียยังสูง รายได้ไม่พอกับภาระ ต้องกู้แหล่งอื่นหมุนจ่าย

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2567 ว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนของไทย ในไตรมาสที่ 3 ปีก่อน หนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 16.34 ล้านล้านบาท คิดเป็น 89% ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนคิดเป็น 89.8%ต่อจีดีพี โดยหนี้ครัวเรือนมีทิศทางที่ลดลงโดยในไตรมาสที่ 1 ถึง 2 ของปี 2568 ที่ตัวเลขจีดีพีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ทำให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีปรับลดลงอีก

    แต่หากดูในเรื่องคุณภาพของสินเชื่อของครัวเรือน ยังถือว่าปรับลดลงต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร พบว่าคุณภาพของสินเชื่อลดลงพบว่ามูลค่าสินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไปหรือตัวเลขที่เป็นหนี้ NPLs ต่อสินเชื่อรวมมีมูลค่ารวม 1.2 ล้านล้านบาท ขยายตัว 14.1% หรือคิดเป็น 8.78% ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจาก 8.48% ของไตรมาสที่ผ่านมา โดยสัดส่วนดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นในสินเชื่อเกือบทุกประเภท ยกเว้นสินเชื่อทางการเกษตร

    ข้อมูลยังพบด้วยว่า หนี้ที่ผิดชำระหนี้มากที่สุดยังเป็นหนี้บัตรเครดิต โดยมีสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อรวมสูงถึง 12.58% รองลงมายังเป็นสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยการเพิ่มขึ้นของ NPLs ต้องยอมรับว่ามาจากรายได้ของแรงงานยังไม่เพิ่มขึ้นมากพอที่จะทำให้ตัวเลขหนี้ครัวเรือน และหนี้ NPLs ลดลง แม้ว่าจีดีพีมีการขยายตัว 2-3% รายได้ของแรงงานมีการปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยแต่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้แรงงานมีภาระที่ต้องใช้หนี้ในแต่ละงวดจำนวนมาก และอาจทำให้ต้องมีการกู้ยืมเงินจากแหล่งอื่นๆ มาเพื่อหมุนเวียนชำระหนี้และใช้จ่ายทำให้ปัญหาหนี้สินของประชาชนยังไม่ได้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว

    อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการทำโครงการคุณสู้ เราช่วย เพื่อช่วยเหลือปรับโครงสร้างให้กับกลุ่มที่ผิดชำระหนี้ไม่เกิน 1 ปี แต่หลังจากเปิดโครงการไประยะหนึ่งแล้วพบว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 642,030 ราย รวม 746,912 บัญชี จากจำนวนลูกหนี้รายย่อย และ SMEs ที่เข้าข่ายร่วมโครงการกว่า 1.9 ล้านราย จำนวน 2.1 ล้านบัญชี ซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก โดยล่าสุด ธปท.ได้ประกาศขยายโครงการออกไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้

    ทั้งนี้ ภาครัฐได้หารือกับ ธปท.และธนาคารพาณิชย์ในการปรับรูปแบบโครงการ และขยายกลุ่มเป้าหมาย โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีการขยายโครงการให้ครอบคลุมกลุ่มนอนแบงก์ ขณะที่คงจะต้องมีการปรับรูปแบบโครงการ และประชาสัมพันธ์โครงการมากขึ้น

    ที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนว่าข้อกำหนดในมาตรการบางส่วนเป็นอุปสรรคกับผู้เข้าโครงการ เช่น เมื่อเข้าโครงการแล้วห้ามกู้ยืมเงินเพิ่มเติมในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่ามาตรการนี้เป็นการปรับโครงสร้าง และการแก้หนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่เข้าโครงการนี้ไปกู้หนี้ยืมสินที่อื่นในช่วงที่มีการเข้าโครงการแก้หนี้อยู่เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ในกลุ่มนี้ได้อย่างแท้จริง

    #สภาพัฒน์ #หนี้ครัวเรือน #หนี้เสีย #หนี้ #NPL #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1AMdZNCbcn/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 ตามภาวะ! กนง. ชี้ลดดอกเบี้ยรอบนี้ยังไม่ถือเป็นวัฎจักรขาลง และไม่ใช่เพราะแรงกดดันภาคการเมืองและเอกชน เล็งหั่นคาดการณ์จีดีพีไทยประชุมรอบหน้า
    .
    นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.00% ในการประชุมรอบนี้ เนื่องจากคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีโอกาสจะเติบโตได้ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดิมที่ 2.9%
    .
    ขณะที่ในการประชุม กนง. รอบหน้า วันที่ 30 เม.ย.68 จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 68 อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะปรับมาอยู่ที่สูงกว่า 2.5% เล็กน้อย จากปัจจุบันคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.9%
    .
    ทั้งนี้การที่เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ไม่สูง มาจากปัญหาด้านอุปทานเป็นสำคัญ เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนี้ ส่วนหนึ่งจะช่วยลดต้นทุน และภาระทางการเงินให้ลูกหนี้ได้บ้าง และช่วย support เศรษฐกิจที่ Soft ลงมา รวมทั้งเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ โดยเชื่อว่า การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้ จะสามารถรองรับกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ในระดับหนึ่ง และยืนยันว่า ยังไม่ใช่วัฎจักรดอกเบี้ยขาลง
    .
    "ครั้งนี้ ไม่ใช่ easing cycle เราดูจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับ soft ลงจากที่เราเคยประเมินไว้ที่ 2.9% ครั้งนี้ประเมินว่าอาจจะสูงกว่า 2.5% เล็กน้อย จึงทำให้เรามีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากที่ได้ประเมินข้อมูล และความเสี่ยงในระยะข้างหน้านั้น ดอกเบี้ยที่ลดลงในครั้งนี้ น่าจะสอดคล้อง และทำให้ความเสี่ยงที่เราประเมินทั้ง 3 ด้าน (เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน) เกิดความสมดุล และเชื่อว่าดอกเบี้ยในระดับนี้ จะรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้พอสมควร"
    .
    นอกจากนี้ กนง. ยืนยันว่าการที่ กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพราะถูกแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง หรือภาคเอกชน แต่ กนง. ประเมินจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบถัดไปเดือนเม.ย. ก็คงจะต้องดูเรื่องของขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) มากขึ้น เพราะกระสุนของเรา มีไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
    .
    สำหรับในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรรมการฯ ได้พูดคุยใน 3 ประเด็นสำคัญ คือภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เมื่อเดือนธ.ค. ซึ่งโดยหลักแล้วมีสาเหตุมาจากภาคการผลิตที่ลดลง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรงขึ้น และการแข่งขันจากสินค้าจากต่างประเทศ ตลอดจนเมื่อมองไปข้างหน้า ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง
    .
    อย่างไรก็ดีแม้ว่าการส่งออกจะเติบโตได้ดี และความต้องการซื้อสินค้ายังมีอยู่ แต่จะเห็นว่าไม่มีการผลิตเพิ่ม เป็นแค่การระบายสต็อกเดิม ส่วนหนึ่งมาจากผู้ประกอบการอาจเห็นความเสี่ยงในระยะข้างหน้า จึงไม่ได้มีการผลิตเพิ่ม รวมถึงมีการนำเข้ามาเพิ่มขึ้น ทำให้ภาคการผลิตติดลบมาตั้งแต่ปี 67 และเศรษฐกิจไทย ถูกขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว และบริการ เป็นหลัก รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อ อยู่ในขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% โดยในปี 68 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.1% และปี 2569 อยู่ที่ 1.2% ทรงตัวในระดับต่ำ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณของภาวะเงินฝืด เนื่องจากยังเห็นการปรับขึ้นราคาสินค้า
    .
    และภาวะการเงิน แม้จะยังตึงตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณทรงตัว โดยสินเชื่อธุรกิจผงกหัวขึ้นในสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยังหดตัว -3% ใกล้เคียงเดิม ขณะที่คุณภาพสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ และ SMEs ทรงตัว ส่วนสินเชื่อรายย่อยปรับดีขึ้น โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) โตชะลอลง แต่เห็นสัญญาณสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งต้องติดตามต่อไป
    .
    อ่านเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.asia/hnPlX
    .
    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3
    .
    #กนง #เศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ #จีดีพีไทย #สินค้า #แบงก์ชาติ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18bqijxdHQ/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 ลดฮวบ! ส่งออกข้าว 2 เดือนแรกปี 68 วูบลงแรงกว่า 32% เหลือ 1.1 ล้านตัน อินเดียหวนคืนตลาด ข้าวไทยยังแพงที่สุดในโลกขายแข่งยาก ทั้งปียังคงเป้า 7.5 ล้านตัน

    นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยภาพรวมการส่งออกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-24 ก.พ.2568 ว่า มีปริมาณ 1.1 ล้านตัน ลดลง 32% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่ส่งออกได้ 1.6 ล้านตัน โดยมีปัจจัยกดดันหลัก คือ การที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาว สต๊อกข้าวโลกเพิ่มจาก จาก 522 ล้านตัน เป็น 532 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2% สวนทางกับความต้องการบริโภคที่ลดลงเหลือ 58.53 ล้านตัน ลดลง 2.1% ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ขณะที่ข้าวไทยราคาถือว่าแพงที่สุดในโลก และค่าเงินบาทยังผันผวน ทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ยาก คาดว่าไตรมาสแรก จะส่งอกได้ไม่เกิน 2 ล้านตัน ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2567 ที่ส่งออกได้ประมาณ 3 ล้านตัน แต่ทั้งปี ยังคงคาดการณ์เป้าหมายการส่งออกไว้ที่ 7.5 ล้านตัน

    ด้าน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คาดว่าปีนี้ผลผลิตข้าวของไทยจะออกมามาก เพราะชาวนามีการปลูกข้าวมากขึ้น น้ำในเขื่อนหลักมีเพียงพอ โดยเฉพาะการทำนาปรัง แต่ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่ายา ค่าปุ๋ย ทำให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อน ส่วนราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ รัฐบาลควรช่วยเรื่องการลดต้นทุนและช่วยเรื่องปัจจัยการผลิต ไม่ใช่ผลักดันราคาเพียงอย่างเดียว เพราะหากทำเช่นนั้น ข้าวไทยจะราคาสูงเกินไป ก็จะส่งออกไม่ได้ สุดท้ายก็กระทบราคาข้าว

    ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยปัจจุบันผลผลิตข้าวไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 400 กิโลกรัมต่อไร่ ต่ำที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับเวียดนามที่ผลผลิตข้าวอยู่ที่เฉลี่ย 800 กิโลกรัมต่อไร่ และสหรัฐฯ 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ถือว่าต่ำกว่า และในการพัฒนาพันธุ์ข้าว จะต้องเน้นพันธุ์ข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ไม่ใช่อะไรก็ได้ และยังควรที่จะเข้ามาดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ ไม่แกว่งตัวจนเกินไป ไม่เช่นนั้น ผู้ส่งออกจะทำตลาดได้ยาก

    #ส่งออกข้าวไทย #ข้าว #อินเดีย #ราคาข้าวไทย #ตลาดข้าว #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1ARAJPxKSB/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    (หน้า 2/2) เทียบฟอร์มข้าวคาร์บอนต่ำของไทยทำได้แค่ไหนเทียบกับเวียดนาม? ศักยภาพการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำของไทยยังตามหลังเวียดนาม โดยไทยเริ่มต้นด้วยพื้นที่ปลูกที่น้อยกว่าเวียดนามไม่มากนักราว 0.55 ล้านไร่ แต่ด้วยผลผลิตต่อไร่ที่ต่ำของไทยและการที่ไทยยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนมากนักในเรื่องข้าวคาร์บอนต่ำ ทำให้แม้ไทยจะพยายามขยายพื้นที่ปลูกไปในเขตชลประทานที่เหมาะสมมากขึ้น แต่ก็ยังทำให้ศักยภาพการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำของไทยทำได้เพียง 4 ล้านตัน

    ขณะที่เวียดนามมีเป้าหมายชัดเจนในปี 2030 ที่จะมีพื้นที่ปลูกข้าวคาร์บอนต่ำให้ได้ 6.25 ล้านไร่ จากการสนับสนุนของภาครัฐอย่างจริงจัง ผนวกกับผลผลิตต่อไร่ที่สูงกว่าไทยเกือบ 2 เท่า ทำให้เวียดนามมีศักยภาพการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำได้มากกว่าไทยถึง 1.6 เท่า หรืออยู่ที่ 6.3 ล้านตัน

    อย่างไรก็ดี แม้ข้าวคาร์บอนต่ำจะเป็นเทรนด์โลกระยะยาว แต่ไทยยังคงทำได้ไม่ดี ด้วยข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะเรื่องระบบชลประทานที่ไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวในเขตชลประทานเพียง 20% นอกจากนี้ เงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงเพื่อปรับไปเป็นแปลงนาข้าวคาร์บอนต่ำ เช่น การปรับหน้าดิน การจัดการระบบน้ำ เป็นต้น ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพียงรายย่อยที่ไม่มีเงินทุนเพียงพอ ทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำของไทยจะต้องใช้เวลาและคงไม่ง่ายนัก การส่งออกข้าวคาร์บอนต่ำของไทยไป EU จะเป็นอย่างไร? ไทยจะสามารถประคองการส่งออกข้าวไป EU ได้ระยะข้างหน้าจากผลผลิตข้าวคาร์บอนต่ำที่มีเพียงพอ แต่ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคากับเวียดนาม โดยเดิมข้าวไทยก็แข่งขันกับเวียดนามยากอยู่แล้ว สะท้อนจากปี 2019-2023 ปริมาณส่งออกข้าวไทยไป EU ลดลงเหลือ 0.24 ล้านตันจากปี 2014-2018 ที่ 0.27 ล้านตัน ขณะที่เวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 0.074 ล้านตันจาก 0.067 ล้านตัน ตามลำดับ

    หากยิ่งไปข้างหน้า EU มีการบังคับใช้เกณฑ์ค้าข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งไทยก็คงประคองปริมาณส่งออกไปได้จากผลผลิตข้าวคาร์บอนต่ำที่มีเพียงพอ แต่ไทยจะต้องแข่งขันด้านราคากับเวียดนามที่ได้เปรียบไทย โดยปี 2019-2024 ราคาข้าวหอมมะลิไทยเฉลี่ยที่ 964 ดอลลาร์ฯต่อตัน ขณะที่ข้าวหอมเวียดนามเฉลี่ยที่ 521 ดอลลาร์ฯต่อตัน จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าส่งออกข้าวไทยไป EU ให้ลดลงได้

    #ไทย #เวียดนาม #ข้าว #ข้าวคาร์บอนต่ำ #ส่งออก #เศรษฐกิจ #โลกร้อน #ก๊าซเรือนกระจก #ก๊าซมีเทน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/19tuJhTGKs/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 ขนลุกซู่! ฮ่องกงจ่อปลดราชการ 10,000 ตำแหน่ง พัฒนา AI และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ

    ฮ่องกงมีเป้าหมายที่จะลดค่าใช้จ่ายโดยการลดตำแหน่งงานราชการกว่า 10,000 ตำแหน่ง เพื่อควบคุมการขาดดุลที่เพิ่มมากขึ้น และมีแผนที่จะผลักดัน AI ครั้งใหญ่ เนื่องจากต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ

    พอล ชาน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของเมืองกล่าวในการประกาศงบประมาณประจำปีของศูนย์กลางทางการเงินว่า “สิ่งนี้ทำให้เรามีแนวทางที่ชัดเจนไปสู่เป้าหมายในการฟื้นฟูดุลการคลังในบัญชีดำเนินงาน ในลักษณะที่วางแผนไว้และก้าวหน้า”

    นายชานกล่าวว่าจะมีการเลิกจ้างข้าราชการ 10,000 ตำแหน่งภายในเดือนเมษายน 2570 ซึ่งหมายถึงการลดลงร้อยละ 2 ของข้าราชการใน 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้เงินเดือนของภาครัฐจะถูกตรึงไว้ในปีนี้ด้วย

    นายชานกล่าวว่าโครงการเสริมความแข็งแกร่งทางการคลังจะทำให้รายจ่ายภาครัฐลดลงสะสมร้อยละ 7 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2571

    นายชาน กล่าวต่อไปว่าการปรับลดการใช้จ่ายจะวางรากฐานทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับการพัฒนาในอนาคต หลังจากรายได้จากการขายที่ดินลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ขาดดุลอยู่ที่ 87,200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเกือบสองเท่าของที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 48,100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

    นอกจากนี้นายชาน ยังกล่าวอีกว่าสอดคล้องกับความพยายามของจีนในการพัฒนาระบบในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาคส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ รวมถึงหุ่นยนต์ โดยฮ่องกงจะ "ใช้จุดแข็งของตนในฐานะแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์" โดยเมืองฮ่องกงได้จัดสรรเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับสถาบันวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์

    #ปลดพนักงาน #ฮ่องกง #ปัญญาประดิษฐ์ #เอไอ #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/14z3Ext8ef/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    222,973
    ค่าพลัง:
    +97,150
    Feb 26, 2025 ยังไม่สรุป ! คลังปฏิเสธข่าวลือแจกเงินหมื่นเฟส 3 กลุ่ม 16-20 ปี ยันยังไม่สรุป รอเคาะต้นมี.ค.68 ผู้ลงทะเบียนแอปฯทางรัฐ ต้องคัดกรองอีกครั้ง

    นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่าจะมีการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทให้กับกลุ่ม 16-20 ปีก่อนนั้น ยันยันว่ายังไม่ได้มีการพิจารณาว่าจะแจกเงินให้กับกลุ่มใดก่อน โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในช่วงต้นเดือน มี.ค.68 เพื่อหาข้อสรุปและความชัดเจนเกี่ยวกับการเดินหน้าโครงการดังกล่าว

    ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องพิจารณาก่อนว่าการดำเนินการแจกเงิน จะออกมาในรูปแบบไหน อย่างไร และช่วงไหน โดยเบื้องต้นจะต้องขึ้นอยู่กับจำนวนประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ด้วย เพราะขณะนี้มีเพียงข้อมูลตัวเลขผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น "ทางรัฐ" เข้ามาเท่านั้น ยังไม่มีตัวเลขผู้ที่ผ่านเกณฑ์เฟส 3 ดังนั้น จะต้องมีการคัดกรองตามหลักเกณฑ์ด้วย โดยปัจจุบัน มีผู้ที่ลงทะเบียนเข้ามา แต่ยังไม่ได้มีการคัดกรอง และมีรายชื่อไม่ซ้ำกับที่ได้ดำเนินการแจกเงินไปแล้ว ในเฟส 1-2 ประมาณ 20 ล้านคนบวก ๆ หลังจากนี้ จะต้องมาคัดกรองตามเกณฑ์รายได้ เงินฝาก และอายุ จึงจะได้ข้อสรุปในส่วนนี้

    สำหรับข้อเสนอแนะของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ให้รัฐบาลปรับปรุงการจ่ายเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 โดยให้ปรับเปลี่ยนงบประมาณบางส่วน นำไปลงทุนเพื่อช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิต หรือการให้ความคุ้มครองทางสังคม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศนั้น นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า แต่ละภาคส่วนมีแนวคิดและมุมมองเศรษฐกิจ ทั้งที่เหมือนกัน และแตกต่างกัน ซึ่งในฐานะรัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องรับฟัง และนำมาประมวลผลต่อไป ส่วนข้อเสนอเอหชนใฟให้มีเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต กับสินค้าที่ผลิตในประเทศนั้น เป็นประเด็นที่มีการพิจารณากันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชนมากขึ้น

    #ดิจิทัลวอลเล็ต #แจกเงินหมื่น #เงินหมื่นเฟส3 #คลัง #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18UcaepPXQ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...